<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iMenn (เม่น) &#187; แรงบันดาลใจ</title>
	<atom:link href="http://www.imenn.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.imenn.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางของชีวิตไอ้เม่น: ชายหนุ่มร่างท้วม ผู้สุรุ่ยสุร่ายในความฝันและอิสรภาพ ปัจจุบันทำงานออกแบบกราฟฟิค และพัฒนาเว็บไซต์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2010 15:28:56 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2009 18:28:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=746</guid>
		<description><![CDATA[ผมดูแล้วยังอึ้งว่าตัดต่อจนเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมาก นี่แหละหนาที่เค้าเรียกว่า วงการมายา สามารถทำคนเสียงเหียกร้องเพลงเพราะได้ และสามารถทำให้กระผมพูดจาเท่ๆ ได้ :P ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเดือนก่อน คุณพัชเคย <a href="http://www.ipattt.com/2009/fukduk-tv-tigeridea/">บันทึกไว้ว่า Fukduk.tv ได้มาเยี่ยมออฟฟิศ TiGER iDEA และสัมภาษณ์กระผม</a></p>
<p>ตอนนี้ทีมงานได้ตัดต่อเรียบร้อยแล้ว ผมดูแล้วยังอึ้งว่าตัดต่อจนเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมาก นี่แหละหนาที่เค้าเรียกว่า วงการมายา สามารถทำคนเสียงเหียกร้องเพลงเพราะได้ และสามารถทำให้กระผมพูดจาเท่ๆ ได้ <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  (แต่ทำให้กระผมดูอ้วนกว่าตัวจริงไปมากเทียว จ๊ากกก <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  )</p>
<div class="wp-caption aligncenter"><embed src="http://fukduk.tv/player/flvplayer.swf" width="450" height="252" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" flashvars="width=450&#038;height=252&#038;displayheight=252&#038;overstretch=true&#038;callback=http://fukduk.tv/logging/embed/mp4&#038;file=http://file.fukduk.tv/channel/28/024/024.mp4&#038;image=http://fukduk.tv/files/imagecache/snapshot_normal/files/episode/snapshot/CH28-EP24-ss-01.jpg"/>
<p class="wp-caption-text">สัมภาษณ์ออกรายการ My Design</p>
</div>
<p>ขอบคุณทาง <a href="http://fukduk.tv/28/024">รายการ My Design แห่ง FukDuk.TV</a> มากๆ คร้าบ มีทั้งวีดีโอให้ดู ให้โหลด หลายรูปแบบมั่กๆ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/what-gov-web-should-be-keynote/" title="บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?">บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/wide-blog-happens/" title="ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)">ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/05/cms-showdown-barcamp-bangkok-3/" title="ประชันเหล่า CMS ณ บาร์แคมป์">ประชันเหล่า CMS ณ บาร์แคมป์</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 19:35:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=673</guid>
		<description><![CDATA[ชาติ กอบจิตติ ทิ้งชีวิตสำมะเลเทเมา แล้วไปอาศัยในไร่อันห่างไกลที่เขาใหญ่, กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เลือกที่จะอยู่และทำงานใน "หุบเขาฝนโปรยไพร" ที่ห่างไกลผู้คน, 'รงค์ วงษ์สวรรค์ สร้าง "สวนทูนอิน" ขึ้นมาจากพื้นที่ในป่า ที่ตามหามาทั้งชีวิต...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชาติ กอบจิตติ ทิ้งชีวิตสำมะเลเทเมา แล้วไปอาศัยในไร่อันห่างไกลที่เขาใหญ่, กนกพงศ์ สงสมพันธุ์  เลือกที่จะอยู่และทำงานใน &#8220;หุบเขาฝนโปรยไพร&#8221; ที่ห่างไกลผู้คน, &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ สร้าง &#8220;สวนทูนอิน&#8221; ขึ้นมาจากพื้นที่ในป่า ที่ตามหามาทั้งชีวิต</p>
<p>ส่วนผมล่ะ?, ผมเองก็กำลังตามหาสวนทูนอินของผมอยู่เช่นกัน</p>
<div id="attachment_674" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1622.jpg"><img class="size-medium wp-image-674" title="IMG_1622" src="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1622-600x450.jpg" alt="IMG_1622" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">คำบรรยายใต้ภาพสวนทูนอิน</p></div>
<p style="text-align: center;">
<p>บางบทรำพึงเกิดขึ้น พาดพิงถึง <a href="http://www.tuneingarden.com/tunein/">สวนทูนอิน</a> หลังจากได้เยือน <a href="http://people-space.blogspot.com/">People Space</a> ซึ่ง <a href="http://www.tuneingarden.com/cmsdetail.php?id=631">แสดงภาพชีวิตของ &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์</a></p>
<p>ไปกับ<a href="http://www.jongblog.com">ท่านจ๋ง</a> (ผู้ถ่ายภาพทั้งมวลในบันทึกนี้) และท่านปุ๊ ได้หนังสือติดมือมาบ้าง แต่ความคิดถึงยังติดใจไม่รู้คลาย</p>
