<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iMenn (เม่น) &#187; พรหมลิขิต</title>
	<atom:link href="http://www.imenn.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.imenn.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางของชีวิตไอ้เม่น: ชายหนุ่มร่างท้วม ผู้สุรุ่ยสุร่ายในความฝันและอิสรภาพ ปัจจุบันทำงานออกแบบกราฟฟิค และพัฒนาเว็บไซต์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2010 15:28:56 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 03:25:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมลิขิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[คุณ mk ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อคุณ mk และทีม SIU มาเยี่ยม iSchool ออฟฟิศกระผม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ mk <a href="http://isriya.com/node/2301/karma-cartoon" target="_blank">ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึก</a>ไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อ<a href="http://isriya.com/" target="_blank">คุณ mk</a> และทีม <a href="http://www.siamintelligence.com/" target="_blank">SIU</a> มาเยี่ยม <a href="http://www.ischool.in.th/" target="_blank">iSchool</a> ออฟฟิศกระผม</p>
<p>เรื่องที่ผมกล่าวว่า </p>
<blockquote><p>พรหมลิขิตเป็น integration ของกรรม</p></blockquote>
<p>และ</p>
<blockquote><p>กรรมมันอินทิเกรตโว้ย <br />
(นั่นคือ ไม่ใช่ทำชาตินี้ ไปเกิดผลชาติหน้า แต่มันอินทิเกรตตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา)</p></blockquote>
<p>ผมเคยบันทึกและพิสูจน์ไว้หยาบๆ หลายปีก่อนที่ <a href="http://www.imenn.com/2002/01/kama/">ทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a> ว่า หากเชื่อในเรื่องกรรม (action = reaction) และเชื่อในเรื่องภพชาติ ผลสุดท้ายเราจะเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต</p>
<p>และหากใช้ภาษาร่วมสมัย นั่นก็ย่อมเป็นเรื่องเดียวกับ &#8220;กฎของแรงดึงดูด&#8221; หรือ &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Law_of_Attraction" target="_blank">Law of attraction</a>&#8221;</p>
<p>ซึ่งเมื่อลองใคร่ครวญมากขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า เออเหนอ สิ่งที่เราเจอทั้งหลาย เราเป็นคนดึงดูดมันมาทั้งนั้นนี่นา ในอดีตจนปัจจุบัน เราชอบ เราคิด พูด ทำ (action หรือ กรรม) ในเรื่องแบบไหน เราก็ดึงดูดสิ่งเหล่านั้น สะสมข้ามภพชาติมาเรื่อยๆ ในสมัยหนึ่งเราอาจจะเลือกที่จะลองเล่นดนตรี แล้วเราก็พบว่าเราใส่ใจกับมัน เราพยายามกับมัน เราก็เลยดึงดูดมัน ข้ามเวลาแสนนานต่อมา เราก็เลยมีแนวโน้มจะได้รู้จักกับดนตรีมากกว่าคนปกติ (ค่าเฉลี่ย) และไม่แน่หากเราทุ่มเทและอุทิศเพื่อดนตรีมากขึ้น  ในอนาคตกันไกลโพ้น เราอาจจะเกิดมาแล้วเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ</p>
<p>ซึ่งทำให้ผมคิดว่า</p>
<blockquote><p>แรงดึงดูด ก่อให้เกิดการอุบัติซ้ำ และกรรม ก่อให้เกิดพรหมลิขิต</p></blockquote>
