<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iMenn (เม่น) &#187; ธุรกิจ</title>
	<atom:link href="http://www.imenn.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.imenn.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางของชีวิตไอ้เม่น: ชายหนุ่มร่างท้วม ผู้สุรุ่ยสุร่ายในความฝันและอิสรภาพ ปัจจุบันทำงานออกแบบกราฟฟิค และพัฒนาเว็บไซต์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2010 15:28:56 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Sep 2009 20:08:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรยาย]]></category>
		<category><![CDATA[เฮฮา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=809</guid>
		<description><![CDATA[ได้รับเชิญให้ไปร่วมเสวนาในงาน CCSalon ครั้งแรก ซึ่งเป็น Workshop สำหรับการใช้ ครีเอทีฟคอมมอนส์ หรือ สัญญาอนุญาตที่ผมคิดว่า มันน่าจะสรุปสั้นๆ คือ "การผ่อนปรนในลิขสิทธิ์"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้รับเชิญให้ไปร่วมเสวนาในงาน <a href="http://www.facebook.com/event.php?eid=129064930776&amp;index=1">CCSalon ครั้งแรก</a> ซึ่งเป็น Workshop สำหรับการใช้ ครีเอทีฟคอมมอนส์ หรือ สัญญาอนุญาตที่ผมคิดว่า มันน่าจะสรุปสั้นๆ คือ &#8220;การผ่อนปรนในลิขสิทธิ์&#8221;</p>
<p>ครั้งนี้เป็นการพูดในแง่มุมของการทำเพลง ธุรกิจดนตรี ทาง TCDC ได้ขึ้นชื่องานว่า <a href="http://www.tcdc.or.th/events.php?act=view&amp;id=249">การเอา Creative Commons ไปใช้ในงานดนตรี</a></p>
<div id="attachment_810" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/09/IMG_0084.JPG"><img class="size-medium wp-image-810" title="IMG_0084" src="http://www.imenn.com/files/2009/09/IMG_0084-600x450.jpg" alt="IMG_0084" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">งาน CC Salon Thailand ครั้งที่ 1</p></div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tcdc.or.th/events.php?act=view&amp;id=249"></a></p>
<p>ผมกับ <a href="http://www.ipattt.com">พัช</a>เล่าถึงชีวิตสมัยทำค่ายเพลงและ <a href="http://www.imenn.com/2009/05/happy-d-dogs-songs/">อัลบัมของ Happy D. Dogs</a>, ความดิ้นรนทั้งทางธุรกิจดนตรี และการประชาสัมพันธ์ เราเคยไปติดต่อแม้กระทั่งแวมไพร์เรคคอร์ดให้เอาเพลงเราไปลงใน CD เถื่อนที่ขายอยู่ เพราะเห็นว่าคนในสมัยนั้นซื้อ CD เถื่อนฟังมากกว่า และการจะทำให้เพลงเราเปิดในวิทยุถึงคนทั่วไปได้ มีงบประมาณสูงมาก ก็จะเหลือ Fat Radio และ MTV ที่พอจะได้ออกในสมัยนั้น</p>
<p>เสวนาเสร็จ ตอนเดินออกมา พัชเปรยว่า หรือว่า หากคนเราได้เขียนบล็อกกัน เค้าจะมีสำนึกทางด้านลิขสิทธิ์และ CC มากขึ้น? เพราะเราจะไม่ได้เป็นแค่ผู้เสพ แต่จะกลายเป็นผู้ผลิตด้วย ซึ่งจะทำให้เรามีมุมมองในฐานะผู้ถูกละเมิดมากขึ้น?</p>
<p><a href="http://www.rockinroom.com/">น้องร็อค</a> ช่วยบันทึกรูปและวิดีโอนิดหน่อยด้วย iPhone 3GS ของเล่นใหม่ของกระผม ก็คิดว่าคุณภาพไม่เลวนัก แต่ยังไงเดี๋ยวรอทางผู้จัดงานเอา vdo มาเผยแพร่ดีกว่า จะชัดเจนกว่า อันนี้ดูเอาฮาละกัน</p>
<br /><img src="http://www.imenn.com/files/2009/09/cc-vampire.jpg" alt="media" /><br />
[See post to watch Flash video]
<p>มีเรื่องหนึ่งที่คิดว่าจะพูดในงาน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ทันได้พูด คือ ในตอนวัยรุ่น ผมเคยฝันว่าผมอยากจะเป็นนักแต่งเพลง ประกอบอาชีพนักแต่งเพลง</p>
<p>แต่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ มันจะไม่มีอาชีพนี้อยู่ เหมือนกับที่มันจะไม่มีอาชีพ &#8220;ผู้ผลิตฟิล์มถ่ายรูป&#8221; / &#8220;คนทำพิมพ์ดีด&#8221; ฯลฯ คืออาจจะมีคนที่ทำอยู่ แต่มันเป็นอาชีพได้ยาก</p>
<p>ผมไม่โทษสังคมและการละเมิดลิขสิทธิ์ (เพราะ <a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/#dq">ปัญหาที่แก้ไม่ได้ ผมเรียกว่ามันเป็นกฏ</a>) ผมก็เพียงแต่หาวิธ๊มีชีวิตอยู่ และก็ทำสิ่งที่รักไป เท่านั้นเอง</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/what-gov-web-should-be-keynote/" title="บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?">บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/opensource-design-software-presentation/" title="บรรยายโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับงานออกแบบ">บรรยายโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับงานออกแบบ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/wordpress-at-bu/" title="บรรยาย WordPress ที่ BU">บรรยาย WordPress ที่ BU</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2009 18:28:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=746</guid>
		<description><![CDATA[ผมดูแล้วยังอึ้งว่าตัดต่อจนเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมาก นี่แหละหนาที่เค้าเรียกว่า วงการมายา สามารถทำคนเสียงเหียกร้องเพลงเพราะได้ และสามารถทำให้กระผมพูดจาเท่ๆ ได้ :P ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเดือนก่อน คุณพัชเคย <a href="http://www.ipattt.com/2009/fukduk-tv-tigeridea/">บันทึกไว้ว่า Fukduk.tv ได้มาเยี่ยมออฟฟิศ TiGER iDEA และสัมภาษณ์กระผม</a></p>
<p>ตอนนี้ทีมงานได้ตัดต่อเรียบร้อยแล้ว ผมดูแล้วยังอึ้งว่าตัดต่อจนเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมาก นี่แหละหนาที่เค้าเรียกว่า วงการมายา สามารถทำคนเสียงเหียกร้องเพลงเพราะได้ และสามารถทำให้กระผมพูดจาเท่ๆ ได้ <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  (แต่ทำให้กระผมดูอ้วนกว่าตัวจริงไปมากเทียว จ๊ากกก <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  )</p>
<div class="wp-caption aligncenter"><embed src="http://fukduk.tv/player/flvplayer.swf" width="450" height="252" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" flashvars="width=450&#038;height=252&#038;displayheight=252&#038;overstretch=true&#038;callback=http://fukduk.tv/logging/embed/mp4&#038;file=http://file.fukduk.tv/channel/28/024/024.mp4&#038;image=http://fukduk.tv/files/imagecache/snapshot_normal/files/episode/snapshot/CH28-EP24-ss-01.jpg"/>
<p class="wp-caption-text">สัมภาษณ์ออกรายการ My Design</p>
</div>
<p>ขอบคุณทาง <a href="http://fukduk.tv/28/024">รายการ My Design แห่ง FukDuk.TV</a> มากๆ คร้าบ มีทั้งวีดีโอให้ดู ให้โหลด หลายรูปแบบมั่กๆ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/what-gov-web-should-be-keynote/" title="บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?">บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/wide-blog-happens/" title="ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)">ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/cms-showdown-barcamp-bangkok-3/" title="ประชันเหล่า CMS ณ บาร์แคมป์">ประชันเหล่า CMS ณ บาร์แคมป์</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 May 2009 07:37:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮฮา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=644</guid>
		<description><![CDATA[แซวกันหลายๆ ครั้งในหมู่ทีม TiGER iDEA ว่าเราน่าจะทำหลักสูตรพื้นฐานของคนเริ่มทำงานใหม่ๆ (อาจจะเน้นไปทางด้านไอที เพราะเราทำงานกันด้านนี้) แต่คิดไปมา จะทำจริงจังก็เยอะไป เอาเป็นว่าบันทึกไว้ขำๆ ละกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แซวกันหลายๆ ครั้งในหมู่ทีม <a href="http://www.tigeridea.com">TiGER iDEA</a> ว่าเราน่าจะทำหลักสูตรพื้นฐานของคนเริ่มทำงานใหม่ๆ (อาจจะเน้นไปทางด้านไอที เพราะเราทำงานกันด้านนี้) แต่คิดไปมา จะทำจริงจังก็เยอะไป เอาเป็นว่าบันทึกไว้ขำๆ ละกัน</p>
<h2>1. ดิ้นรน 101</h2>
<p>การดิ้นรนขั้นพื้นฐานของคนทำงาน (โดยเฉพาะด้านไอที) คือการหาข้อมูลที่จำเป็นด้วยตัวเองได้</p>
<ul>
<li>ควรใช้ Search Engine ได้พอประมาณ</li>
<li>ถ้าไม่รู้ศัพท์คำไหน ควรหาใน Wikipedia ได้</li>
<li>ถ้าต้องไปติดต่อลูกค้า ควรหาข้อมูลบริษัทของเค้าได้ (แผนที่/เบอร์ติดต่อ/ฯลฯ)</li>
<li>ถ้าเจอปัญหาต่างๆ ควรรายงานปัญหาได้ ทั้งในด้านคอมฯ และปัญหาอื่นๆ (ปัญหาคืออะไร? ทำอย่างไรจึงเกิดปัญหา? environment ขณะเกิดปัญหาคืออะไร?)</li>
<li>สามารถตั้งคำถามในเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องได้อย่าง &#8220;น่าตอบ&#8221; และ &#8220;สามารถตอบได้&#8221; ได้</li>
<li>สามารถอ่าน Help-คู่มือ/Tutorial-วิธีใช้ ของเครื่องมือและโปรแกรมที่เกี่ยวข้องได้</li>
</ul>
<h2>2. วิจารณญาณ 101</h2>
<p>เป็นข้อที่เกี่ยวพันกับวิชา ดิ้นรน 101 อยู่พอสมควร นั่นคือ การมีสามัญสำนึกในเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต</p>
<ul>