<div id="attachment_675" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1626.jpg"><img class="size-medium wp-image-675" title="บรรยากาศในแกลอรี" src="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1626-600x450.jpg" alt="บรรยากาศในแกลอรี" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยากาศในแกลอรี</p></div>
<div id="attachment_677" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1625.jpg"><img class="size-medium wp-image-677" title="IMG_1625" src="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1625-600x450.jpg" alt="ตุ๊กตา" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ตุ๊กตา</p></div>
<div id="attachment_676" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1623.jpg"><img class="size-medium wp-image-676" title="IMG_1623" src="http://www.imenn.com/files/2009/07/IMG_1623-600x450.jpg" alt="IMG_1623" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">&quot;ช่างภาพรุ่นโบราณ ศรัทธาในแสงแดด&quot;</p></div>
<p>&#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นฮีโร่ในวัยเด็กของผม ซึ่งเป็นวัยเด็กที่เรียบร้อยและขังตัวเองอยู่ในบทบาทของเด็กเรียน-เด็กดี &#8216;รงค์จึงเหมือนคาวบอยในภาพยนต์ที่โลดแล่นอย่างผาดโผนและมีชีวิตที่น่ารื่นรมย์ให้จินตนาการถึง</p>
<p>เหมือนนกในกรง ที่จินตนาการถึงอิสรภาพภายนอก ที่ตนเองไม่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตเช่นนั้นบ้าง</p>
<p>เสียดายที่วัยหนุ่มของผมนั้น เสพติดความเศร้าและความเหงาเยี่ยงคนหนุ่มร่วมสมัยมากเกิน คิดแต่ว่าความเศร้านั้นเท่ ความเหงานั้นลึกซื้ง จนลืมไปว่าชีวิตคืออิสรภาพแห่งการเลือกของเจ้าของชีวิตต่างหาก</p>
<p>จนเมื่อตัวเลขของขีวิตย่างเข้าสามสิบ ที่คนทั่วไปกล่าวว่าเป็นวัยกลางคน ผมจึงได้ตระหนัก และพบหนทางอันรื่นรมย์ของอิสรภาพ ซึ่งแลกมาด้วยความเคว้งคว้างของการดำรงชีวิตที่ไม่อิงกลุ่ม ผมเรียกรอยต่อของชีวิตนี้ว่า &#8220;การหลุดออกจากปมของพ่อ&#8221; ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยอมรับตัวเอง อย่างที่ตัวเองเป็นจริงๆ ไม่ต้องอาศัยคำชมของเจ้านาย หรือรอคอยคำสั่งของผู้ใดในการดำเนินชีวิต, ไม่โหยหากฎระเบียบ จารีต หรือศีลธรรมที่ให้เราได้พึ่งพิงและสร้างข้ออ้าง (ฉันดีกว่า/ถูกต้องกว่า/ชีวิตชั้นทำแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้หรอก เพราะ &#8230; ฯลฯ), ไม่รู้สึกว่าชีวิตนั้นมีแพทเทิร์นที่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ถือสาในความห่วงหาและคำติฉินมากนัก (เช่น เม่นมันอายุเท่านี้แล้ว ยังไม่มี &#8220;งานที่มั่นคง&#8221; ทำเลย <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> ) ฯลฯ</p>
<p>แต่ชีวิตที่ร่อนเร่มาโดยตลอด และไม่เคยคิดจะมีบ้าน กลับเพ่ิงมารู้สึกว่าอยากจะมีบ้าน เคยบันทึกใน <a href="http://www.imenn.com/2007/03/blog-tag/">เรื่องส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีคนรู้ 5 ประการ</a> ว่าผมเองไม่ใช่คนเรื่องมาก ดังนั้นถ้าจะมีบ้าน ให้แฟนตัดสินใจดีกว่า</p>
<p>แต่เมื่อพบความจริงว่า หาแฟนน่าจะหายากกว่าหาบ้าน ผมจึงคิดว่าหาบ้านก่อนก็ได้ แล้วค่อยหาแฟนในจังหวัดนั้นแทน</p>
<p>เพราะผมค่อนข้างแน่ใจว่าจะไม่ได้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ต่อ แต่จะเป็นที่ไหนนั้น ก็ยังเสาะหาอยู่ ลองพยายามคิดว่า เงื่อนไขคืออะไร ก็พบว่าไม่ได้มากมายนัก</p>
<ol>
<li>อากาศดี</li>
<li>มีต้นไม้เยอะ</li>
<li>มีอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง</li>
<li>สามารถเดินทางมากรุงเทพได้ภายใน 1 วันแบบไม่ลำบาก</li>
<li>ค่าครองชีพไม่สูงนัก (ผมชอบที่ &#8216;รงค์ ด่าว่า คนหนุ่มสาวในเมือง เงินเดือน 2-3 หมื่น แม่งใช้ชีวิตแพงชิบหาย)</li>
</ol>
<p>ซึ่งเป็นแผนการระยะยาว ก็ค่อยๆ ดู ค่อยๆ ตัดสินใจไป เดินทางไปหลายแห่ง เริ่มชอบเชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, บางกระเจ้า แต่ก็ยังต้องดูไปอีกเรื่อยๆ</p>
<p>ชอบที่ท่านโอโชกล่าวว่า &#8220;ชีวิตคือการจาริกแสวงหาที่งดงามอย่างเหลือเกิน แต่สำหรับผู้พร้อมจะแสวงหาเท่านั้น&#8221;</p>
<p>กระผมก็ต้องแสวงหาต่อไป พร้อมกับการเดินทางที่งดงามอย่างเหลือเกิน</p>
<p>(หากท่านผู้อ่านมีที่ไหนแนะนำ ทิ้งข้อความไว้ได้นะคร้าบ <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> )</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2002/02/free/" title="ว่าง = ไม่ดิ้นรน">ว่าง = ไม่ดิ้นรน</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนไทยรักกัน</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/04/khon-thai-rak-kan/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/04/khon-thai-rak-kan/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2009 18:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงของคนอื่น]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=474</guid>