<p>การมีตัวแปร &#8220;ภพชาติ&#8221; เข้ามาเกี่ยว ทำให้เราตอบคำถามของไอสไตน์ได้ง่ายขึ้น ที่ว่า &#8220;พระเจ้าคงไม่ทอดลูกเต๋าหรอกเฟร้ย&#8221; (สิ่งที่เราพบนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้ว?) ว่า จะเรียกว่าทอดลูกเต๋าก็ได้ ไม่ทอดก็ได้ ลองนึกว่า พระเจ้าทอดลูกเต๋าเป็นล้านๆ ครั้ง (ล้าน=10^6), เป็น Googol ครั้ง (googol=10^100), เป็นอสงไขยครั้ง (อสงไขย=10^140) &#8230; ก็ย่อมพบว่า การที่มันจะได้ผลลัพธ์เป็น 1 หรือ 2 หรือ 6 นั้นไม่สำคัญเลย เพราะเดี๋ยวมันก็เป็นอย่างอื่นอีก และเดี๋ยวมันก็อุบัติซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน (วัฏสงสาร)</p>
<p>นั่นคือถ้าเราประพฤติตัวปกติมาหลายๆ ชาติ เราอาจจะได้พบกับดนตรีก็ได้ ไม่พบกับดนตรีก็ได้ เกลี่ยไปเกลี่ยมา แต่ถ้าเราเริ่ม &#8220;จริงจัง&#8221; กับดนตรี ก็เหมือนกับลูกเต๋าที่เริ่มบิ่น และเริ่ม &#8220;ออกซ้ำ&#8221; ซึ่งมันก็จะดึงดูดให้เราได้พบเจอกับดนตรีอีกมากว่าปกติ คราวนี้ ทอดลูกเต๋าเป็นล้านครั้ง กลับออกเลข 3 มากกว่าชาวบ้านเสียแล้ว และภพชาติต่างๆ กลับปรากฏ &#8220;ดนตรี&#8221; ในชีวิตเรา มากกว่าคนทั่วไปเสียแล้ว</p>
<p>ซึ่งเมื่อเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจต่อว่า &#8220;สิ่งทั้งหลายในชีวิตที่เกิดขึ้น เราเป็นคนตัดสินใจ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) ให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น&#8221; หากเราไม่ชอบดนตรี ไม่ฟังดนตรี ชีวิตในอนาคตก็มีแนวโน้มจะไม่ข้องเกี่ยวกับดนตรี และไม่ได้เกิดมาในประเทศที่คนเล่นดนตรี</p>
<p>ถ้าตรรกะนี้เข้าใจได้ง่าย เราก็ย่อมเข้าใจได้ว่า</p>
<h3>1. ผมมาเกิดในประเทศที่ผู้คนดัดจริต เพราะผมเป็นคนดัดจริต (บ้างว่า &#8220;สฎษดก&#8221;)</h3>
<p>ผมอยากให้คนอื่นทำดี ทำถูก แต่ผมไม่สนใจจะพัฒนาตนเอง ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ผู้คนมัวแต่สาดโคลนใส่กัน ผมใช้ซอฟแวร์ผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎจราจร ติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ลอกข้อสอบ กินแรงเพื่อนร่วมงาน ไม่ใส่ใจงานที่ได้รับมอบหมาย โกงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อแสดงความมีอำนาจของตำแหน่ง ฯลฯ ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ข้าราชการคอรัปชั่น ผู้คนขโมยผลงานกัน อวดเอาหน้า โฆษณาล้างสมอง อิจฉาริษยาคนทำดีแต่เด่น นักการเมืองเลว ตำรวจบ้าอำนาจ ฯลฯ</p>
<p>ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ให้สิ่งต่างๆ เกิดมาทั้งนั้น หรืออย่างน้อย ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง</p>
<p>คนที่พูดประเด็น &#8220;สฤษฎก&#8221; ได้ยอดเยี่ยมและคมคายคือคุณ mk ขอเชิญอ่าน <a href="http://www.isriya.com/node/2143/the-main-problem-of-thailand" target="_blank">The Main Problem of Thailand</a> , <a href="http://www.isriya.com/node/2172/คนชั้นกลาง-part-iv" target="_blank">คนชั้นกลาง</a> และอื่นๆ ในบล็อกอัน aggressive นั้นแหละ ;P</p>
<h3>2. ผมมาเกิดในประเทศศักดินา เพราะผมชอบทาสรับใช้</h3>