<li>เราไม่ควรให้คนอื่นทำในสิ่งที่เราเองก็ไม่ทำ หรือทำไม่ได้ (เช่น สร้างแบบฟอร์มที่แม้แต่เราก็ไม่กรอก, ตั้งคำถามที่ต่อให้รู้ก็ตอบไม่ได้ เพราะถามไม่ครบ)</li>
<li>เราควรทำในสิ่งที่หากเราได้รับสิ่งนั้น เราก็จะยินดี (เช่น สร้างเนื้อหา/โค้ด/การนำเสนอ ที่คนอื่นอ่านรู้เรื่อง, ตั้งชื่อสิ่งต่างๆ มีความหมาย, เก็บงานไว้ในที่ที่ควรอยู่)</li>
</ul>
<p>แต่คำว่า &#8220;วิจารณญาณ&#8221; เองก็กว้างขวางครอบคลุมมาก หลายเรื่องนั้น ถ้าจะให้สมบูรณ์ จะต้องใช้ทักษะระดับสูงมาก เช่น การนำเสนอเนื้อหาที่ &#8220;เข้าใจง่าย, ชัดเจน, มีเหตุผล ฯลฯ&#8221; ซึ่งเราเองก็ต้องยอมรับว่าแม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองไทยยังทำไม่ได้ ก็อย่าไปคาดหวังเด็กจบใหม่ขนาดนั้น (อ่านข้อ 2.1 ใหม่ &#8211; เราไม่ควรให้คนอื่นทำในสิ่งที่เราก็ทำไม่ได้)</p>
<h2>3. บูลชิท 101</h2>
<p>สังคมการทำงานของประเทศไทยนั้น ไม่เอื้อให้กับการพูดความจริงในทุกๆ เรื่อง หรืออีกนัยหนึ่ง ศัพท์ที่ใช้ทั้งหลายนั้น เป็นคนละคำกับมาตรฐานในสามัญสำนึก เช่น แม้เราจะพูดภาษาอังกฤษได้ห่วยแตก แต่เราก็กรอก resume ว่า Good ใน English Skill, ทุกๆ คนต่างบอกว่า &#8220;ฉันทำได้ทุกอย่าง เก่งหมดทุกเรื่อง&#8221; ฯลฯ ดังนั้น ผู้จะติดต่องานทั้งหลาย จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ Bull Shit 101 นี้ไว้บ้าง โดยคำนึงถึง Position หลักของเรา ว่าเรากำลังพูดอยู่กับใคร แล้วค่อยเลือกถ้อยคำที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของฝั่งนั้นๆ เช่น</p>
<ul>
<li>ฝั่งลูกค้า ต้องการได้ยินคำว่า ไม่มีปัญหา หากมันจะไม่เกิดปัญหา ดังนั้น แม้จะมีปัญหา แต่เป็นปัญหาที่เราแก้ได้ เราเรียกว่า ไม่มีปัญหา</li>
<li>ฝั่งผู้ผลิต/ฟรีแลนซ์ นั้น หากเราบอกเค้าว่าเป็นปัญหานิดหน่อย เค้าจะคิดว่า ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบอกว่า เป็นปัญหาใหญ่ เค้าจึงจะคิดว่ามีปัญหา</li>
</ul>
<p>ดังนั้น ในเหตุการณ์เดียวกัน เมื่อเกิดปัญหาที่เราเห็นว่าฝั่งผู้ผลิตของเราจะแก้ได้ เราต้องบอกลูกค้าว่า &#8220;ไม่มีปัญหา&#8221; และบอกผู้ผลิตว่า &#8220;ปัญหาใหญ่แล้วโว้ยยยยยย แก้ด่วนนะสาดดด&#8221;</p>
<p>ตอนนี้นึกออกเท่านี้ ใครคิดเพิ่มออก บอกด้วย กระผมไปทำงานต่อละ เดี๋ยวมันจะมี &#8220;ปัญหา!!&#8221;</p>
<p>ปล. เพิ่มเติมรูปภาพแห่งกระบวนการทำงานของโปรเจ็คทั้งหลาย ฮายิ่งนัก ต้นฉบับที่ <a href="http://www.projectcartoon.com/cartoon/2">ProjectCartoon.com</a></p>
<div id="attachment_648" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/05/how-projects-really-work.png"><img class="size-full wp-image-648" title="how-projects-really-work" src="http://www.imenn.com/files/2009/05/how-projects-really-work.png" alt="how-projects-really-work" width="600" height="394" /></a><p class="wp-caption-text">ขั้นตอนการทำโปรเจ็ค <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p></div>
<h3>เพ่ิมเติม 17:17 น.</h3>
<p>เว็บที่ทำการ์ตูนนี้ อนุญาตให้เราทำเวอร์ชั่นต่างๆ ตามใจด้วย กระผมเลยใส่ภาษาไทยเข้าไปซักหน่อย เชิญที่ <a href="http://www.projectcartoon.com/cartoon/51833/">Project Cartoon &#8211; Thai Version</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/" title="บางประการสำหรับผู้นำ">บางประการสำหรับผู้นำ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/" title="ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน (จากคุณ Guy)">ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน (จากคุณ Guy)</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/sss-go-pattaya-2/" title="SSS> ข่าวด่วน ! คุณซาบซึ้ง บุกพัทยา (2/2)">SSS> ข่าวด่วน ! คุณซาบซึ้ง บุกพัทยา (2/2)</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 15:55:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=463</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ - แล้วมีความสุข]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ &#8211; แล้วมีความสุข</p>
<p>ในช่วงหลายปีมานี้ จึงได้บันทึกเกี่ยวกับการเติบโตของชีวิตอยู่บ่อยครั้ง (ป้ายคำ: <a href="http://www.imenn.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87/">วิเคราะห์ตนเอง</a>) พบว่า การวางแผนและเลือกวิถีอาชีพ+วิถีชีวิต ที่คนทัวไปน่าจะทำได้ตั้งแต่สมัยเรียน ผมเองเพิ่งมาชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีนี้เอง</p>
<h3>ขอตั้งชื่อวิถีชีวิตนี้ว่า วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<p>แม้ไม่ลุ่มลึก และซ้าย อย่าง <a href="http://www.jongblog.com/">ท่านจ๋ง</a> , ไม่ตระหนักในทุน และการขาย อย่าง <a href="http://www.ipattt.com/">ท่านพัช</a> , ผมเองก็ไม่อาจปฏิเสธว่า วิถีชีวิตที่ผมเลือกนี้ เอียงซ้ายนิดๆ และต้องหาเงินหน่อยๆ ผมเลือกที่จะมีชีวิตแบบศิลปินตามใจฉัน กับมีวินัยและบ้างาน (อย่างที่เคยบันทึกว่า <a href="http://www.imenn.com/2006/02/work-work-work/">ผมเป็นพวกทำงานตลอดเวลา พักผ่อนตลอดเวลา</a>) มีอุดมคติสวยหรู (เช่น ไม่ยุ่งกับการทุจริต) แต่ก็ยังรับใช้อำนาจทั้งหลาย (เงินของการคอรัปชั่นต้องมาถึงผมซักทางหนึ่ง &#8211; อาจจะอยู่ในรถไฟฟ้า บันไดเลื่อน ถนน ฯลฯ ที่ผมใช้อยู่ หรือผมเองก็ได้เงินเดือน จากการทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนที่ไม่โปร่งใสอยู่บ้าง)</p>
<h3>ทรรศนะต่างๆ ของผม ก่อนที่จะออกแบบวิถีชีวิต</h3>
<h3>1. องค์กรควรมีขนาดเล็ก</h3>
<p>ผมคิดว่า องค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจนั้นมีข้อเสียหลายด้าน เชื่องช้า ไม่มีประสิทธิภาพ และรั่วไหล ผมจึงคิดว่า รัฐควรมีขนาดเล็ก บริษัทควรมีขนาดเล็ก และแม้แต่บุคคลเอง ก็ควรจะครอบครองสิ่งจำเป็นและสิ่งฟุ่มเฟือยไว้ไม่มากนัก</p>
<p>(หากชีวิตไม่ต้องการสิ่งฟุ่มเฟือย ผมว่าพระพุทธเจ้าออกแบบ &#8220;อัฐบริขาร&#8221; มาชัดเจนแล้ว นั่นคือ วัตถุที่จำเป็นของชีวิต มีแค่ 8 อย่างเท่านั้นเอง &#8211; ผมยังรักในกิเลสและชีวิตฆราวาสอยู่ ผมเลยบอกว่า ผมยังต้องมีสิ่งฟุ่มเฟือย จะเห็นว่า ผมไม่ใช้คำว่า พอเพียง เพราะคำว่าพอเพียงนั้นไม่มีนิยาม ผมขอเรียกสิ่งที่เกินอัฐบริขารว่าฟุ่มเฟือยเลยดีกว่า)</p>
<p>ผมเห็นว่า องค์กรขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจำนวนมากจะไปที่ &#8220;การจัดการ/บริหาร/บัญชี&#8221; มากกว่า &#8220;การสร้างสรรค์&#8221; และการบริหารบริษัทใหญ่นั้นเลี่ยงการไร้น้ำใจได้ยาก ต่อให้ผมเป็นผู้บริหาร/เจ้าของบิ๊กซี ผมก็ต้องซื้อของจากบริษัทที่ราคาถูก ที่กดขี่แรงงาน สร้างมลภาวะ ฯลฯ เพราะตัวเลขชี้วัดในระบบทุนนั้นมีจำกัด</p>
<p>หรือแม้แต่รัฐ กองทัพ มวลชน สถาบัน ฯลฯ ผมเห็นว่าความใหญ่โตนั้นสร้างผลเสียได้มาก และการจะรักษาความใหญ่โตนั้น จะเหลือแค่เรื่องตื้นเขินร่วมกันไม่กี่ข้อ ผสมกับการโฆษณาชวนเชื่อ และสร้างภาพเพ้อเจ้อของฝ่ายตรงข้าม/คู่แข่ง</p>
<p>ทรรศนะรังเกียจ &#8220;การจัดการ/การโฆษณาชวนเชื่อ/บัญชี&#8221; ชื่นชม &#8220;การสร้างสรรค์/ประสิทธิภาพ/อิสรชน&#8221; นั้น ผมวิเคราะห์ว่า สงสัยเป็นเพราะผมเรียนวิศวะ (ซึ่งเรียนไปโดดไป) และสอบ MBA ไม่ติดนั่นเอง <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h3>2. เงิน, งาน, ความสุข เมื่อแลกเปลี่ยนกันจะสูญเสียบางส่วน</h3>
<p>หากเราทำงานได้เงิน นำเงินไปซื้อความสุข เราจะเสีย &#8220;ค่าธรรมเนียม&#8221; บางอย่าง เช่น ภาษี, ความรอบคอบในการตัดสินใจซื้อความสุข (&#8230;ซื้อหน่อยน่า ทำงานหนักมาทั้งเดือนนะ!&#8230;) ฯลฯ ผมจึงพยายามออกแบบชีวิตด้วยเงื่อนไขแรกว่า ต้องได้ทำงานแล้วมีความสุขก่อน</p>
<p>และการใช้เงินเป็นศูนย์กลางระหว่างงานและความสุข จะทำให้เราต้องเสียภาษี ซึ่งผมคิดว่า การเสียภาษีมาก เป็นการบ่อนทำลายสังคมอย่างหนึ่ง (เพราะทำให้รัฐมีขนาดใหญ่  สร้้างแรงจูงใจให้คอรัปชั่นสูง) ดังนั้น ผมจึงพยายามออกแบบวิถึชีวิตด้วยเงื่อนไขอีกข้อว่า เรามีทางไหนมั้ย ที่จะทำงาน มีความสุข ได้เงินไม่มากนัก แต่ได้ผลตอบแทน (หรือความสุข) ด้านอื่นมากกว่า นั่นคือ ได้ตัวเงินน้อย แต่ได้ปัจจัยพื้นฐานครบถ้วน และได้ความฟุ่มเฟือยแถม</p>
<p>นอกจากนั้น ความสุขที่เหนือระดับการปรนเปรอตนเอง คือการได้ทำเพื่อสังคม, ได้รับการยอมรับ และภาคภูมิใจในตนเอง (อย่างที่ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow's_hierarchy_of_needs">ท่านมาสโลว์กล่าวไว้</a> ) ซึ่งหากเราต้องใช้เงินซื้อ มันจะมีราคาแพงมาก ถ้าไป &#8220;ทำงานแลก&#8221; จะมีราคาคุ้มค่ากว่า</p>
<p>และความสุขในระดับที่เหนือกว่าที่มาสโลว์กล่าวไว้ คือ<a href="http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part9.2.html">ความสุข 10 ระดับของพระพุทธเจ้า</a> &#8211; ย่ิงไม่อาจใช้เงินซื้อมาได้เลย</p>
<p>นั่นเลยกลายเป็นว่า เงิน จำเป็นสำหรับปัจจัยพื้นฐาน กับของฟุ่มเฟือยบางอย่าง นอกนั้นไม่ควรใช้เงินซื้อ</p>
<h3>3. โลกของ Opensource มีตัวอย่างองค์กรในอุดมคติจำนวนมาก</h3>