		<description><![CDATA[บทเพลงไพเราะแห่งยุคสมัย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เราเติบโตมากับพรอพพากานดา<br />
เราถูกทำให้ทะเลาะกันด้วยพรอพพากานดา<br />
เราย่อมสมควรสามัคคีกันด้วยพรอพพากานดา</p>
<p><object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/kZJu6p7QEvk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;rel=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/kZJu6p7QEvk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object></p>
<p>พูดไปอย่างนั้นแหละ ดูมิวสิควีดีโอนี้แล้วซาบซึ้งจริงๆ น้ำตาซึมจริงๆ นะเนี่ย</p>
<p>เหมือนตอนดู <a href="http://www.youtube.com/watch?v=jjXyqcx-mYY">มิวสิคท่านโอบามา</a> เลย เราเป็นพวกหลงรักวาทกรรม อย่างที่เคย <a href="http://www.jongblog.com/the-catcher-in-the-rye/">กล่าวกับท่านจ๋ง</a> จริงๆ</p>
<p>ปล. อ้างเหตุบังเอิญอีกนิด </p>
<ul>
<li>เมื่อบ่ายเพิ่งนั่งรถผ่านกลุ่มทหาร</li>
<li>เมื่อเย็นเพิ่งดูข่าวการเมืองผ่านทีวี (ในรอบหลายเดือน &#8211; มันดราม่าจริงๆ เพิ่งรู้) </li>
<li>เมื่อหัวค่ำเพิ่งอ่าน &#8220;อ่านสามก๊ก ถกบริหาร&#8221; จบ แล้วก็เกิดการปรับกระบวนทรรศน์ครั้งใหญ่ เพราะผมเชื่อเหมือนคุณ &#8220;เล่าชวนหัว&#8221; เชื่อมาตลอดว่า เล่าปี่และขงเบ้งคือตัวปัญหาและพวกสร้างภาพ แต่คุณกอบศักดิ์ ได้ให้เหตุผลอันนุ่มนวลจนเริ่มกลับมานับถือเล่าปี่และขงเบ้งอีกครั้ง</li>
<li>แล้วก็พลันคิดว่า เมื่อเราเจอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆ &#8220;ความจริงในอดีต&#8221; ก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ซึ่งก็กระทบ &#8220;ความเชื่อ&#8221; ที่ฝังรากไว้ต่อๆ มา</li>
</ul>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2007/02/tawan-sagittarius/" title="บทเพลงแห่งความฝันวัยหนุ่มสาว &#8211; หัวใจธนู">บทเพลงแห่งความฝันวัยหนุ่มสาว &#8211; หัวใจธนู</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/04/khon-thai-rak-kan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 15:55:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=463</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ - แล้วมีความสุข]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ &#8211; แล้วมีความสุข</p>
<p>ในช่วงหลายปีมานี้ จึงได้บันทึกเกี่ยวกับการเติบโตของชีวิตอยู่บ่อยครั้ง (ป้ายคำ: <a href="http://www.imenn.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87/">วิเคราะห์ตนเอง</a>) พบว่า การวางแผนและเลือกวิถีอาชีพ+วิถีชีวิต ที่คนทัวไปน่าจะทำได้ตั้งแต่สมัยเรียน ผมเองเพิ่งมาชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีนี้เอง</p>
<h3>ขอตั้งชื่อวิถีชีวิตนี้ว่า วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<p>แม้ไม่ลุ่มลึก และซ้าย อย่าง <a href="http://www.jongblog.com/">ท่านจ๋ง</a> , ไม่ตระหนักในทุน และการขาย อย่าง <a href="http://www.ipattt.com/">ท่านพัช</a> , ผมเองก็ไม่อาจปฏิเสธว่า วิถีชีวิตที่ผมเลือกนี้ เอียงซ้ายนิดๆ และต้องหาเงินหน่อยๆ ผมเลือกที่จะมีชีวิตแบบศิลปินตามใจฉัน กับมีวินัยและบ้างาน (อย่างที่เคยบันทึกว่า <a href="http://www.imenn.com/2006/02/work-work-work/">ผมเป็นพวกทำงานตลอดเวลา พักผ่อนตลอดเวลา</a>) มีอุดมคติสวยหรู (เช่น ไม่ยุ่งกับการทุจริต) แต่ก็ยังรับใช้อำนาจทั้งหลาย (เงินของการคอรัปชั่นต้องมาถึงผมซักทางหนึ่ง &#8211; อาจจะอยู่ในรถไฟฟ้า บันไดเลื่อน ถนน ฯลฯ ที่ผมใช้อยู่ หรือผมเองก็ได้เงินเดือน จากการทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนที่ไม่โปร่งใสอยู่บ้าง)</p>
<h3>ทรรศนะต่างๆ ของผม ก่อนที่จะออกแบบวิถีชีวิต</h3>
<h3>1. องค์กรควรมีขนาดเล็ก</h3>
<p>ผมคิดว่า องค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจนั้นมีข้อเสียหลายด้าน เชื่องช้า ไม่มีประสิทธิภาพ และรั่วไหล ผมจึงคิดว่า รัฐควรมีขนาดเล็ก บริษัทควรมีขนาดเล็ก และแม้แต่บุคคลเอง ก็ควรจะครอบครองสิ่งจำเป็นและสิ่งฟุ่มเฟือยไว้ไม่มากนัก</p>
<p>(หากชีวิตไม่ต้องการสิ่งฟุ่มเฟือย ผมว่าพระพุทธเจ้าออกแบบ &#8220;อัฐบริขาร&#8221; มาชัดเจนแล้ว นั่นคือ วัตถุที่จำเป็นของชีวิต มีแค่ 8 อย่างเท่านั้นเอง &#8211; ผมยังรักในกิเลสและชีวิตฆราวาสอยู่ ผมเลยบอกว่า ผมยังต้องมีสิ่งฟุ่มเฟือย จะเห็นว่า ผมไม่ใช้คำว่า พอเพียง เพราะคำว่าพอเพียงนั้นไม่มีนิยาม ผมขอเรียกสิ่งที่เกินอัฐบริขารว่าฟุ่มเฟือยเลยดีกว่า)</p>
<p>ผมเห็นว่า องค์กรขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจำนวนมากจะไปที่ &#8220;การจัดการ/บริหาร/บัญชี&#8221; มากกว่า &#8220;การสร้างสรรค์&#8221; และการบริหารบริษัทใหญ่นั้นเลี่ยงการไร้น้ำใจได้ยาก ต่อให้ผมเป็นผู้บริหาร/เจ้าของบิ๊กซี ผมก็ต้องซื้อของจากบริษัทที่ราคาถูก ที่กดขี่แรงงาน สร้างมลภาวะ ฯลฯ เพราะตัวเลขชี้วัดในระบบทุนนั้นมีจำกัด</p>