<p>คนจบนอกหลายคน เมื่อต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงเลือกกลับเมืองไทย มักจะมีวาระแอบแฝงจากคำพูด &#8220;ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนเมืองไทย&#8221; ว่า &#8220;เมืองไทยมีชนชั้น มีคนใช้ มีเด็กเสิร์ฟ โว้ย&#8221; ซึ่งหมายความว่า ลึกๆ เราก็ชอบให้คนขับรถ/คนใช้/เด็กเสิร์ฟ มาหมอบกราบเรา มากกว่าที่จะเป็นแบบเด็กเสิร์ฟเมืองนอกที่ &#8220;กูเสิร์ฟมึง มึงก็ทิปกู มึงกูเท่ากันเว้ยยย&#8221;</p>
<p>เราดึงดูดการแบ่งแยกชนชั้น รุ่นพี่รุ่นน้อง เราเลยมาเกิดรวมกันที่เมืองไทย ที่ที่เราซื้อเบ๊นซ์เพราะมันแสดงถึง &#8220;อำนาจ&#8221; ซื้อไอโฟนเพราะมัน &#8220;สูงส่งกว่า&#8221; ผมสบายใจที่ขึ้นแทกซี่แล้วเค้านอบน้อมด้วย ไปร้านอาหารต่างจังหวัดแล้วผู้คนกุลีกุจอต้อนรับ ผมก็ย่อมมาเกิดร่วมกับ ดร. หยิ่งยะโส, พณฯ ท่านที่ชอบปิดถนนเล่น, ลูกหลานคนรวยที่มีสิทธิมากกว่า ยิงคนตายไม่ผิด ขับรถชนคนเล่นได้ ขับเครื่องบินหลวงเล่นได้ หรือใครต่อใครที่โกงชาติบ้านเมืองแล้วผู้คนยกย่องคารวะ ฯลฯ เพราะว่าเราก็รู้ว่า เราอยู่เหนือใครบางคนเสมอ และนั่นก็คือความยุติธรรมแห่งประเทศสยามของเรา</p>
<h3>3. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมหลงใหลในภาษาไทย</h3>
<p>เหมือนจะเขียนแต่ข้อเสีย เดี๋ยวท่านทั้งหลายจะกล่าว &#8220;ไม่พอใจ ก็อย่ามาอยู่เมืองไทยสิโว้ย&#8221; อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย กระผมเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ และเข้าใจวาสนาตนเองที่เลือกมาอยู่ที่นี่</p>
<p>เมื่อวิเคราะห์ตนเองไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า ผมเองชื่นชอบในบทกวีไม่น้อย และคิดต่อว่า หากใครซักคนจะชื่นชอบบทกวีอย่างสุดจิตสุดใจ เค้าควรจะต้องมาเกิดเป็นคนไทย เพราะภาษาไทยนั้นรุ่มรวยถ้อยคำอย่างยิ่ง คำด่าของเรามีมากมายนัก (ภาษาที่ด่าได้แค่คำว่า &#8220;ฟัก&#8221; นั้นชิดซ้าย) คำไวพจน์ (synonym) ของไทยนั้นมีมหาศาลจนใช้ไม่หมด เช่น คำที่แปลว่า &#8220;สวย&#8221;, &#8220;ดอกไม้&#8221;, &#8220;ผู้หญิง&#8221; ฯลฯ คำคล้องจองของเรา เพราะพริ้งยิ่งกว่าภาษาใด (ภาษาอื่นจะแต่งบทกวีอย่าง &#8220;นกน้อยนอนแนบน้ำ ในนา&#8221; อย่างท่านศรีปราชญ์ &#8211; เจ้าของถ้อยคำ <a href="http://www.google.com/search?q=อย่าว่าเราเจ้าข้า+อยู่พื้นเดียวกัน" target="_blank">อย่าว่าเราเจ้าข้า อยู่พื้นเดียวกัน</a> - ได้ละหรือ?) และจะมีภาษาใดกำกวมได้ยิ่งกว่าภาษาไทย? ซึ่งผู้คน จะเอาถ้อยคำมาตีประเด็นอย่างไรก็ได้ เหมาะกับการเขียนกวียิ่งนัก (การยกย่องในความกำกวมนี้ ทำให้ผมมีปัญหากับการสอบ Writing ของ TOEFL พอสมควร จนมารู้ภายหลังว่าภาษาอื่นเค้าไม่กำกวมโว้ย จึงพอจะเขียน Writing ได้บ้าง)</p>
<h3>4. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมชอบ &#8220;กลิ่นฝน&#8221; แต่ไม่ได้กลิ่น &#8220;หิมะ&#8221;</h3>
<p>ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด โตมากับบ้านที่มีตุ่มรองน้ำฝน ชอบกลิ่นฝน ที่มาพร้อมกับลมสดชื่นที่พัดผ่านยอดหญ้า สมัยที่อยู่อเมริกา ผมก็ชอบเล่นหิมะในระยะแรก แต่แล้วก็ไม่ได้พิศมัยนัก</p>
<h3>5. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมเป็นคนไม่มีระเบียนวินัย เป็นคนตามแห่ โหยหากลุ่ม และไม่มีสำนึกด้านการเมือง</h3>