<p>ผมขอยกตัวอย่างท่านศาสดา <a href="http://ma.tt/">Matt</a> องค์กร <a href="http://automattic.com/">Automattic</a> และ <a href="http://www.wordpress.org">Wordpress</a></p>
<p>น้อง Matt เพิ่งจะเบญจเพสเมื่อต้นปี แต่ได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากคือ Wordpress ซึ่งเป็นระบบทำเว็บแบบง่ายโคตร โดยทำให้ Wordpress เป็น Opensource ที่ใครจะเอาไปใช้ ไปพัฒนาต่อ อย่างไรก็ได้ และสร้างบริษัท Automattic ที่รับให้คำปรึกษาและทำเว็บด้วย Wordpress  อีกที</p>
<p>ข้อเจ๋งก็คือ บริษัทของเค้าประกอบด้วยทีมงานจากทุกมุมโลก ซึ่งหลักๆ ก็คือ คนที่สนใจในโครงการของเค้า และมาเข้าร่วมสม่ำเสมอ จนเค้าดึงตัวมาเป็นพนักงาน นั่นหมายความว่า บริษัทของเค้าไม่ต้องมี HR หรือกระบวนการหาพนักงาน</p>
<p>พนักงานทุกคน ได้ดูแลโปรเจ็คของตนเองเต็มๆ บางอันผมดูแล้วก็ธรรมดา แต่พอเป็น &#8220;เครือข่ายของทีมงาน Wordpress&#8221; ก็ทำให้มีอาสาสมัครเข้าร่วมมาก และพัฒนาจนดีได้ในที่สุด ซึ่งแปลว่า สิ่งสำคัญที่บริษัทของ Matt ให้นั้นไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่เป็นเครดิต ซึ่งนำมาทั้ง Resource และ แรงบันดาลใจ (ผมเคยบันทึกเรื่องนี้ว่า <a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/">แรงบันดาลใจนั้น สำคัญกว่าจินตนาการและความรู้</a>) และความรู้หลายเรื่องนั้นอยู่ใน Internet และสังคม Opensource อยู่แล้ว นั่นคือ บริษัทของเค้าจึงไม่ต้องมีการ Training ที่เป็นค่าใช้จ่ายแบบบริษัททั่วไป แต่มีการสร้างทีมที่แทบไม่มีค่าใช้จ่าย ลองดูสไลด์ <a href="http://wordpress.tv/2009/01/22/wordcamp-tel-aviv-2008-raanan-bar-cohen-seven-tips-for-virtual-collaboration-slides/">Virtual Collaboration</a> จะพบว่า เป็นทีมที่สุดยอดมาก</p>
<p>นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Wordpress ยังออกแบบส่วนกลาง และให้คู่มือมาดีมาก ทำให้มีคนทำส่วนต่อเพิ่มอย่างละนิดละหน่อยให้เต็มไปหมด และเมื่อทุกคนทำ ทุกคนก็เอาไปใช้ได้หมด แปลว่า บริษัทของเค้า ไม่ต้องมีแผนก R&amp;D</p>
<p>และ Concept ของเค้าที่ว่า จะไม่เอาเงินไปทำประชาสัมพันธ์ แต่จะเอาไปทำให้ผลิตภัณฑ์ดีที่สุดในโลก ทำให้บริษัทไม่ต้องมีแผนก PR และ Marketing อาศัยว่า Product ดี และบอกต่อกันอย่างเดียวเลย</p>
<p>และเมื่อเป็นองค์กรที่เล็กกระจ๋ิว และอยู่ข้ามโลกแบบนี้ ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องมีแผนกจัดซื้อ, สต็อก, จัดส่ง, ไอที, เอกสาร, ต้อนรับ, ตรวจประเมินภายใน ฯลฯ &#8211; โคตร lean เลย</p>
<p>ผมคิดว่า Matt คงไม่รวยนัก ยิ่งถ้านับจำนวนเงินจริงๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าติดตามบล็อกของเค้า จะพบว่า เค้าได้บินไปสังสรรค์ ปาตี้ พบปะและพัฒนาตนเอง ในแต่ละประเทศทั่วโลกเต็มไปหมด มีผู้คนที่ชื่นชม และอำนวยความสะดวกให้จำนวนมากเวลาที่เค้าไปในแต่ละประเทศ ซึ่งผมเห็นว่า มากกว่าที่เศรษฐีระดับโลกซักคนจะสามารถทำได้เสียอีก</p>
<p>นั่นคือ มันมีโมเดลที่สามารถสร้างบริษัทที่เล็ก แต่ประสิทธิภาพสูง, สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ และมีประโยชน์ต่อโลก โดยที่ทุกคนในบริษัท ต่างแค่เพียง &#8220;ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด&#8221; เท่านั้นเอง</p>
<hr />ผมเลยพยายามคิดว่า แล้วมันมีอยู่ในอดีตหรือเปล่าหว่า? ไอ้โมเดลแบบนี้ จนกระทั่งพบว่า มันก็คล้ายๆ กับเจ้าสำนัก นั่นเอง</p>
<h3>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<ol>
<li>เร่ิมจากสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่สุดยอด ไม่ว่าจะเป็นยอดวิชา, ความรู้, คำปรึกษา</li>
<li>รักษาองค์กรให้เล็ก ใช้การบริหารจัดการน้อย ซึ่งหากเริ่มด้วย &#8220;ความชอบ&#8221; หรือ &#8220;ศรัทธา&#8221; แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น แต่ในอดีตก็คงเห็นข้อเสียที่ว่า การสืบทอดมักจะมีปัญหา กรณีนี้องค์กร Opensource ออกแบบมาดีมาก คือ มีปัญหาก็แยกไปทำต่อได้เลย (เหมือนดาวน์โหลดวิทยายุทธท่านเจ้าสำนัก แล้วไปสร้างสำนักใหม่ได้ทันที) ส่วนพระพุทธเจ้าใช้วิธี &#8220;มีปัญหาก็ยึดพระธรรม ไม่ให้ยึดบุคคล&#8221; ซึ่งทำให้ผมคิดว่า หากไม่สามารถกลั่นกรองทุกอย่างเป็นคัมภีร์ระดับนั้นได้ บริษัทก็ควรเกิดและดับไปตามเวลาต่างหาก จะสร้างองค์กรอมตะไปทำไม?</li>
<li>ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจให้น้อย ไม่รับใช้รัฐมากนัก ไม่แสวงหาลาภยศมากนัก เพราะ &#8220;คนรวยก็มีปัญหาของคนรวย&#8221;, &#8220;ข้าราชการก็มีปัญหากับโครงสร้างเสมอ&#8221; ฯลฯ เมื่อไม่ต้องรับ input แย่ๆ จากหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีปัญหา ก็สามารถทำให้เจ้าสำนักสามารถทุ่มเทให้กับยอดวิชาของตนเองได้เต็มที่</li>
<li>ผลตอบแทนที่เจ้าสำนักได้ อาจเป็นตัวเงินไม่มากนัก แต่ปัจจัยพื้นฐาน และความฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ก็หามาได้ตามความสามารถ</li>
<li>ทำให้เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะโดยตรงกับผู้คนโดยรอบ หรือสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนกระทั่งมีคนบอกต่อ และมาเชื้อเชิญร่วมสังสรรค์กันเป็นครั้งคราเพราะแม้เจ้าสำนัก ไม่ควรจะแสวงหาลาภยศ มากนัก แต่ผมว่าโดยจริต ก็ยังต้องแสวงหา สรรเสริญและสุข อยู่ดี</li>
</ol>
<hr />ปัจจุบันวิถีแห่งเจ้าสำนัก ผมเห็นว่าต้องเป็นบริษัทเอกชนขนาดเล็ก เพราะอิสระสูงกว่าองค์กรอื่นๆ แม้จะมีปัญหากับระบบแย่ๆ อย่างสรรพากรกับประกันสังคมบ้าง แต่ก็ยังมีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไร</p>
<p>มิเช่นนั้นก็ต้องนอกระบบไปเลย แล้วให้ในระบบคงความเป็นที่ปรึกษาไว้ แต่เงินที่ใช้ผลักดันทั้งหมดอยู่นอกระบบ</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เทียบแล้วเหมือนชีวิตแห่งเจ้าสำนักของกระผมก็เหมือนเพิ่งเริ่มต้น ตอนนี้ได้แต่ฝึกวิทยายุทธอยู่ในป่า ได้รับคำเชิญมาไถนาในเมืองบ้างเป็นครั้งคราว ยังต้องเดินทางอีกไกลนัก</p>
<p>เหมือนที่บอกน้องๆ เด็กแม่ฮ่องสอนในค่ายไอทีวัลเลย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า</p>
<p><strong>&#8220;จงเลือกวิถีชีวิตที่ยากลำบาก และจงทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221;</strong></p>
<p>ขอคารวะ 1 จอก!!</p>
<p> <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เพิ่มเติม 24 มิ.ย. 2552: &#8220;ทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221; นำมาจากบันทึก <a href="http://buagern.buataitom.com/node/118-เงื่อนไขลูกผู้ชาย.html">เงื่อนไขลูกผู้ชาย</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/" title="เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี">เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่</title>
		<link>http://www.imenn.com/2007/02/happy-newyear-2007/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2007/02/happy-newyear-2007/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2007 20:58:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2007/02/happy-newyear-2007/</guid>
		<description><![CDATA[<p>มิได้ต้องการสวัสดีปีใหม่ (เนิ่นนานไปแค่ 1 เดือนเอง) อาจจะอยากทักทายผู้ฟัง (ที่ไม่น่ามีเหลือ) อยู่บ้าง แต่จริงๆแล้วมาเขียนเพราะคิดว่า ปีใหม่นี้ น่าจะเริ่มวางแผนทำอะไรซะหน่อย</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มิได้ต้องการสวัสดีปีใหม่ (เนิ่นนานไปแค่ 1 เดือนเอง) อาจจะอยากทักทายผู้ฟัง (ที่ไม่น่ามีเหลือ) อยู่บ้าง แต่จริงๆแล้วมาเขียนเพราะคิดว่า ปีใหม่นี้ น่าจะเริ่มวางแผนทำอะไรซะหน่อย (เหมือนใครๆเขา เช่น คุณ <a href="http://www.isriya.com/node/1306">mk</a> ) ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตโรแมนติค ไหลตามสายน้ำเหมือนในอดีตอีกครั้งในอนาคต</p>
<p><strong>1. ลดความอ้วนจาก 0.1 ตัน เหลือ 85 กิโล</strong><br />
จริงๆด้วยสุขภาพและการใช้ชีวิต ผมคิดว่า การตายในวัยห้าสิบต้นๆ เป็นเรื่องสมควรสำหรับผมแล้ว (พ่อผมเสียตอน 55) ดังนั้น ไม่เห็นต้องห่วงอะไร ทั้งสุขภาพ การเรียน การงาน การเงิน (ตอนนี้ผมอายุ 29 ถือว่าเลยครึ่งชีวิตมาแล้ว ถ้าจะอายุสั้นกว่าคนอื่น จะต้องหาเงินมากกว่าคนอื่นทำไม?)</p>
<p>แต่กระนั้นเมื่อมีความรัก ผมคิดว่า หากผมจะป่วย หรือตายเร็วมากเกินไป ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ผมสามารถควบคุมได้ และนั่นก็ทำให้หนุ่มขี้เกียจร่างอ้วน คิดจะลดน้ำหนักซะที</p>
<p><strong>2. เขียนบล็อกให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง</strong><br />
เผื่อ Pagerank จะไม่ตกไปมากกว่านี้ ต้องเก็บ Pagerank ไว้หากิน<br />
(เนื่องจากเว็บของผม เขียนตามมาตรฐาน <span class="caps">XHTML</span> และมาตรฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับการทำ Search Engine Optimization กลายๆ Google เลยชอบพอสมควร และให้ Pagerank มา 4/10 – แต่พอผมขี้เกียจ Update มากเกิน ตอนนี้เลยลดเหลือ 3/10 แล้ว</p>