<p>หรือแม้แต่รัฐ กองทัพ มวลชน สถาบัน ฯลฯ ผมเห็นว่าความใหญ่โตนั้นสร้างผลเสียได้มาก และการจะรักษาความใหญ่โตนั้น จะเหลือแค่เรื่องตื้นเขินร่วมกันไม่กี่ข้อ ผสมกับการโฆษณาชวนเชื่อ และสร้างภาพเพ้อเจ้อของฝ่ายตรงข้าม/คู่แข่ง</p>
<p>ทรรศนะรังเกียจ &#8220;การจัดการ/การโฆษณาชวนเชื่อ/บัญชี&#8221; ชื่นชม &#8220;การสร้างสรรค์/ประสิทธิภาพ/อิสรชน&#8221; นั้น ผมวิเคราะห์ว่า สงสัยเป็นเพราะผมเรียนวิศวะ (ซึ่งเรียนไปโดดไป) และสอบ MBA ไม่ติดนั่นเอง <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h3>2. เงิน, งาน, ความสุข เมื่อแลกเปลี่ยนกันจะสูญเสียบางส่วน</h3>
<p>หากเราทำงานได้เงิน นำเงินไปซื้อความสุข เราจะเสีย &#8220;ค่าธรรมเนียม&#8221; บางอย่าง เช่น ภาษี, ความรอบคอบในการตัดสินใจซื้อความสุข (&#8230;ซื้อหน่อยน่า ทำงานหนักมาทั้งเดือนนะ!&#8230;) ฯลฯ ผมจึงพยายามออกแบบชีวิตด้วยเงื่อนไขแรกว่า ต้องได้ทำงานแล้วมีความสุขก่อน</p>
<p>และการใช้เงินเป็นศูนย์กลางระหว่างงานและความสุข จะทำให้เราต้องเสียภาษี ซึ่งผมคิดว่า การเสียภาษีมาก เป็นการบ่อนทำลายสังคมอย่างหนึ่ง (เพราะทำให้รัฐมีขนาดใหญ่  สร้้างแรงจูงใจให้คอรัปชั่นสูง) ดังนั้น ผมจึงพยายามออกแบบวิถึชีวิตด้วยเงื่อนไขอีกข้อว่า เรามีทางไหนมั้ย ที่จะทำงาน มีความสุข ได้เงินไม่มากนัก แต่ได้ผลตอบแทน (หรือความสุข) ด้านอื่นมากกว่า นั่นคือ ได้ตัวเงินน้อย แต่ได้ปัจจัยพื้นฐานครบถ้วน และได้ความฟุ่มเฟือยแถม</p>
<p>นอกจากนั้น ความสุขที่เหนือระดับการปรนเปรอตนเอง คือการได้ทำเพื่อสังคม, ได้รับการยอมรับ และภาคภูมิใจในตนเอง (อย่างที่ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow's_hierarchy_of_needs">ท่านมาสโลว์กล่าวไว้</a> ) ซึ่งหากเราต้องใช้เงินซื้อ มันจะมีราคาแพงมาก ถ้าไป &#8220;ทำงานแลก&#8221; จะมีราคาคุ้มค่ากว่า</p>
<p>และความสุขในระดับที่เหนือกว่าที่มาสโลว์กล่าวไว้ คือ<a href="http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part9.2.html">ความสุข 10 ระดับของพระพุทธเจ้า</a> &#8211; ย่ิงไม่อาจใช้เงินซื้อมาได้เลย</p>
<p>นั่นเลยกลายเป็นว่า เงิน จำเป็นสำหรับปัจจัยพื้นฐาน กับของฟุ่มเฟือยบางอย่าง นอกนั้นไม่ควรใช้เงินซื้อ</p>
<h3>3. โลกของ Opensource มีตัวอย่างองค์กรในอุดมคติจำนวนมาก</h3>
<p>ผมขอยกตัวอย่างท่านศาสดา <a href="http://ma.tt/">Matt</a> องค์กร <a href="http://automattic.com/">Automattic</a> และ <a href="http://www.wordpress.org">Wordpress</a></p>
<p>น้อง Matt เพิ่งจะเบญจเพสเมื่อต้นปี แต่ได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากคือ Wordpress ซึ่งเป็นระบบทำเว็บแบบง่ายโคตร โดยทำให้ Wordpress เป็น Opensource ที่ใครจะเอาไปใช้ ไปพัฒนาต่อ อย่างไรก็ได้ และสร้างบริษัท Automattic ที่รับให้คำปรึกษาและทำเว็บด้วย Wordpress  อีกที</p>
<p>ข้อเจ๋งก็คือ บริษัทของเค้าประกอบด้วยทีมงานจากทุกมุมโลก ซึ่งหลักๆ ก็คือ คนที่สนใจในโครงการของเค้า และมาเข้าร่วมสม่ำเสมอ จนเค้าดึงตัวมาเป็นพนักงาน นั่นหมายความว่า บริษัทของเค้าไม่ต้องมี HR หรือกระบวนการหาพนักงาน</p>
<p>พนักงานทุกคน ได้ดูแลโปรเจ็คของตนเองเต็มๆ บางอันผมดูแล้วก็ธรรมดา แต่พอเป็น &#8220;เครือข่ายของทีมงาน Wordpress&#8221; ก็ทำให้มีอาสาสมัครเข้าร่วมมาก และพัฒนาจนดีได้ในที่สุด ซึ่งแปลว่า สิ่งสำคัญที่บริษัทของ Matt ให้นั้นไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่เป็นเครดิต ซึ่งนำมาทั้ง Resource และ แรงบันดาลใจ (ผมเคยบันทึกเรื่องนี้ว่า <a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/">แรงบันดาลใจนั้น สำคัญกว่าจินตนาการและความรู้</a>) และความรู้หลายเรื่องนั้นอยู่ใน Internet และสังคม Opensource อยู่แล้ว นั่นคือ บริษัทของเค้าจึงไม่ต้องมีการ Training ที่เป็นค่าใช้จ่ายแบบบริษัททั่วไป แต่มีการสร้างทีมที่แทบไม่มีค่าใช้จ่าย ลองดูสไลด์ <a href="http://wordpress.tv/2009/01/22/wordcamp-tel-aviv-2008-raanan-bar-cohen-seven-tips-for-virtual-collaboration-slides/">Virtual Collaboration</a> จะพบว่า เป็นทีมที่สุดยอดมาก</p>
<p>นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Wordpress ยังออกแบบส่วนกลาง และให้คู่มือมาดีมาก ทำให้มีคนทำส่วนต่อเพิ่มอย่างละนิดละหน่อยให้เต็มไปหมด และเมื่อทุกคนทำ ทุกคนก็เอาไปใช้ได้หมด แปลว่า บริษัทของเค้า ไม่ต้องมีแผนก R&amp;D</p>
<p>และ Concept ของเค้าที่ว่า จะไม่เอาเงินไปทำประชาสัมพันธ์ แต่จะเอาไปทำให้ผลิตภัณฑ์ดีที่สุดในโลก ทำให้บริษัทไม่ต้องมีแผนก PR และ Marketing อาศัยว่า Product ดี และบอกต่อกันอย่างเดียวเลย</p>
<p>และเมื่อเป็นองค์กรที่เล็กกระจ๋ิว และอยู่ข้ามโลกแบบนี้ ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องมีแผนกจัดซื้อ, สต็อก, จัดส่ง, ไอที, เอกสาร, ต้อนรับ, ตรวจประเมินภายใน ฯลฯ &#8211; โคตร lean เลย</p>
