ชีวิตผ่านไปทีละวัน (3) ช่วงมหาวิทยาลัย
รุ่นผมคงเป็นรอยต่อระหว่างอดีต ที่เต็มไปด้วยคุณค่าเก่าๆอันหนักอึ้งที่ล้าสมัย และปัจจุบัน ที่จำนวนมาก มหาวิทยาลัยเป็นความเบาหวิวของเน็ทเวิร์คผู้บริโภค และเป็นสวรรค์ไร้แก่นสาร …
ชีวิตผ่านไปทีละวัน (2) ช่วงมัธยม
ความคิดในเรื่อง “จงทำสิ่งพิเศษให้เป็นเรื่องพิเศษ อย่าทำสิ่งพิเศษให้เป็นเรื่องปกติ” นั้นค่อยๆเกิดขึ้น และฝังอยู่จนกลายเป็นตัวตนแบบนึงของผม
ชีวิตผ่านไปทีละวัน (1) ช่วงอนุบาล-ประถม
ชีวิตนั้นเต็มไปด้วยเรื่องสั้นจบในตอน บางเรื่องที่ผ่านมานั้น เราอาจจะลืมมันไปเสียนาน จนกระทั่งมีเหตุการณ์ให้หวนระลึก เรื่องที่เคยจบในตอน ก็กลับกลายเป็นแค่ปฐมบท สำหรับเรื่องขนาดยาวต่อมา
อัลบัมอ้อล้อ .. แด่วัยหนุ่ม วัยกำดัด
ภาพนี้ไปถ่ายกันที่ร้านแถวสยาม เนื่องในโอกาสอำลาเพื่อนๆเมืองไทย
เมื่อโรคกระเพาะมาเคาะประตู & สั่นกระดิ่ง กุ๊งกิ๊ง
ชื่อ จักรกฤษณ์ ของกระผมนั้น เห็นว่าหมอดูสมัยเด็กเคยทำนายไว้ว่า “จ.จาน เป็นศรี ณ.เณร เป็นศรี แต่ ก.ไก่ นั้นเป็นกาลกิณี”
วาบความคิด (เรื่องของชาร์ด)
มีเรื่องจะเล่า มีรูปจะลง แต่รู้สึกว่ามันนานจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
เลยนึกถึงคำ “วาบความคิด” ของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์
ขอถ่ายทอดเป็นบางความคิด ที่ไม่ประติดประต่อกันละกันนะครับ
บันทึกของสัปดาห์ที่แล้ว
ดูท่าว่า ถ้อยคำก่นด่า และทวงถาม จะเป็นแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง ให้ไอ้เม่นมานั่งพรมนิ้วอวบๆบนแป้นพิมพ์ดีดนี่อีกครา ซึ่งก็ออกจะละอายมิน้อย เมื่อคิดว่า เรื่องที่จะบันทึกนี่มันเป็นเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์แล้วนี่หว่า
งานปฐมนิเทศน์ชมรมโสดตลอดกาล : ค่ำคืนแห่งรอยยิ้มและคราบน้ำตา
มันเป็นค่ำคืนที่สวยงาม และ ขมขื่น เมื่อเพื่อนคนหนึ่งมีปัญหากับแฟน และเพื่อนอีกคนหนึ่งเอารูปคู่หมั้นมาอวด – เชิญชวนไปงานหมั้น
ว่าจะเริ่มธุรกิจ
ตื่นมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า วันนี้ต้องเริ่มคิดโครงเรื่องสำหรับการพรีเซ้นต์ลูกค้า (รายแรก) ในวันศุกร์นี้แล้วเหวย แล้วทันใดไอ้อัคก็โทรมาว่า
“ไอ้เม่น กูลาออกแล้ว มาทำงานกับมึงละกัน … มาทำธุรกิจเจ๊งกันอีกรอบเถอะ…”