<p>ความรู้เพิ่มเติมก็คือ Pagerank สูง Search แล้วจะขึ้นอันดับต้นๆได้ง่ายกว่า, เว็บเมืองไทย Pagerank สูงๆอย่าง <a href="http://www.sanook.com">Sanook</a>, <a href="http://www.manager.co.th">Manager</a> คือ 6 : เมืองนอก เว็บ <a href="http://www.microsoft.com">Microsoft</a> ได้ 9 เว็บ <a href="http://www.apple.com">Apple</a> ได้ 10 : เมื่อเว็บ Pagerank สูง link ให้เว็บไหน เว็บนั้นจะพลอย Pagerank สูงไปด้วย)</p>
<p><strong>3. ดูแลความรักให้ดีหน่อย</strong><br />
(ไม่มีหน่วยเป็นเป้าหมายแฮะ เอาเป็นว่าปีหน้าเธอยังยอมคบอยู่ละกัน)<br />
มันค่อนข้างยากกับพวกหัวใจด้านชาอย่างผมเหมือนกัน แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดนะ</p>
<p><strong>4. ถ่ายรูปให้มากขึ้น (ขออย่างน้อยเดือนละรูป)</strong><br />
อุตส่าห์ซึ้อกล้องตามคุณ <a href="http://pradt.net/?p=480">PRADT</a> ทั้งที ต้องขยันหัดมองโลกผ่านเลนส์หน่อยสิ</p>
<p><strong>5. วางแผนการเงินในดีกว่านี้ (สรุปงบการเงินได้ทุกเดือน)</strong><br />
ไหนๆก็ซื้อ <a href="http://www.iggsoftware.com/ibank/">iBank</a> มาใช้แล้วนี่นะ</p>
<p>สำหรับงานที่บริษัท ไทเกอร์ ไอเดีย</p>
<p><strong>1. คติพจน์ประจำบริษัทของปีนี้ก็คือ “ใส่ใจ”</strong><br />
รู้สึกเหมือนได้มาเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ทำตามความฝันไปนักต่อนักแล้ว ปีนี้ต้องพยายามทำตามความจริงมากขึ้น ใส่ใจมากขึ้น</p>
<p><strong>2. รื้อระบบบัญชีใหม่</strong><br />
เพิ่งเจอระบบ <a href="http://www.imoneys.co.th">iMoney</a> ที่ดูท่าจะใช้ไม่ยาก และก็ไม่แพงนัก ก็ว่าจะเลิกทำแบบงูๆปลาๆซักที เพราะเวลาปิดงบการเงินแต่ละเดือนมันยุ่งยากไปหน่อย</p>
<p><strong>3. รื้อระบบ Track งานใหม่</strong><br />
เมื่อปลายปีได้ซื้อ <a href="http://www.stuffedguys.com/products/factory/">Factory Nova</a> มาใช้ ดูดีมากๆ แต่เอาเข้าจริงก็ยังยุ่งยากไปหน่อย คิดว่าที่สุดแล้ว <a href="http://www.taskfreak.com">TaskFreak Multiuser</a> ที่ฟรี น่าจะดีกว่าอีก ก็ต้องเคี่ยวเข็ญให้ใช้กันให้หมด</p>
<p><strong>4. พยายามฝึกอบรมภายในให้ได้เดือนละครั้ง</strong><br />
พอน้องๆเริ่มเก่งขึ้น ก็รู้สึกยากจริงๆเวลาจะหาใครมาสอน (กราฟฟิค, เว็บ, ตัดต่อ ฯลฯ) ยังไงก็ตั้งเป้าว่า อย่างน้อยให้มีการฝึกอบรมภายในบริษัทเดือนละครั้งให้ได้ก่อนละกัน</p>
<p><strong>5. ให้โบนัสน้องๆที่ฐาน 1.5 เดือน และขึ้นเงินเดือนให้ทุกคนที่ต่ำกว่า 30,000</strong><br />
ปีที่แล้วถือว่าทำพลาดเรื่องการลงทุน และการรับงาน ไปหลายเรื่อง ถ้าปีนี้ไม่เกรงใจลูกค้าที่เรื่องมาก และวางแผนงานดีกว่านี้ น่าจะทำให้มีกำไรเพียงพอ</p>
<p>เอารูปตัวเอง ณ 0.1 ตันมาฝาก เห็นรูปจริงอาจรับไม่ได้ เลยส่งภาพวาดมาแทน (วาดโดย พี่ต่อ Art Director ของ TiGER iDEA นั่นเอง)<br />
<img src="http://www.imenn.com/pic/menn-illus.jpg" alt="" width="400" height="460" /></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/" title="บางประการสำหรับผู้นำ">บางประการสำหรับผู้นำ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2007/02/happy-newyear-2007/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บางประการสำหรับผู้นำ</title>
		<link>http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2006 12:15:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ชีวิตกำลังเติบโตขึ้นอีกขั้น เลยนำ how-to บางประการสำหรับผู้นำ, เจ้าของกิจการ, หัวหน้า, เจ้านาย, ลูกพี่ ฯลฯ มาฝาก</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชีวิตกำลังเติบโตขึ้นอีกขั้น เลยนำ how-to บางประการสำหรับผู้นำ, เจ้าของกิจการ, หัวหน้า, เจ้านาย, ลูกพี่ ฯลฯ มาฝาก</p>
<p>เริ่มบริษัทออกแบบจากตัวคนเดียว ผ่านไป 2-3 ปี มีทีมรวม 20 คน ครึ่งหนึ่งเป็นดีไซเนอร์ อีกครึ่งเป็นส่วนขายและประสานงาน จากที่เริ่มขายงานด้วยการตระเวณคนเดียว ขายงานหลักหมื่นต่อเดือน ก็มามีเพื่อนร่วมสร้างบริษัท มีทีมขาย ขายงานหลักล้านในแต่ละเดือน</p>
<p>จากที่เคยไร้ระบบและวินัย แต่ก็ใกล้ชิดกับทุกคนจนเข้าใจทั้งความฝันและความไม่ฝัน ตอนนี้กลับเริ่มมีระเบียบระบบ ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับความห่างเหิน ซึ่งเกิดจากปริมาณคน ปริมาณงาน</p>
<p>คุยกับน้องๆในบริษัทว่า บางที เราคงมาถึง Coming of age,</p>
<p>ทำให้คำพูดของ Charles Handy เด่นชัดขึ้นมา,</p>
<blockquote><p>The leader must have a love of people, and  a capacity for aloneness.</p>
<p>(ผู้นำนั้นต้องมีความรักในผู้อื่น และมีความสามารถที่จะอยู่เพียงลำพัง)</p></blockquote>
<p>ขยายความโดยพรหมวิหาร 4 ของพระพุทธเจ้า (คุณธรรม 4 ประการอันเป็นที่อยู่ของพรหม – คือผู้นำ) ได้ว่า</p>
<p><strong>love of people</strong> (มี 2 มิติ เพราะความรักของผู้ปกครองไม่ได้กล่าวถึงมิติในแง่รักแบบสิเน่หา, รักแบบอาลัย, รักแบบฉันทะ, ฯลฯ วันหลังคงได้กล่าวละเอียดถึงคำศัพท์ซึ่งสะท้อนมิติของความรัก)</p>
<p>1. เมตตา – หวังให้ผู้อื่นเป็นสุข</p>
<p>(ง่ายกว่า อย่างหยาบๆก็เช่น ซื้อผลไม้ให้เด็กกิน)</p>
<p>2. กรุณา – หวังให้ผู้อื่นพ้นทุกข์</p>
<p>(ยากกว่า อย่างหยาบๆก็เช่น สอนให้เด็กปลูกผลไม้ – การจะพ้นทุกข์ได้ มันต้องมีความสุข-อย่างยั่งยืน-ได้เสียก่อน)</p>
<p><strong>capacity for aloneness</strong> (มี 2 มิติ)</p>
<p>3. มุทิตา – พลอยยินดี</p>
<p>(่ง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่คนขี้อิจฉาริษยา)</p>
<p>4. อุเบกขา – ความวางเฉยที่เหมาะควรแก่สถานการณ์</p>
<p>(ยากกว่าถึงยากที่สุด <strong>การวางตัวให้ทุกคนรักนั้น ย่อมง่ายกว่าการวางตัวให้ทุกคนทำในสิ่งที่ถูกต้อง</strong> ซึ่งแน่นอนว่า ต้องแลกกับความโดดเดี๋ยวของผู้นำ)</p>
<p>กับอีกบางคำคมที่อาจเป็นประโยชน์</p>
<blockquote><p>อย่ามองคนที่ท่าที ให้มองที่หัวใจ</p></blockquote>
<p>อันนี้เฮียวิรัชพูดบ่อย ส่วนใหญ่การทำเลาะกัน เกิดขึ้นเพราะเรื่องเช่นนี้</p>
<blockquote><p>เลี้ยงทหารพันวัน ใช้งานวันเดียว</p></blockquote>
<p>แม้จะไม่ค่อยชอบความสัมพันธ์แบบเจ้าขุนมูลนายจากสุภาษิตจีนนี้ แต่ก็เอาไว้คอยเตือนใจตัวเองหลายครั้ง เวลาที่น้องแต่ละคนออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง เพราะทุกครั้งที่น้องแต่ละคนต้องโชว์ฝีมือ เค้าก็ทำได้ดี</p>
<blockquote><p>บริษัทที่ดีนั้น ไม่ควรต้องสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพราะคนที่เหมาะสมกับงานนั้นมีแรงจูงใจอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือ หาคนที่ต้องการขึ้นรถคันเดียวกัน – ไปด้วยกัน และหาคนที่ไม่ต้องการอยู่ในรถคันเดียวกัน – ลงจากรถ</p></blockquote>
<p>อันนี้มาจากหนังสือ Good to Great  ของ Jim Collins จำได้ว่าพัชเคยคุยกับผมเรื่องนี้ หลังจากที่เราตัดสินใจให้พนักงานบางคนออก</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เพื่อนบางคนสร้างกิจการขึ้นมา ถึงจุดที่คนเริ่มเยอะ เริ่มเป็นระบบ ก็กลับตัดสินใจขายบริษัททิ้งไป เพราะมันไม่สนุกแล้ว</p>
<p>เพื่อนบางคนเปิดบริษัทได้ซักพัก ก็กลับไปเป็นคอนเซ้าท์เหมือนเดิม เพราะงานง่ายกว่า เงินเยอะกว่า</p>
<p>เพื่อนบางคนเปิดบริษัทมานาน หาจุดลงตัวได้ว่า แค่ไหนที่ทำให้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า – แต่สิ่งที่เค้าแลกก็คือ การ Turnover ของพนักงานสูง (พนักงานลาออก-เข้าใหม่บ่อย)</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>วิธีการเลี้ยงชีวิตของแต่ละคนย่อมต่างกัน เพราะทางที่เราเลือกเดินนั้นต่างกัน</p>
<p>ไม่เคยรู้สึกยิ่งใหญ่อะไรเลย จนกระทั่งแม่ของพัชกล่าวชมว่า</p>
<p>“ชีวิตของเม่นนี้ดีนะ น่าจะได้บุญมาก เพราะได้มีโอกาสเลี้ยงคนถึง 20 คน”</p>
<p>เพราะรู้ว่าน้องแต่ละคน ต่างก็มีทางไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะมีผมหรือว่าไม่มี ทำให้ครั้งแรกที่ผมได้ยินประโยคนี้ รู้สึกทั้งประหลาดใจ ระคนอิ่มใจ</p>
<p>เออหนอ ความเป็นไปได้มีอยู่เป็นอนันต์ในโลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลับมีเพียงสิ่งเดียว</p>
<p>จริงๆแล้ว เราไม่ต้องมาพบกันก็ได้ แต่แล้วเราก็กลับได้มาพบกัน ทำงานร่วมกัน</p>
<p>&#8230;</p>
<p>แล้วผมก็รู้สึกเหมือนชีวิตได้ก้าวขึ้นบันไดมาอีกขั้น ที่เคยคิดเล็กคิดน้อย คาดหวังให้แต่ละคนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ (ซึ่งเป็นผลพวงจาก Key Performance Index ทั้งหลาย) ก็พลันปลาสนาการไป</p>
<p>จริงสิ – ผมกล่าวกับตัวเอง</p>
<p><strong>เป็นผู้นำ จงมีจิตใจกว้างใหญ่ดังมหาสมุทร</strong></p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/121-tree.jpg" alt="" width="480" height="919" /></p>
<p>รูปเมื่อไปเที่ยวเขาใหญ่ ปีที่แล้ว</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/121-team-2006.jpg" alt="" width="480" height="461" /></p>