<p>ผมคิดว่า Matt คงไม่รวยนัก ยิ่งถ้านับจำนวนเงินจริงๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าติดตามบล็อกของเค้า จะพบว่า เค้าได้บินไปสังสรรค์ ปาตี้ พบปะและพัฒนาตนเอง ในแต่ละประเทศทั่วโลกเต็มไปหมด มีผู้คนที่ชื่นชม และอำนวยความสะดวกให้จำนวนมากเวลาที่เค้าไปในแต่ละประเทศ ซึ่งผมเห็นว่า มากกว่าที่เศรษฐีระดับโลกซักคนจะสามารถทำได้เสียอีก</p>
<p>นั่นคือ มันมีโมเดลที่สามารถสร้างบริษัทที่เล็ก แต่ประสิทธิภาพสูง, สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ และมีประโยชน์ต่อโลก โดยที่ทุกคนในบริษัท ต่างแค่เพียง &#8220;ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด&#8221; เท่านั้นเอง</p>
<hr />ผมเลยพยายามคิดว่า แล้วมันมีอยู่ในอดีตหรือเปล่าหว่า? ไอ้โมเดลแบบนี้ จนกระทั่งพบว่า มันก็คล้ายๆ กับเจ้าสำนัก นั่นเอง</p>
<h3>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<ol>
<li>เร่ิมจากสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่สุดยอด ไม่ว่าจะเป็นยอดวิชา, ความรู้, คำปรึกษา</li>
<li>รักษาองค์กรให้เล็ก ใช้การบริหารจัดการน้อย ซึ่งหากเริ่มด้วย &#8220;ความชอบ&#8221; หรือ &#8220;ศรัทธา&#8221; แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น แต่ในอดีตก็คงเห็นข้อเสียที่ว่า การสืบทอดมักจะมีปัญหา กรณีนี้องค์กร Opensource ออกแบบมาดีมาก คือ มีปัญหาก็แยกไปทำต่อได้เลย (เหมือนดาวน์โหลดวิทยายุทธท่านเจ้าสำนัก แล้วไปสร้างสำนักใหม่ได้ทันที) ส่วนพระพุทธเจ้าใช้วิธี &#8220;มีปัญหาก็ยึดพระธรรม ไม่ให้ยึดบุคคล&#8221; ซึ่งทำให้ผมคิดว่า หากไม่สามารถกลั่นกรองทุกอย่างเป็นคัมภีร์ระดับนั้นได้ บริษัทก็ควรเกิดและดับไปตามเวลาต่างหาก จะสร้างองค์กรอมตะไปทำไม?</li>
<li>ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจให้น้อย ไม่รับใช้รัฐมากนัก ไม่แสวงหาลาภยศมากนัก เพราะ &#8220;คนรวยก็มีปัญหาของคนรวย&#8221;, &#8220;ข้าราชการก็มีปัญหากับโครงสร้างเสมอ&#8221; ฯลฯ เมื่อไม่ต้องรับ input แย่ๆ จากหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีปัญหา ก็สามารถทำให้เจ้าสำนักสามารถทุ่มเทให้กับยอดวิชาของตนเองได้เต็มที่</li>
<li>ผลตอบแทนที่เจ้าสำนักได้ อาจเป็นตัวเงินไม่มากนัก แต่ปัจจัยพื้นฐาน และความฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ก็หามาได้ตามความสามารถ</li>
<li>ทำให้เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะโดยตรงกับผู้คนโดยรอบ หรือสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนกระทั่งมีคนบอกต่อ และมาเชื้อเชิญร่วมสังสรรค์กันเป็นครั้งคราเพราะแม้เจ้าสำนัก ไม่ควรจะแสวงหาลาภยศ มากนัก แต่ผมว่าโดยจริต ก็ยังต้องแสวงหา สรรเสริญและสุข อยู่ดี</li>
</ol>
<hr />ปัจจุบันวิถีแห่งเจ้าสำนัก ผมเห็นว่าต้องเป็นบริษัทเอกชนขนาดเล็ก เพราะอิสระสูงกว่าองค์กรอื่นๆ แม้จะมีปัญหากับระบบแย่ๆ อย่างสรรพากรกับประกันสังคมบ้าง แต่ก็ยังมีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไร</p>
<p>มิเช่นนั้นก็ต้องนอกระบบไปเลย แล้วให้ในระบบคงความเป็นที่ปรึกษาไว้ แต่เงินที่ใช้ผลักดันทั้งหมดอยู่นอกระบบ</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เทียบแล้วเหมือนชีวิตแห่งเจ้าสำนักของกระผมก็เหมือนเพิ่งเริ่มต้น ตอนนี้ได้แต่ฝึกวิทยายุทธอยู่ในป่า ได้รับคำเชิญมาไถนาในเมืองบ้างเป็นครั้งคราว ยังต้องเดินทางอีกไกลนัก</p>
<p>เหมือนที่บอกน้องๆ เด็กแม่ฮ่องสอนในค่ายไอทีวัลเลย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า</p>
<p><strong>&#8220;จงเลือกวิถีชีวิตที่ยากลำบาก และจงทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221;</strong></p>
<p>ขอคารวะ 1 จอก!!</p>
<p> <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เพิ่มเติม 24 มิ.ย. 2552: &#8220;ทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221; นำมาจากบันทึก <a href="http://buagern.buataitom.com/node/118-เงื่อนไขลูกผู้ชาย.html">เงื่อนไขลูกผู้ชาย</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/" title="เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี">เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Feb 2009 15:58:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=422</guid>
		<description><![CDATA[ภาษานั้นกำหนดกรอบวิธีคิด และในทางกลับกัน เมื่อสร้างกรอบการคิดใหม่ๆ ได้ ก็ต้องสร้างภาษาด้วย ไม่ว่าจะหยิบยืม เปรียบเปรย หรือสร้างคำใหม่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภาษานั้นกำหนดกรอบวิธีคิด และในทางกลับกัน เมื่อสร้างกรอบการคิดใหม่ๆ ได้ ก็ต้องสร้างภาษาด้วย ไม่ว่าจะหยิบยืม เปรียบเปรย หรือสร้างคำใหม่</p>
<p>ซึ่งในโลกไอทีนั้นมีคำศัพท์สวยๆ อยู่มากทีเดียว</p>
<h3>Breadcrumb</h3>