<p>ผมย่อมไม่ควรเกิดในประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้คนมีวินัย, ไม่ควรเกิดในประเทศแถบตะวันตก ที่ผู้คนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีทรรศนะ &#8220;ปลอดภัยเมื่ออิงกลุ่ม&#8221; แบบคนไทย, ไม่ควรเกิดเป็นคนเยอรมัน ฐานรากของกฎหมายมหาชนของโลก, ไม่ควรเกิดเป็นคนฝรั่งเศสรสนิยมวิไล ที่เฝ้าครุ่นคิดและใช้ปัญญาวิพากษ์ปัญหาส่วนรวม และใส่หน้ากากผู้ดี ฯลฯ เรามีนิสัยแบบใด เราก็ควรเกิดในเมืองที่ผู้คนเค้าเป็นแบบนั้น และนั่นก็ทำให้ &#8220;การติดยึด&#8221; นั้นยิ่งเข้มขึ้น เพราะเมื่อเราเกิดและโตในเมืองแบบนั้น เราก็ย่อมมีนิสัยแบบคนในเมืองนั้น</p>
<p>ปัญหานี้ พอคิดแล้วสนุกดี เพราะจะพบถ้อยคำที่เรียกว่า &#8220;กงล้อประวัติศาสตร์&#8221; หรือมากกว่านั้นก็คือ &#8220;เวลาไม่ได้เดินไปเป็นเส้นตรง หากแต่เป็นวงกลม อดีตของเรา จะไปปรากฏเป็นอนาคตของเรา&#8221; (เปรียบเทียบกับการทอดลูกเต๋าก็คือ ลูกเต๋ามันก็วนออกมา 1-6 นั่นแหละ วนไปวนมา การได้ 1 ตอนเช้า ก็ตอนเย็น ไม่ได้ต่างอะไรกัน)</p>
<h3>6. ผมมาเกิดเมืองไทย ได้พบพระพุทธศาสนา เพราะผมนับถือพระพุทธศาสนา</h3>
<p>แล้วถ้อยคำก่นด่า ประชดประชันด้านบน ก็กลับกลายเป็นความวาบหวามโรแมนติคอย่างยิ่ง เมื่อจบท้ายด้วยการบอกว่า ผมรักพระพุทธศาสนา ซึ่งมีแต่การเกิดมาในสังคมไทยเท่านั้น ที่จะมีภูมิหลังมากพอที่จะเข้าถึงพุทธธรรมได้สะดวก และนั่นก็คุ้มค่ากับการเกิดมาเจอ &#8220;ด้านแย่ๆ ของความเป็นไทย&#8221; ทั้งหลาย หรือจะว่าไปแล้ว ต่อให้ชีวิตจะต้องเลวร้ายกว่านี้อีกกี่เท่า ต่อให้สังคมจะสาดโคลน สาดระเบิดใส่กันมากกว่านี้อีกสักเท่าไหร่ แค่ได้เกิดมาเจอพุทธศาสนา ก็คุ้มค่ากับความเลวร้ายทั้งปวงแล้ว</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">หลวงพ่อปราโมทย์</a> กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2551 ว่า</p>
<blockquote><p>คนไหนความจำดีๆ ระลึกชาติได้ จะรู้สึกเลยว่า ชาติไหนที่ไม่ได้เจอพระพุทธศาสนานั้น ชีวิตมันวังเวง</p>
<p>ก็ทำคุณงามความดีไปนั่นแหละ แต่ว่าไม่รู้เป้าหมายของชีวิต</p>
<p>พระพุทธเจ้ามาสอนเรานะ ให้เรารู้ว่า เป้าหมายของชีวิตเรา คืออะไร</p></blockquote>
<p>เขียนเรื่องแรงดึงดูดและกฎแห่งกรรมเพื่อรับใช้ &#8220;ความคิด&#8221;</p>
<p>เพื่อที่จะให้เกิดแรงส่งต่อ ให้ได้พบกับพุทธศาสนาอีกในอนาคต ย่อมต้องใช้ &#8220;การกระทำ&#8221;</p>
<p>ข้ามภพชาติมานานแสนนาน กว่าจะได้พบพระพุทธศาสนา กว่าจะได้พบกัน </p>
<p>หากท่านได้อ่านประโยคนี้ ย่อมแปลว่า เรามีวาสนาต่อกัน และท่านเองก็มีวาสนาต่อ พุทธธรรม</p>
<p>ลอง <a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">คลิกฟังธรรม</a> หน่อยดีมั้ย ขอให้ฟังซัก 1-2 คลิป หากไม่ถูกจริตก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>(นั่น ตอนจบดันฮาร์ดเซลซะงั้น <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) </p>
<p>สวัสดี</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">(คลิกจิ)</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>24</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