<p>รูปเดี่ยว <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/121-ay.jpg" alt="" width="480" height="338" /></p>
<p>รูปเมื่อเที่ยวอยุธยา เมื่อเดือนพฤษภาคม</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/" title="ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน (จากคุณ Guy)">ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน (จากคุณ Guy)</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน (จากคุณ Guy)</title>
		<link>http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2006 08:08:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ตามอ่านเว็บของคุณ Guy Kawasaki มาพอควร ชอบไอเดียหลายอย่าง พอดีช่วงนี้มีการรับคนอยู่บ้าง เลยเอามาแบ่งปันให้น้องๆฟังกัน</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตามอ่านเว็บของคุณ Guy Kawasaki มาพอควร ชอบไอเดียหลายอย่าง พอดีช่วงนี้มีการรับคนอยู่บ้าง เลยเอามาแบ่งปันให้น้องๆฟังกัน</p>
<p>จาก <a href="http://blog.guykawasaki.com/2006/01/the_art_of_recr.html">Blog ของคุณกาย</a> เราจะพบว่า ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน ที่คุณกายอ้างถึง สรุปคร่าวๆ เผินๆ ดังนี้</p>
<p>
<h3>ศิลปะแห่งการรับคนเข้าทำงาน</h3>
</p>
<p><strong>1. จ้างคนที่เก่งกว่าตัวเอง</strong><br />
คนทั่วไปอาจจะพยายามจ้างคนที่ห่วยกว่าตัวเอง เพื่อเชิดชูความเหนือกว่า แต่คนเก่งนั้น จะจ้างคนที่เก่งเท่ากับหรือมากกว่าตัวเอง</p>
<p><strong>2. จ้างคนที่หลงใหล</strong><br />
ถ้าพนักงานไม่ได้รัก หรือหลงใหลที่ผลงาน/ผลิตภัณฑ์ของคุณ เค้าก็มีดีแค่การศึกษากับประสบการณ์ทำงาน ซึ่งหาได้ทั่วไป</p>
<p><strong>3. อย่าไปสนใจว่าคนละสาย</strong><br />
คนที่ทำงานข้ามสาย มักจะมุ่งมั่นกว่าคนที่เรียน/ทำงานมาตรงสาย</p>
<p><strong>4. ตรวจสอบลางสังหรณ์กับแหล่งอื่น</strong><br />
คุณมักจะจำลางสังหรณ์ที่บังเอิญถูก แล้วคุณก็เชื่อมันในครั้งต่อๆไป จริงๆแล้วการถูกชะตานั้นอาจจะผิดก็ได้ ควรตรวจสอบหลายๆทาง</p>
<p><strong>5. ตรวจสอบหลักฐานกับแหล่งอื่น</strong><br />
นอกจากเอกสารที่ผู้สมัครให้มาในการสมัครงานนั้น คุณได้ตรวจสอบที่อื่นจริงหรือเปล่า? แหล่งอ้างอิงที่เธอให้ ย่อมกล่าวแต่สิ่งที่ดีของเธอ</p>
<p><strong>6. คิดว่า &#8230; ถ้าได้พบกันในห้างสรรพสินค้า &#8230; ?</strong><br />
ถ้าคุณได้พบผู้สมัครงานในห้างสรรพสินค้า คุณจะ (1) เข้าไปทักทาย (2) อยู่เฉยๆ ถ้าเจอก็ทัก (3) ขึ้นรถ ไปช้อปปิ้งที่อื่น &#8230; หากคุณไม่ได้เลือกข้อที่ 1 ก็อย่ารับคนนั้นเข้าทำงานเลย</p>
<p><strong>7. ใช้อาวุธทั้งมวล</strong><br />
ถ้าคุณพบคนที่คิดว่าใช่ จงใช้อาวุธทั้งหมดที่มี เพื่อให้คนนั้นตัดสินใจทำงานกับคุณ แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่เงินเดือน สวัสดิการ หุ้นส่วน ฯลฯ แต่เป็นแรงบันดาลใจที่คุณมีให้กับผู้ที่สนใจทำงานกับคุณ แรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลก หรือ สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่</p>
<p>แน่นอนว่า รวมถึงการใช้อาวุธนั้น ทำลายโอกาสที่เธอจะตัดสินใจทำงานในบริษัทอื่นที่ใกล้เคียงกับคุณด้วย</p>
<p><strong>8. กระจายไปยังทุกคนที่ตัดสินใจ</strong><br />
การตัดสินใจทำงานในที่ใดๆ มักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง คุณควรเกลี้ยกล่อม เพื่อน พี่ น้อง ครอบครัว ฯลฯ ของผู้มาสมัครด้วย ไม่ว่าโดยตรง หรือผ่านทางผู้สมัครงาน</p>
<p><strong>9. เสนอค่าจ้างทีหลัง</strong><br />
บริษัทอเมริกันส่วนใหญ่จะเริ่มเจรจาโดยส่งจดหมายเสนอเงินเดือนขั้นต้น ซึ่งสำหรับบางคน  อาจจะเป็นการดูถูก ดังนั้น คุณควรคุยเรื่องเงินเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับการรับคนเข้าทำงาน</p>
<p><strong>10. อย่าเพิ่งคิดว่าจบ</strong><br />
เมื่อพนักงานเริ่มต้นทำงานกับคุณ อย่าคิดว่ากระบวนการได้เสร็จสิ้น เพราะเมื่อพวกเค้ากลับบ้านตอนกลางคืน คุณอาจจะไม่ได้เห็นพวกเค้าอีกก็ได้ หากคุณไม่สามารถทำให้ความมุ่งมั่น และ ควารักในงาน นั้นดำเนินต่อไป</p>
<p><img src="http://imenn.com/pic/115-team.jpg" alt="" width="480" height="476" /><br />
<a href="http://www.sxc.hu/browse.phtml?f=view&#38;id=238217">รูปจากคุณ stoll</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2006/06/the-leader/" title="บางประการสำหรับผู้นำ">บางประการสำหรับผู้นำ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2006/02/the-art-of-recr/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จากกระทู้เรื่องเงินเดือน</title>
		<link>http://www.imenn.com/2006/02/about-salary/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2006/02/about-salary/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2006 18:55:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2006/02/about-salary/</guid>
		<description><![CDATA[<p>จากกระทู้ <a href="http://www.freemac.net/modules.php?name=Forums&#38;file=viewtopic&#38;t=7978" title="ตามความสามารถ">เงินเดือนเท่าไหร่ที่คุณคิดว่าโอเค...พอแล้ว</a> ทำให้รู้สึกนึกย้อนประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ขอทดไว้ในบล็อกเช่นเคย</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากกระทู้ <a title="ตามความสามารถ" href="http://www.freemac.net/modules.php?name=Forums&amp;file=viewtopic&amp;t=7978">เงินเดือนเท่าไหร่ที่คุณคิดว่าโอเค&#8230;พอแล้ว</a> ในหมู่คนใช้แม็ค/ทำงานกราฟฟิค ทำให้รู้สึกนึกย้อนประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ขอทดไว้ในบล็อกเช่นเคย</p>
<blockquote><p>ขอตอบ (ขุดกระทู้) ในฐานะคนทำบริษัทกราฟฟิคเล็กๆ ดูแลพนักงานสิบกว่าคนนะครับ<br />
ผมคิดว่าสัดส่วนที่แฟร์มากๆสำหรับธุรกิจบริการเนี่ย เมื่อเทียบกับยอดขาย น่าจะประมาณ</p>
<ol>
<li>คนทำ (เช่น Graphic Designer) &#8230;&#8230; 30%</li>
<li>คนตรวจ (เช่น Art Director) &#8230;&#8230;&#8230;.. 30%</li>
<li>คนขาย (เช่น AE, Sales) &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. 30%</li>
<li>ค่าใช้จ่ายทางบัญชี (เช่น Admin) &#8230;&#8230;. 10%</li>
</ol>
<p>จะเห็นว่าที่แจกแจงเป็นการให้ตัวเลขแบบไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงเลย (ค่าโทรศัพท์, ค่าน้ำมัน, ค่าเสื่อมราคาของคอมพิวเตอร์) ถ้าทุกคนเป็น Freelance และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเอง ผมว่าก็น่าจะได้ผลตอบแทนประมาณนี้แหละ นั่นคือ ถ้าคุณเป็น Graphic Designer ในทีม คุณสร้างรายได้ 100,000 บาท คุณควรจะได้เงิน 30,000 บาท</p>
<p>แต่คุณควรจะต้องจ่าย (หรือบริษัทต้องจ่าย)</p>
<ol>
<li>ค่าเสื่อมราคาคอมและอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือคิดว่าเป็นค่าเช่าชุดคอม เดือนละประมาณ 2,000 – 3,000 บาท (เอาราคาคอม หารด้วย 36 เดือน (อายุใช้งานคอมทั่วไป) อาจมีค่าบำรุงรักษาอีกหน่อย)</li>
<li>ค่าเสื่อมราคาซอฟแวร์ หรือคิดว่าเป็นค่าเช่าโปรแกรม เดือนละประมาณ 2,000-3,000 บาท (คิดแบบเดียวกับข้อ 1. แต่ถ้ามีบางโปรแกรมต้องเปลี่ยนทุกปีก็ยิ่งไปใหญ่)</li>
<li> ค่าไฟ เดือนละประมาณ 1,000 บาท</li>
<li>ประกันสังคม คุณจ่าย 5% บริษัทจ่าย 5% แต่ไม่เกิน 750 บาท ถ้าเงินเดือน 20,000 บริษัทก็จ่าย 750 บาท</li>
<li>ค่าใช้จ่ายเอกสาร+สวัสดิการเบ็ดเตล็ด 1,000 -2,000 บาท</li>
<li>ค่าเช่าออฟฟิศ เฉลี่ยมาลงที่คน อาจจะประมาณคนละ 1,000-2,000 บาท (ถ้าคุณเช่าหอเพื่อทำงาน Freelance คุณต้องจ่าย 3,000-4,000 บาท ถ้าคุณอยู่บ้านที่เคยซื้อมา บ้านราคา 2 ล้าน อยู่ 20 ปี ไม่รวมดอกเบี้ยยังตกเป็นค่าใช่จ่ายเดือนละ 8 พันกว่าบาทนะครับ)</li>
<li>ถ้าเป็นส่วน AE ก็จะมีพวกค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมัน ค่าอาหารเลี้ยงลูกค้า ฯลฯ</li>
</ol>
<p>จะเห็นว่า ถ้าคุณสามารถทำเงินได้ 100,000 บาท คุณควรจะมีเงินเดือนประมาณ 20,000-25,000 บาท หรือกลับกัน คือ คุณควรจะทำงานได้มูลค่า 4-5 เท่าของเงินเดือน</p>
<p>ที่ผ่านมาบรีิษัทผม ถ้่าทุกคนทำได้ 4-5 เท่าของเงินเดือน บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 1.5-2 เท่าของเงินเดือนรวมทั้งบริษัท (อย่าลืมว่า 1 โปรเจ็คใช้หลายคนทำ) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีฐานะพออยู่ได้ ไม่ขาดทุน แต่ก็ไม่ได้กำไรนัก</p>
<p>เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมเป็น Freelance ทำงานคนเดียว ผมโกงค่าใช้จ่ายหลายส่วนได้ เช่นค่าซอฟแวร์ ค่าประกันสังคม ค่าบ้าน ค่าไฟ ฯลฯ แต่จำได้ว่า ผมโกงค่าใช้จ่ายที่จะแบ่งให้ส่วนต่างๆไม่ได้ ถ้าเป็นแค่ Graphic Designer มันก็ปิดการขายไม่ได้ ได้งานจากคนรู้จักไม่กี่งานเดี๋ยวก็หมด ถ้าเป็นแค่ Sales ก็ไม่มีคนทำ จะแจกต่อ ก็ไม่มีคนตรวจ ก็เลยต้อง ขายเอง ทำเอง ตรวจเอง (งานหลักพันกับหลักหมื่น บางทีกราฟฟิคเหมือนกันเปี๊ยบ ต่างที่มีคนตรวจหรือเปล่า แก้งานหลายครั้งหรือเปล่า)</p>