<p>เบรดครัม โดยคำศัพท์นั้นแปลว่า เศษขนมปัง ซึ่งในการออกแบบ User Interface เอามาใช้เป็น Navigation หรือข้อความแสดงลำดับขั้นของ &#8220;หน้า&#8221; ต่างๆ ดังรูป (รูปจาก <a href="http://veerle.duoh.com/blog/comments/simple_scalable_css_based_breadcrumbs/" target="_blank">คุณ Veerle</a>) ซึ่งเปรียบเปรยกับ การโปรยขนมปังยามเดินทางเข้าป่า ของเด็กน้อยในนิทานกริม </p>
<div id="attachment_425" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><img class="size-full wp-image-425" title="css-breadcrumbs" src="http://www.imenn.com/files/2009/02/css-breadcrumbs.jpg" alt="css-breadcrumbs" width="480" height="40" /><p class="wp-caption-text">Breadcrumb</p></div>
<h3><strong>Avatar</strong></h3>
<p>อาวาทาร์ หรือ อวตาร คือ การแบ่งภาคมาเกิดในโลกของเทพต่างๆ ในโลกไอทีเอามาเปรียบเปรยกับการมีตัวตนมาเกิดใหม่ในอินเตอร์เน็ท ซึ่งก็คือ หน้า icon ต่างๆ ที่เราใส่รูปแทนตัวลงไปนั่นเอง (รูปจาก <a href="http://www.faceyourmanga.com/" target="_blank">เว็บทำอวตารน่ารักๆ</a>)</p>
<div id="attachment_428" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><img class="size-medium wp-image-428" title="faceyourmangacom" src="http://www.imenn.com/files/2009/02/faceyourmangacom-480x263.png" alt="Avatar" width="480" height="263" /><p class="wp-caption-text">Avatar</p></div>
<h3>Karma</h3>
<p>กรรม คือ การกระทำ ซึ่งทางพุทธหมายถึง action ต่างๆ ไม่ว่าจะทางกาย วาจา หรือใจ ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี ในทางระบบฟอรัมสมัยใหม่ของโลกไอที นำแนวคิดนี้มาเพื่อให้สมาชิกทุกคนสามารถให้คะแนน &#8220;กรรม&#8221; เพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ จากข้อความในกระทู้ต่างๆ ได้, คะแนน &#8220;กรรม&#8221; นี้ อาจเรียกว่าการโหวตความเห็น หรือ Feedback ต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เห็นว่า การกระทำของตน (การตอบกระทู้) ได้ส่งผลกรรมดีหรือไม่ดีอย่างไรบ้าง และคะแนนกรรมนี้อาจนำไปตั้งค่าบางอย่างได้ เช่น ข้อความที่มีค่า &#8220;กรรม&#8221; ติดลบ ให้ไม่แสดงโดยอัตโนมัติ หรือคนที่ได้คะแนน &#8220;กรรม&#8221; ถึงระดับนึง สามารถมีสิทธิบางอย่างได้</p>
<h3>Virus/Trojan Horse</h3>
<p>คำว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) ได้เกิดก่อน เพื่อเปรียบเปรยการทำงานของโปรแกรมไวรัส ที่คอยป่วนคอมพิวเตอร์ และทำการแพร่ตัว (ก๊อบปี้ตัวเอง) ผ่านสื่อต่างๆ ได้ ซึ่งเหมือนกับไวรัสในชีวิตจริง</p>
<p>ต่อมากลับมีโปรแกรมที่ไม่ได้ทำตัว &#8220;ป่วน&#8221; หรือ &#8220;ทำลายข้อมูล&#8221; หากแต่ ฝังตัวเข้ามาในระบบเพื่อคอยเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น การกดรหัสผ่าน, ข้อมูลบัตรเครดิตในเครื่อง ฯลฯ แล้วส่งกลับไปให้แฮกเกอร์ใช้งาน ซึ่งการทำตัวแบบนี้ เรียกว่า Trojan Horse หรือม้าโทรจัน ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับตอนที่ทัพกรีกใช้ม้าไม้ที่ชื่อ ม้าโทรจัน บรรจุทหารเข้าไป ไปวางหน้าเมืองทรอยที่ตีมา 10 ปีไม่แตกซักที แล้วทำท่าถอยทัพ เมื่อเมืองทรอยเก็บม้าเข้าไปในเมือง ตอนดึกทหารออกมาจากม้า แล้วเปิดประตูให้ทัพกรีกไปตี ก็ทำให้เมืองทรอยย่อยยับไป (สงครามนี้เรียกว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Trojan_War" target="_blank">Trojan War</a>)</p>
<h3 id="dq">Divide and conquer</h3>
<p>ดีไวด์ แอนด์ คองเคอร์ หรือ แบ่งแยกและปกครอง นั้น เป็นยุทธวิธีตั้งแต่โบราณของการสงครามและการเมืองทั้งตะวันออกและตะวันตก (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Divide_and_rule" target="_blank">Wikipedia ละเอียดยิบ</a>) หลักๆ ก็คือ แบ่งกลุ่มคนให้เป็นหน่วยย่อย จะให้ทะเลาะกัน หรือไม่วางใจกันอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วค่อยๆ ครอบครองและปกครองทั้งหมด</p>
<p>ในการเขียนโปรแกรม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Divide_and_conquer_algorithm" target="_blank">Divide and conquer algorithm</a> คือกระบวนการแบ่งปัญหาใหญ่ ให้เป็นปัญหาย่อยๆ แล้วเขียนโปรแกรมวนลูป แก้หน่วยย่อยทีละรูปแบบ เมื่อมาบรรจบกันก็จะแก้ปัญหาใหญ่ได้</p>
<p>ผมเรียนเรื่องนี้ครั้งแรกตอนปี 2 จำได้ว่า ผมรู้สึกว่ามันเป็นการเปรียบเปรยที่ยอดเยี่ยมมาก และทำให้ผมเริ่มสร้างสมการอธิบายกระบวนการคิดตัวเอง เพื่ออธิบายคนอื่นว่า ทำไม ผมจึงเป็นพวกทำอะไรตามใจชอบ, ไม่ถือสาอะไร, ไม่มีหัวใจ, และไม่เห็นว่าอะไรเป็นปัญหา</p>
<blockquote><p>นั่นคือ ผมแบ่งเริ่มราวที่ชีวิตต้องเผชิญและแก้ไขทั้งหลายออกเป็น 2 แบบคือ เป็นปัญหา กับเป็น กฎ</p>
<p>สิ่งที่มีทางแก้ไขได้ในเร็ววัน เรียกว่า &#8220;ปัญหา&#8221; สิ่งที่ยังแก้ไขไม่ได้ในเร็ววัน เรียกว่า &#8220;กฎ&#8221;</p>
<p>หากเราคิดว่ากฎต่างๆ นั้นไม่ถูกต้อง เราก็หาทางแก้ไข หากมีทางแก้ไข มันจึงเรียกว่า &#8220;ปัญหา&#8221; หากไม่มีทางแก้ไข มันก็กลับไปเรียกว่า &#8220;กฏ&#8221;</p>
<p>เช่น หากเราขับรถแล้วเจอตำรวจเรียก เราต้องจ่ายเงิน 100 บาท สำหรับประเทศไทย อันนี้เป็นกฏ หากผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ผมก็ควรหาทางแก้ซะ เมื่อผมยังแก้ไม่ได้ ผมก็ควรยอมรับกฎนี้ แล้วจ่ายเงินไปด้วยความเบิกบาน</p>
<p>หรือหากเราเห็นว่า ผู้หญิงบางคนนั้นเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล ถ้าเรารู้สึกว่าเป็น &#8220;ปัญหา&#8221; เราก็ควรหาทางแก้ซะ หากเราเห็นว่าแก้ไม่ได้ เราก็ควรยอมรับว่านี่เป็น &#8220;กฎ&#8221; นั่นคือ เค้าจะต้องเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล หากยอมรับกฎนี้ไม่ได้ ก็วนลูปกลับไป (ซึ่งสุดท้าย เราก็จะยอมรับว่ามันเป็นกฎ และรับมือด้วยความเบิกบาน)</p>
<p>และทุกปัญหาในชีวิตของผม ก็ถูก divide (แบ่ง) ออกเป็น ปัญหา และ กฎ เมื่อตัดสินว่าเป็น ปัญหา ผมก็หาทางแก้ (conquer) หากแก้ไม่ได้ มันก็จะถูกปรับสถานะเป็น กฎ และผมก็ยอมรับมันซะ (ก็คือ conquer อยู่ดี) จนวันนึง อาจจะอีก 10 ปีถัดไป เมื่อเห็นว่ามีทางแก้ ผมจึงเรียกมันว่า &#8220;ปัญหา&#8221; และก็แก้มัน</p></blockquote>
<p>divide and conquer จึงเป็นคำศัพท์ประทับใจอันยืนยาวของผม และพลอยทำให้สำหรับผม มันคือการแบ่งเรื่องราวที่ต้องเผชิญ ออกเป็น ปัญหา และ กฎ</p>
<p>ยืดยาวมาพอควร ขอพักแค่นี้ดีกว่า หากท่านมีศัพท์อื่นๆ อีก ขอเชิญชี้แนะนะขอรับ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/" title="เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี">เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 03:25:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมลิขิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[คุณ mk ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อคุณ mk และทีม SIU มาเยี่ยม iSchool ออฟฟิศกระผม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ mk <a href="http://isriya.com/node/2301/karma-cartoon" target="_blank">ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึก</a>ไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อ<a href="http://isriya.com/" target="_blank">คุณ mk</a> และทีม <a href="http://www.siamintelligence.com/" target="_blank">SIU</a> มาเยี่ยม <a href="http://www.ischool.in.th/" target="_blank">iSchool</a> ออฟฟิศกระผม</p>
<p>เรื่องที่ผมกล่าวว่า </p>
<blockquote><p>พรหมลิขิตเป็น integration ของกรรม</p></blockquote>
<p>และ</p>
<blockquote><p>กรรมมันอินทิเกรตโว้ย <br />
(นั่นคือ ไม่ใช่ทำชาตินี้ ไปเกิดผลชาติหน้า แต่มันอินทิเกรตตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา)</p></blockquote>
<p>ผมเคยบันทึกและพิสูจน์ไว้หยาบๆ หลายปีก่อนที่ <a href="http://www.imenn.com/2002/01/kama/">ทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a> ว่า หากเชื่อในเรื่องกรรม (action = reaction) และเชื่อในเรื่องภพชาติ ผลสุดท้ายเราจะเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต</p>
<p>และหากใช้ภาษาร่วมสมัย นั่นก็ย่อมเป็นเรื่องเดียวกับ &#8220;กฎของแรงดึงดูด&#8221; หรือ &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Law_of_Attraction" target="_blank">Law of attraction</a>&#8221;</p>
<p>ซึ่งเมื่อลองใคร่ครวญมากขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า เออเหนอ สิ่งที่เราเจอทั้งหลาย เราเป็นคนดึงดูดมันมาทั้งนั้นนี่นา ในอดีตจนปัจจุบัน เราชอบ เราคิด พูด ทำ (action หรือ กรรม) ในเรื่องแบบไหน เราก็ดึงดูดสิ่งเหล่านั้น สะสมข้ามภพชาติมาเรื่อยๆ ในสมัยหนึ่งเราอาจจะเลือกที่จะลองเล่นดนตรี แล้วเราก็พบว่าเราใส่ใจกับมัน เราพยายามกับมัน เราก็เลยดึงดูดมัน ข้ามเวลาแสนนานต่อมา เราก็เลยมีแนวโน้มจะได้รู้จักกับดนตรีมากกว่าคนปกติ (ค่าเฉลี่ย) และไม่แน่หากเราทุ่มเทและอุทิศเพื่อดนตรีมากขึ้น  ในอนาคตกันไกลโพ้น เราอาจจะเกิดมาแล้วเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ</p>
<p>ซึ่งทำให้ผมคิดว่า</p>
<blockquote><p>แรงดึงดูด ก่อให้เกิดการอุบัติซ้ำ และกรรม ก่อให้เกิดพรหมลิขิต</p></blockquote>
<p>การมีตัวแปร &#8220;ภพชาติ&#8221; เข้ามาเกี่ยว ทำให้เราตอบคำถามของไอสไตน์ได้ง่ายขึ้น ที่ว่า &#8220;พระเจ้าคงไม่ทอดลูกเต๋าหรอกเฟร้ย&#8221; (สิ่งที่เราพบนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้ว?) ว่า จะเรียกว่าทอดลูกเต๋าก็ได้ ไม่ทอดก็ได้ ลองนึกว่า พระเจ้าทอดลูกเต๋าเป็นล้านๆ ครั้ง (ล้าน=10^6), เป็น Googol ครั้ง (googol=10^100), เป็นอสงไขยครั้ง (อสงไขย=10^140) &#8230; ก็ย่อมพบว่า การที่มันจะได้ผลลัพธ์เป็น 1 หรือ 2 หรือ 6 นั้นไม่สำคัญเลย เพราะเดี๋ยวมันก็เป็นอย่างอื่นอีก และเดี๋ยวมันก็อุบัติซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน (วัฏสงสาร)</p>