<p>และที่เหนื่อยที่สุดตอนเป็น Freelance ก็คือ ระหว่างทำงานลูกค้าปัจจุบัน (ซึ่งก็มักจะรีบอยู่แล้ว) ก็ยังต้องแบ่งเวลาไปทวงเงินงานในอดีต และแบ่งเวลาไปหางานในอนาคต จำได้ว่าผมถึงกับนิยามชีวิตช่วงนั้นว่า การเป็น Freelance คือการรบในสงครามที่ไม่มีวันจบ เลยเชียว</p>
<p>หลังจากขู่เรื่องการเป็น Freelance แล้ว ก็ขอตบท้ายว่า สนใจมาสมัครงานกับผมได้ครับ (ฮา&#8230;)</p></blockquote>
<p>เพิ่มเติม: ต้นทุนของพนักงานบริษัท Unilever เมื่อราวปี 2006 อยู่ที่ 1.9 เท่าของเงินเดือน</p>
<p><img src="http://imenn.com/pic/113-house.jpg" alt="" width="480" height="360" /><br />
<a href="http://www.sxc.hu/browse.phtml?f=view&amp;id=162477">รูปจากคุณ matthains</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/02/happy-newyear-2007/" title="สวัสดีปีใหม่">สวัสดีปีใหม่</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2006/02/about-salary/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</title>
		<link>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2005 17:14:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ขอเลียนแบบ<a href="http://spaces.msn.com/members/raruen/">คุณปู๊ด</a> ในการถ่ายทอดประสบการณ์ชีิวิตธุรกิจในระยะที่ผ่านมา แม้ค่อนข้างจะคนละแนว เพราะกระผมไม่สันทัดในการทำงานกับคนงาน หรือธุรกิจที่โหดร้ายอย่างการรับเหมาก่อสร้าง</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเลียนแบบ<a href="http://spaces.msn.com/members/raruen/">คุณปู๊ด</a> ในการถ่ายทอดประสบการณ์ชีิวิตธุรกิจในระยะที่ผ่านมา แม้ค่อนข้างจะคนละแนว เพราะกระผมไม่สันทัดในการทำงานกับคนงาน หรือธุรกิจที่โหดร้ายอย่างการรับเหมาก่อสร้าง</p>
<p>ส่วนใหญ่กระผมมักจะได้ทำงานกับศิลปิน และ ผู้ประกอบการ มากกว่า</p>
<p><strong>1. ข้อแรกของการสร้างทีมคือ กิจกรรมร่วมกันที่ไม่ใช่งาน</strong><br />
ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว กล่าวไว้อย่างนั้น พอคิดถึงทีมตัวเองที่ไปเที่ยวกันบ่อยพอควร ก็เลยเห็นด้วยอย่างนั้น</p>
<p><strong>2. อย่าสร้างกฎ จงสร้างความเข้าใจ</strong><br />
เวลาประชุมกันหลายๆครั้ง เฮียมักจะเตือนว่า อย่าสร้างกฎใหม่ๆ เพราะจะทำให้บริษัทซับซ้อนขึ้น ยุ่งยากขึ้น การสร้างความเข้าใจนั้นได้ผลมากกว่าการออกระเบียบใหม่</p>
<p><strong>3. หลีกเลี่ยงไอ้พวก MBA Words ทั้งหลาย</strong><br />
คำประเภท Entrepreneur, Core Competency, BHAG (big, hairy, audacious goal) &#8230; นั้นเท่ แต่ทำให้การสื่อสารยากขึ้น บริษัทที่จะก้าวไปข้างหน้าได้เร็ว ต้องเรียบง่าย เข้าใจง่าย</p>
<p><strong>4. ถูก-เร็ว-ดี เลือกได้แค่ 2 อย่าง</strong><br />
แม้จะ Bullshit ให้ลูกค้าฟังได้ว่าเลือกได้ 3 อย่าง แต่ตำราการบริหารงานทั่วไปก็บอกชัดว่า เราเลือกและคาดหวังจากคนอื่นได้แค่ 2 อย่างในชั่วเวลาหนึ่ง เช่น ถูก-เร็ว แต่ไม่ดี ถูก-ดี แต่ไม่เร็ว ฯลฯ</p>
<p><strong>5. ถ้าหากว่าทีมนั้นใจกว้าง เราก็จะได้ความสามารถใหม่ๆเข้ามาอีก</strong><br />
ยิ่งทีมแข็งแกร่ง ผู้มาใหม่ก็ยิ่งเข้ายากขึ้น ต้องพิสูจน์ตนเองหนักขึ้น เร็วๆนี้เพิ่งได้ข้อคิดกับตัวเองว่า หากเรายังให้โอกาสคนใหม่ๆอยู่ ความสามารถใหม่ๆ ก็ย่อมมาเพิ่มให้เราได้</p>
<p><strong>6. เงิน-ปัจจัย(resource)-ความรู้-แรงบันดาลใจ</strong><br />
เงินนั้นเป็นของต่ำค่าที่สุดที่ควรจะให้กัน ปัจจัยเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่ก็น้อยกว่าความรู้ ที่ทำให้คนสร้างปัจจัยและเงินเองได้ สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดคือ แรงบันดาลใจ</p>
<p><strong>7. กระบวนการทำงาน</strong><br />
ของคุณเด็มมิ่ง (Demming)<br />
Plan-Do-Check-Action (วางแผน ปฏิบัติ ตรวจสอบ แก้ไข)</p>
<p>ของพระพุทธเจ้า (เรียกว่า อิทธิบาท 4)<br />
ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา (ความชอบ ความขยัน ความเอาใจใส่ ความเข้าใจและพัฒนา)</p>
<p>แค่เริ่มต้นด้วยความชอบ อิทธิบาท4 ก็เหนือกว่ากระบวนการอื่นๆแล้ว</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เพิ่งกลับจากงาน <a href="http://www.designedge.sg/">DesignEDGE Conference &#38; Expo 2005</a> ที่ออฟฟิศออกทุนให้กระผมและน้องๆไปดูงานที่สิงคโปร์ ส่วนตัวคิดว่างานเล็กกว่าที่คิด วิทยากรยังไม่หลากหลายและลุ่มลึกเท่าที่ควร แต่ก็ได้เจอบริษัท <a href="http://www.fatbars.tv/">Fat Bars</a> กับคุณ Samantha ผู้ก่อตั้ง ถึงกับเกิดพุทธิปัญญาในบัดดลนั้นเลยว่า <strong>แรงบันดาลใจนั้นสำคัญกว่าจินตนาการและความรู้</strong> เสียอีก</p>
<p>นอกจากจะใช้ Motion และ Final Cut Pro เก่งระดับ Apple Master แล้ว (คำจริงนะ ไม่ใช่สำนวน) เค้ายังทำให้เรากลับมาทบทวนความรู้พื้นฐานในงาน Post Production อีกว่า &#8220;คนเราได้ยินเสียง ก่อนเห็นภาพ&#8221;</p>
<h3>ประมวลภาพ</h3>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg01.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
เม่นและเดอะปูน</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg02.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
น้องแจ็คและน้องปลา</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg03.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
ท่านเม่น ในโรงแรม</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg04.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
ณ งาน</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg05.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
โชว์ทั้งภาพ และ เสียง</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg06.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
บริษัทโมเดลของสิงคโปร์</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg07.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
Fatbars กับ Present สุดเจ๋ง</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg08.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
You got 4 seconds!</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg09.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
บอลในคอมฯ ถูกเตะโดยเงาคน!</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg10.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
กราฟฟิคแนวๆ</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg11.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
การจัดวางแนวๆ</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg12.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
เตะเด็กแนว! <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/02/pai-and-her-photos/" title="ปาย และภาพถ่ายของเธอ">ปาย และภาพถ่ายของเธอ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/basic-skills-basic-subjects/" title="วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน">วิชาพื้นฐานของผู้เริ่มทำงาน</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตมานต้องเดินตามหาความฝานนน</title>
		<link>http://www.imenn.com/2005/09/jobs-says/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2005/09/jobs-says/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2005 21:17:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2005/09/jobs-says/</guid>
		<description><![CDATA[<p>สุนทรพจน์ ของ Steve Jobs เมื่อหลายเดือนก่อน อ่านแล้วหัวใจเต้นแรง และมีกำลังใจเช่นเคย สมกับที่เขียนไว้ใน <a href="http://homepage.mac.com/steve/Resume.html">Steve&#8217;s Resume</a> ว่า <strong>That &#8220;vision thing&#8221;, public speaking, motivating teams, and helping to create really amazing products.</strong></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<blockquote>Every PCs have Customers, Only Mac has Fan.</p></blockquote>
<p> &#8211; Steve Jobs -</p>
<p>น้องสาวคนหนึ่งที่กำลังเรียนอยู่ MBA Stanford ส่ง email สุนทรพจน์ ของ Steve Jobs มาให้เมื่อหลายเดือนก่อน อ่านแล้วหัวใจเต้นแรง และมีกำลังใจเช่นเคย สมกับที่เขียนไว้ใน <a href="http://homepage.mac.com/steve/Resume.html">Steve&#8217;s Resume</a> ว่า <strong>That &#8220;vision thing&#8221;, public speaking, motivating teams, and helping to create really amazing products.</strong></p>
<p>แต่จนแล้วจนรอด แม้จะขี้เกียจมาเป็นเวลานาน ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครแปลสุนทรพจน์ <a href="http://news-service.stanford.edu/news/2005/june15/jobs-061505.html">&#8216;You&#8217;ve got to find what you love,&#8217; Jobs says </a>นี้ซักที วันนี้เลยนึกครึ้ม ลองแปลด้วยความรู้เท่าหางอึ่ง ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยล่วงหน้า หากอ่านไม่เข้าใจ แนะนำให้ไปอ่านที่เว็บ Stanford แทนเด้อครับ</p>
<p><img src="/pic/jobs.jpg"/><br />
รูปถ่ายจาก <a href="http://news-service.stanford.edu/news/2005/june15/grad-061505.html">Steve Jobs to 2005 graduates</a></p>
<p><strong>คำกล่าวสุนทรพจน์ ในงานจบการศึกษา ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดย สตีฟ จ๊อบส์ CEO ของ Apple Computer และ Pixar Animation Studios เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2005</strong></p>
<p>ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมในงานจบการศึกษา ของมหาวิทยาลัยที่เยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผมเองนั้นเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย ซึ่งจะว่าไป วันนี้คงเป็นเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดแล้ว สำหรับการจบการศึกษา </p>
<p>วันนี้ผมจะเล่าเรื่องราวของชีวิตให้พวกคุณฟัง 3 เรื่อง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็แค่เรื่องราว 3 เรื่องเท่านั้น</p>
<p><strong>เรื่องแรก เกี่ยวกับการเชื่อมโยงต่อจุดแต่ละจุด</strong></p>
<p>ผมพักการเรียนที่ Reed College หลังจากเรียนไป 6 เดือน จากนั้นก็ลงเรียนบ้าง ไม่เรียนบ้าง ไปอีก 18 เดือน ก่อนที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัย</p>
<p>ทำไมน่ะหรือ?</p>
<p>มันเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเกิด แม่แท้ๆของผมท้อง ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานและกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ เธอตัดสินใจยกผมให้คนอื่นเลี้ยง โดยตั้งใจว่าจะต้องเป็นคนที่จบมหาวิทยาลัย แม่เตรียมสิ่งต่างๆไว้พร้อม เพื่อยกผมให้กับครอบครัวของทนายและภรรยาครอบครัวหนึ่ง แต่เมื่อผมเกิด เค้ากลับตัดสินใจในนาทีสุดท้ายว่าอยากได้เด็กผู้หญิงมากกว่า แม่ผมเลยต้องหาครอบครัวอื่นจากสมุดรายชื่อ เพื่อโทรไปถามเค้าในตอนดึกคืนหนึ่งว่า &#8220;เราดันได้เด็กผู้ชาย คุณอยากจะรับเลี้ยงเค้าหรือเปล่า?&#8221;</p>
<p>&#8220;ตกลง&#8221; หลังจากนั้น แม่ผมก็พบว่า ฝ่ายหญิงไม่ได้จบมหาวิทยากลัย และ ฝ่ายชายก็ไม่จบแม้มัธยมปลายด้วยซ้า เธอจึงปฏิเสธ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจภายหลัง เมื่อครอบครัวนั้นได้ให้สัญญาว่า วันหนึ่ง ผมจะต้องได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย</p>
<p>แล้ว 17 ปีต่อมา ผมก็ได้เข้าเรียนจริงๆ แต่ด้วยความไม่ประสา ผมกลับเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่ค่าเล่าเรียนแพงพอๆกับ Stanford ด้วยเงินเก็บที่พ่อแม่บุญธรรมหามาได้ด้วยการทำงานหนัก หลังจากนั้น 6 เดือน ผมกลับไม่เห็นคุณค่าของมัน ผมไม่รู้เลยว่า ผมต้องการจะทำอะไรในชีวิต และ ไม่เห็นว่า มหาวิทยาลัยจะช่วยผมค้้นหาคำตอบได้อย่างไร ในขณะที่เงินเก็บทั้งหมดของพ่อแม่บุญธรรม ก็ถูกใช้จ่ายไปเรื่อยๆ </p>
<p>ผมจึงตัดสินใจพักการเรียน และเชื่อว่ามันจะต้องมีทางออก แม้ในเวลานั้น มันเป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจไม่น้อย แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ผมพบว่า นี่คือการตัดสินใจครั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต มันเป็นครั้งแรก ที่ผมกล้าจะหยุดการเรียนที่ไม่น่าสนใจ และลงเรียนวิชาที่ผมสนใจ</p>
<p>แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อไม่ได้พักในหอพัก ผมต้องไปอาศัยนอนที่พื้นห้องของเพื่อน, ผมต้องเก็บขวดโค้กเพื่อไปแลกเป็นส่วนลด 5 เซ็นต์ ซื้ออาหาร, ต้องเดิน 7 ไมล์ข้ามเมืองในทุกๆคืนวันอาทิตย์ เพื่อแลกกับการได้รับอาหารดีๆมื้อหนึ่งที่โบสถ์ Hare Krishna ซึ่งผมชอบมาก</p>
<p>และหลายต่อหลายสิ่งที่ผมไปเสียเวลาขลุกอยู่กับมัน ทั้งที่เพียงเพื่อตอบคำถามจากความกระหายใคร่รู้ ภายหลังมันกลับกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้ ลองยกตัวอย่างเช่น</p>
<p>การประดิษฐ์อักษร, ในเวลานั้น Reed College น่าจะเป็นที่ที่มีการออกแบบอักษรได้ดีที่สุดในประเทศ ทุกๆโปสเตอร์ ทุกๆป้ายลิ้นชัก ออกแบบอักษรด้วยมืออย่างยอดเยี่ยม และเนื่องจากตอนนั้นผมพักการเรียนสำหรับวิชาปกติ ผมเลยลองลงเรียนวิชาประดิษฐ์อักษรนี้ เรียนเกี่ยวกับอักษรแบบ Serif และ San Serif, เรียนเกี่ยวกับการจัดวางองค์ประกอบและช่องไฟของอักษรต่างชนิด เรียนสิ่งที่ทำให้การจัดวางที่ดีสร้างอักษรประดิษฐ์ที่งดงาม มันสวย มีความเป็นมาอันยาวนาน เป็นศิลปะที่ลึกซี้ง ซึ่งลำพังวิทยาศาสตร์ไม่อาจสร้างมันได้ และผมก็พบว่า มันช่างน่าหลงใหล</p>
<p>สิ่งเหล่านี้ไม่แม้แต่จะเป็นความหวังสำหรับการประกอบอาชีพอันใดในชีวิต แต่แล้ว 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเรากำลังออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก ความรู้เหล่านั้นก็กลับมาปรากฏอีกครั้งหนึ่ง และเราก็นำมันมาใช้ในเครื่อง Mac เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีการจัดวางอักษรที่งดงาม </p>
<p>ถ้าผมไม่เคยได้ลงเรียนวิชานี้ เครื่อง Mac อาจไม่มีแบบอักษรต่างชนิดหรือการจัดวางองค์ประกอบที่เหมาะสม และเพราะวินโดวส์นั้นก็ทำแต่เพียงลอกแบบเครื่อง Mac ไปขาย มันเลยอาจกล่าวได้ว่า อาจไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องใด ที่มีการออกแบบที่ปราณีตเลยก็ได้</p>
<p>และถ้าผมไม่เคยตัดสินใจพักการเรียน ผมก็ไม่มีทางได้มาลงเรียนในวิชาประดิษฐ์อักษรนี้ เรื่องต่างๆดังกล่าวก็ไม่มีวันเกิดขึ้น</p>
<p>แน่นอนว่า ผมไม่มีวันเชื่อมโยงเหตุการณ์ หรือจุดต่างๆของชีวิตเข้าด้วยกัน ด้วยการมองไปข้างหน้าได้ในวัยนั้น มีเพียงการมองย้อนกลับไปในอีก 10 ปีต่อมาต่างหาก ที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้น</p>
<p>กล่าวอีกครั้งก็คือ คุณไม่มีวันเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้ด้วยการมองไปข้างหน้า คุณโยงเส้นต่อจุดนี้ได้ก็เพราะว่ามองมันกลับมา ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการเชื่อมั่นว่า จุดต่างๆนั้น จะเชื่อมต่อกันทางใดทางหนึ่งในอนาคต คุณต้องศรัทธาในบางสิ่ง อาจจะเป็น พลังแห่งความกล้าหาญ, โชคชะตา, ชีวิต, กรรม หรืออะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้ผมไม่เคยสิ้นหวัง และกล้าที่จะเผชิญความเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิตต่อมา</p>
<p><strong>เรื่องที่สอง เกี่ยวกับความรัก และความสูญเสีย</strong></p>
<p>ผมนั้นโชคดี ที่รู้ว่า ตัวเองต้องการอะไรในชีวิตตั้งแต่ต้น วอซ และ ผม เริ่มตั้งบริษัทแอปเปิ้ลในโรงเก็บของเมื่อผมอายุ 20 พวกเราทำงานหนัก ภายใน 10 ปี บริษัทแอปเปิ้ลเติบโตจากโรงเก็บของที่มีพนักงาน 2 คน เป็น บริษัทมูลค่า 2 พันล้านเหรียญ ที่มีพนักงานกว่า 4000 คน เวลานั้นเราเพิ่งได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ปราณีตที่สุด &#8211; เครื่อง Macintosh &#8211; ได้ปีกว่า และผมเพิ่งอายุเข้า 30 แต่แล้วผมกลับถูกไล่ออก! มันเป้นไปได้อย่างไรที่เราจะถูกไล่ออกจากบริษัทที่เราก่อตั้ง, ก็คือ, เวลานั้นบริษัทแอปเปิ้ลอยู่ในช่วงเติบโต เราเลยจ้างคนที่ผมคิดว่าเปี่ยมด้วยความสามารถเพื่อมาบริหารงานร่วมกับผม ในช่วงปีแรกทุกสิ่งดำเนินไปได้ด้วยดี แต่แล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มมีมุมมองในอนาคตที่แตกต่างกัน จนต้องตัดสินใจแยกทาง เวลานั้นทางกรรมการมีมติข้างอีกฝ่าย ในอายุ 30 ผมเลยถูกไล่ออก ถูกไล่ออกต่อหน้าสาธารณะ</p>
<p>ทุกสิ่งที่ทุ่มเทมาตลอดชีวิต อยู่ๆมันก็จากไป รู้สึกราวกับว่า มันได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม</p>
<p>ผมไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำอะไรต่อไปอีกหลายเดือน รู้สึกเหมือนกับว่าผมได้ทำให้คนรุ่นก่อน และ นักประกอบการรุ่นใหม่ต้องผิดหวัง เหมือนว่าผมได้ทำไม้บาตองของเหล่าวาทยากรร่วงหล่นไป ทั้งๆที่เค้ากำลังส่งต่อมาที่ผม ผมไปพบเดวิด แพคการ์ด (ผู้ก่อตั้ง HP) และ บ๊อบ น้อยซ์ (ผู้ก่อตั้ง Intel) พยายามกล่าวขอโทษที่ได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังอย่างไม่เป็นท่า ผมล้มเหลวต่อหน้าคนจำนวนมาก เคยคิดถึงขั้นหนีไปจากซิลิคอนวัลเล่ย์ แต่แล้วบางสิ่งก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นในใจ &#8211; ผมก็ยังคงรักในสิ่งที่ผมทำ &#8211; ไม่ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่บริษัทแอปเปิ้ลจะเป็นอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ ผมถูกปฏิเสธ แต่อย่างไรผมก็ยังรัก ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจจะเริ่มมันขึ้นมาใหม่</p>
<p>ผมไม่ได้รู้สึกได้ในทันทีทันใด แต่มันก็ปรากฏว่า การถูกไล่ออกจากแอปเปิ้ลนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ความหนักอึ้งของการประสบความสำเร็จนั้น ถูกแทนที่ด้วยความปลอดโปร่งของการเป็นมือใหม่อีกครั้ง ไม่ต้องแน่ใจในทุกๆเรื่อง ผมถูกปลดปล่อยสู่ช่วงเวลาที่สามารถคิดได้อย่างอิสระ และ สร้างสรรค์ที่สุดช่วงหนึ่งในชิวิต</p>
<p>ในช่วงเวลา 5 ปีต่อมา ผมได้ก่อตั้งบริษัท NeXT, บริษัท Pixar, ตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งได้กลายเป็นภรรยาผมในเวลาต่อมา</p>
<p>บริษัทพิกซาร์ ดำเนินการผลิตภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องแรกของโลก &#8211; Toy Story &#8211; และปัจจุบันกลายเป็นบริษัทอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก ในขณะที่เกิดเรื่องราวอันน่าทึ่ง คือ บริษัทแอปเปิ้ลซื้อบริษัทเน็กซท์ และผมก็ได้กลับไปทำงานกับแอปเปิ้ล และเทคโนโลยีที่เราพัฒนาในช่วงสร้างบริษัทเน็กซท์ ก็กลับมาเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทแอปเปิ้ลในยุคใหม่ และ Laurene กับผมก็มีครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน</p>
<p>ผมแน่ใจได้เลยว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าผมไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิ้ล มันเป็นยาขม ที่ผมคิดว่าคนไข้ต้องการ บางครั้งชีวิตก็กระแทกคุณที่หัวด้วยก้อนอิฐอย่างแรง จงอย่าสูญสิ้นศรัทธา ผมมั่นใจมาตลอดว่า สิ่งเดียวที่ทำให้ผมยังคงก้าวไปข้างหน้าก็คือ เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ คุณเองก็ต้องค้นหาสิ่งที่คุณรัก ทั้งงานที่คุณรัก และคนที่คุณรัก งานของคุณจะเติมเต็มในส่วนใหญ่ของชิวิต และทางเดียวที่จะพอใจอย่างแท้จริงก็คือการทำสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยิ่งใหญ่ และทางเดียวที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ก็คือ คุณรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณยังหาสิ่งนั้นไม่พบ ขอให้พยายามต่อไป อย่าหยุดยั้ง ใช้ทุกส่วนของหัวใจ คุณจะรู้เมื่อคุณได้พบมัน และ, ก็เหมือนกับมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่, มันจะค่อยๆปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น จงค้นหาความฝันจนกว่าคุณจะพบมัน อย่าหยุดยั้ง</p>
<p><strong>เรื่องที่สาม เกี่ยวกับความตาย</strong></p>
<p>เมื่อตอนอายุ 17 ผมเคยอ่านข้อความประมาณว่า &#8220;ถ้าคุณสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวัน เหมือนกับว่า มันเป็นวันสุดท้ายในชีวิต วันหนึ่ง คุณจะทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม&#8221; และประทับใจมาก ตั้งแต่นั้น 33 ปีที่ผ่านมา ผมจะเฝ้ามองกระจกในทุกๆเช้า แล้วถามตัวเองว่า &#8220;หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิต เราจะทำในสิ่งที่เรากำลังจะทำหรือไม่?&#8221; หากคำตอบคือ &#8220;ไม่&#8221; หลายๆครั้งต่อๆกัน ผมรู้ได้เลยว่า ชีวิตผมต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งแล้ว</p>
<p>การตระหนักว่า เรากำลังจะตายนั้น เป็นความคิดอันสำคัญที่สุดช่วยให้ผมตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะว่าเกือบทุกสิ่ง &#8211; ความคาดหวังจากคนรอบข้าง, เกียรติยศศักดิ์ศรี, การกลัวความล้มเหลว &#8211; สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลยเมื่อต้องเผชิญกับความตาย เราจะคิดถึงก็แค่สิ่งที่จำเป็นอย่างแท้จริงเท่านั้น</p>
<p>การตระหนักว่า เรากำลังจะตายนั้น เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถหลีกเลี่ยงมายาคติเกี่ยวกับการสูญเสีย เมื่อคุณเปลือยเปล่า คุณก็ไม่มีเหตุผล ที่คุณจะไม่ทำตามหัวใจ</p>
<p>ประมาณปีที่แล้ว ผมถูกตรวจพบว่า ผมเป็นมะเร็ง ผมเข้ารับการแสกนตั้งแต่เช้า 7.30 น. และพบเนื้องอกในตับอ่อนอย่างชัดเจน เวลานั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตับอ่อนคืออะไร หมอบอกผมว่า ผมเป็นมะเร็ง และ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และผมควรรับรู้ด้วยว่า อาจมีชีวิตอยู่อีกเพียง 3 ถึง 6 เดือนเท่านั้น หมอแนะนำว่า ผมควรจะกลับบ้าน และ จัดการธุระทั้งหลายในชีวิต ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ผมเตรียมพร้อมสำหรับความตาย</p>
<p>มันหมายถึงการพยายามสอนลูกๆทั้งหลาย ในทุกๆสิ่ง ที่คุณเคยคิดว่าจะบอกเค้าในอีก 10 ปีถัดไป-ภายในเวลาไม่กี่เดือน มันหมายถึงการจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อที่ครอบครัวของคุณจะได้ไม่ยุ่งยาก และมันหมายถึงการกล่าวคำอำลาทั้งปวง</p>
<p>ผมใช้ชีวิตอยู่กับคำวินิจฉัยนั้น จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง เมื่อเข้ารับการตรวจ หมอได้สอดอุปกรณ์แพทย์ผ่านลำคอของผม เข้าไปที่กระเพาะ และเลยไปถึงลำไส้ ตัดเนื้อเยื่อบางส่วนไปวิเคราะห์ ผมยังสะลึมสะลืออยู่ แต่ภรรยาที่อยู่ด้วยบอกว่า เมื่อหมอได้ตรวจเซลล์บางส่วนผ่านกล้องจุลทรรศน์แล้ว พวกเค้าก็ร้องไห้ออกมา เพราะพบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปเพียงส่วนน้อย สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด</p>
<p>ผมเข้ารับการผ่าตัดหลังจากนั้น แล้วก็หายเป็นปกติดี</p>
<p>นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เฉียดความตายที่สุด ซึ่งผมหวังว่า หลังจากนั้น ผมคงยังต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไปหลายปี ตอนนี้ผมสามารถพูดถึงความตายได้อย่างมั่นใจ กว่าตอนที่มันยังเป็นแค่คำคมและความคิด ซึ่งก็คือ</p>
<p>ไม่มีใครอยากตาย แม้แต่ผู้คนที่อยากจะไปสวรรค์ก็ยังไม่อยากตายเพื่อที่จะไป ความตาย เป็นปลายทางร่วมกันของพวกเราทุกคน ไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะว่าความตายนั้นเป็นเหมือนสิ่งประดิษฐ์ชั้นเยี่ยมของชีวิต เป็นผู้เปลี่ยนแปลงยุคสมัย ความตายได้ชำระล้างสิ่งเก่า เพื่อตอบรับผู้มาใหม่</p>
<p>และตอนนี้ ผู้มาใหม่ก็คือพวกคุณ แต่วันหนึ่งในอีกไม่ช้า พวกคุณก็จะกลายเป็นสิ่งเก่า และถูกชำระล้างไปเช่นเดียวกัน ขออภัยที่น้ำเน่าไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริง</p>
<p>เวลาของพวกคุณมีจำกัด ดังนั้นจงอย่ามัวเสียเวลากับการใช้ชีวิตแทนผู้อื่น อย่ามัวตกอยู่ในกฏเกณฑ์ความเชื่อที่ผู้คนงมงาย อย่าให้เสียงของคนอื่นๆดังกลบเสียงที่อยู่ในภายในของคุณ และที่สำคัญที่สุด จงกล้าที่จะเดินตามหัวใจปรารถนา เพราะลึกๆในหัวใจคุณรู้อยู่แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจะเป็น สิ่งอื่นๆนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องรอง</p>
<p>เมื่อผมยังเด็ก มีหนังสือเล่มหนึ่งที่วิเศษมากชื่อว่า The Whole Earth Catalog ซึ่งเป็นเสมือนไบเบิลเล่มหนึ่งของยุคสมัย ผู้เขียนคือ Stewart Brand ซึ่งอยู่ที่ Menlo Park ไม่ไกลจากที่นี่ เค้าสร้างมันขึ้นมาด้วยสัมผัสอันละเอียดอ่อน ในสมัยปลายยุค 60s ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และระบบการจัดหน้าสิ่งพิมพ์ ดังนั้น หนังสือทั้งเล่มจึงสร้างขึ้นด้วยพิมพ์ดีด กรรไกร และกล้องโพลารอยด์ มันคล้ายกับการมี Google ในรูปแบบหนังสือ ซึ่งเกิดก่อน Google 35 ปี หนังสือเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างปราณีตที่สุด เต็มไปด้วยเครื่องมือและโน้ตย่ออันละเอียดละออ</p>
<p>Steward และทีมงานสร้างหนังสือ The Whole Earth Catalog ออกมาหลายต่อหลายชุด และเมื่อถึงที่สุด เค้าก็ตัดสินใจทำเล่มสุดท้ายในประมาณกลางยุค 70s ซึ่งผมยังอายุพอๆกับพวกคุณ ในปกหลังของหนังสือเล่มสุดท้าย เป็นภาพถ่ายของยามเช้าบนถนนในชนบท  ที่คุณอาจจะได้เคยเห็นเวลาเดินทาง โบกรถ &#8211; หากว่าคุณเป็นพวกชอบลุยน่ะนะ</p>
<p>ข้างใต้ภาพยามเช้านั้น มีข้อความเขียนว่า &#8220;Stay Hungry. Stay Foolish.&#8221; (จงกระหายอยู่เสมอ และจงเปิดใจอยู่เสมอ; คำว่า Fool นั้น แปลได้ทั้งความเขลา (จึงต้องเรียนรู้) และการเดินทางท่องไป &#8211; iMenn)</p>
<p>มันเป็นคำกล่าวอำลาครั้งสุดท้ายของคนทำหนังสือ, Stay Hungry. Stay Foolish. และผมก็ยังจดจำและเตือนตัวเองอยู่เสมอ </p>
<p>และในโอกาสที่พวกคุณได้จบการศึกษาในวันนี้ กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมจึงขออวยพรด้วยข้อความนี้เช่นเดียวกัน ถึงพวกคุณทุกคน</p>
<p><strong>Stay Hungry. Stay Foolish.</strong></p>
<p>ขอบคุณมากครับ</p>
<p>
<blockquote> ตั้งชื่อ Blog ไว้เสียโก้ ความจริงช่วงนี้อยากคารวะเพิ่มเติมแด่วง BODYSLAM ในอัลบัมล่าสุด &#8211; BELIEVE กับเพลง ความเชื่อ (<a href="http://www.ethaimusic.com/lyrics3/407.htm">เนื้อเพลง</a> <a href="http://www.tteen.net/play_music.php?id_song=327">ฟังเพลง</a>) ที่มีแขกรับเชิญคือ คุณแอ๊ด คาราบาว</p></blockquote>
<p>แหม่ เพลงนี้มันเท่จริงๆ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2005/08/jonathan-ive/" title="Jonathan Ive แบบว่า เพิ่งเห่อน่ะ">Jonathan Ive แบบว่า เพิ่งเห่อน่ะ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2004/09/i-apple-computer-and-steve-jobs/" title="กระผม, Apple Computer, และนายสตีฟ จ๊อบส์">กระผม, Apple Computer, และนายสตีฟ จ๊อบส์</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/1st-ccsalon-thailand/" title="ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC">ร่วมคุยในงาน CCSalon ครั้งแรก ที่ TCDC</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2005/09/jobs-says/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