<p>นั่นคือถ้าเราประพฤติตัวปกติมาหลายๆ ชาติ เราอาจจะได้พบกับดนตรีก็ได้ ไม่พบกับดนตรีก็ได้ เกลี่ยไปเกลี่ยมา แต่ถ้าเราเริ่ม &#8220;จริงจัง&#8221; กับดนตรี ก็เหมือนกับลูกเต๋าที่เริ่มบิ่น และเริ่ม &#8220;ออกซ้ำ&#8221; ซึ่งมันก็จะดึงดูดให้เราได้พบเจอกับดนตรีอีกมากว่าปกติ คราวนี้ ทอดลูกเต๋าเป็นล้านครั้ง กลับออกเลข 3 มากกว่าชาวบ้านเสียแล้ว และภพชาติต่างๆ กลับปรากฏ &#8220;ดนตรี&#8221; ในชีวิตเรา มากกว่าคนทั่วไปเสียแล้ว</p>
<p>ซึ่งเมื่อเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจต่อว่า &#8220;สิ่งทั้งหลายในชีวิตที่เกิดขึ้น เราเป็นคนตัดสินใจ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) ให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น&#8221; หากเราไม่ชอบดนตรี ไม่ฟังดนตรี ชีวิตในอนาคตก็มีแนวโน้มจะไม่ข้องเกี่ยวกับดนตรี และไม่ได้เกิดมาในประเทศที่คนเล่นดนตรี</p>
<p>ถ้าตรรกะนี้เข้าใจได้ง่าย เราก็ย่อมเข้าใจได้ว่า</p>
<h3>1. ผมมาเกิดในประเทศที่ผู้คนดัดจริต เพราะผมเป็นคนดัดจริต (บ้างว่า &#8220;สฎษดก&#8221;)</h3>
<p>ผมอยากให้คนอื่นทำดี ทำถูก แต่ผมไม่สนใจจะพัฒนาตนเอง ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ผู้คนมัวแต่สาดโคลนใส่กัน ผมใช้ซอฟแวร์ผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎจราจร ติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ลอกข้อสอบ กินแรงเพื่อนร่วมงาน ไม่ใส่ใจงานที่ได้รับมอบหมาย โกงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อแสดงความมีอำนาจของตำแหน่ง ฯลฯ ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ข้าราชการคอรัปชั่น ผู้คนขโมยผลงานกัน อวดเอาหน้า โฆษณาล้างสมอง อิจฉาริษยาคนทำดีแต่เด่น นักการเมืองเลว ตำรวจบ้าอำนาจ ฯลฯ</p>
<p>ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ให้สิ่งต่างๆ เกิดมาทั้งนั้น หรืออย่างน้อย ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง</p>
<p>คนที่พูดประเด็น &#8220;สฤษฎก&#8221; ได้ยอดเยี่ยมและคมคายคือคุณ mk ขอเชิญอ่าน <a href="http://www.isriya.com/node/2143/the-main-problem-of-thailand" target="_blank">The Main Problem of Thailand</a> , <a href="http://www.isriya.com/node/2172/คนชั้นกลาง-part-iv" target="_blank">คนชั้นกลาง</a> และอื่นๆ ในบล็อกอัน aggressive นั้นแหละ ;P</p>
<h3>2. ผมมาเกิดในประเทศศักดินา เพราะผมชอบทาสรับใช้</h3>
<p>คนจบนอกหลายคน เมื่อต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงเลือกกลับเมืองไทย มักจะมีวาระแอบแฝงจากคำพูด &#8220;ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนเมืองไทย&#8221; ว่า &#8220;เมืองไทยมีชนชั้น มีคนใช้ มีเด็กเสิร์ฟ โว้ย&#8221; ซึ่งหมายความว่า ลึกๆ เราก็ชอบให้คนขับรถ/คนใช้/เด็กเสิร์ฟ มาหมอบกราบเรา มากกว่าที่จะเป็นแบบเด็กเสิร์ฟเมืองนอกที่ &#8220;กูเสิร์ฟมึง มึงก็ทิปกู มึงกูเท่ากันเว้ยยย&#8221;</p>
<p>เราดึงดูดการแบ่งแยกชนชั้น รุ่นพี่รุ่นน้อง เราเลยมาเกิดรวมกันที่เมืองไทย ที่ที่เราซื้อเบ๊นซ์เพราะมันแสดงถึง &#8220;อำนาจ&#8221; ซื้อไอโฟนเพราะมัน &#8220;สูงส่งกว่า&#8221; ผมสบายใจที่ขึ้นแทกซี่แล้วเค้านอบน้อมด้วย ไปร้านอาหารต่างจังหวัดแล้วผู้คนกุลีกุจอต้อนรับ ผมก็ย่อมมาเกิดร่วมกับ ดร. หยิ่งยะโส, พณฯ ท่านที่ชอบปิดถนนเล่น, ลูกหลานคนรวยที่มีสิทธิมากกว่า ยิงคนตายไม่ผิด ขับรถชนคนเล่นได้ ขับเครื่องบินหลวงเล่นได้ หรือใครต่อใครที่โกงชาติบ้านเมืองแล้วผู้คนยกย่องคารวะ ฯลฯ เพราะว่าเราก็รู้ว่า เราอยู่เหนือใครบางคนเสมอ และนั่นก็คือความยุติธรรมแห่งประเทศสยามของเรา</p>
<h3>3. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมหลงใหลในภาษาไทย</h3>
<p>เหมือนจะเขียนแต่ข้อเสีย เดี๋ยวท่านทั้งหลายจะกล่าว &#8220;ไม่พอใจ ก็อย่ามาอยู่เมืองไทยสิโว้ย&#8221; อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย กระผมเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ และเข้าใจวาสนาตนเองที่เลือกมาอยู่ที่นี่</p>
<p>เมื่อวิเคราะห์ตนเองไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า ผมเองชื่นชอบในบทกวีไม่น้อย และคิดต่อว่า หากใครซักคนจะชื่นชอบบทกวีอย่างสุดจิตสุดใจ เค้าควรจะต้องมาเกิดเป็นคนไทย เพราะภาษาไทยนั้นรุ่มรวยถ้อยคำอย่างยิ่ง คำด่าของเรามีมากมายนัก (ภาษาที่ด่าได้แค่คำว่า &#8220;ฟัก&#8221; นั้นชิดซ้าย) คำไวพจน์ (synonym) ของไทยนั้นมีมหาศาลจนใช้ไม่หมด เช่น คำที่แปลว่า &#8220;สวย&#8221;, &#8220;ดอกไม้&#8221;, &#8220;ผู้หญิง&#8221; ฯลฯ คำคล้องจองของเรา เพราะพริ้งยิ่งกว่าภาษาใด (ภาษาอื่นจะแต่งบทกวีอย่าง &#8220;นกน้อยนอนแนบน้ำ ในนา&#8221; อย่างท่านศรีปราชญ์ &#8211; เจ้าของถ้อยคำ <a href="http://www.google.com/search?q=อย่าว่าเราเจ้าข้า+อยู่พื้นเดียวกัน" target="_blank">อย่าว่าเราเจ้าข้า อยู่พื้นเดียวกัน</a> - ได้ละหรือ?) และจะมีภาษาใดกำกวมได้ยิ่งกว่าภาษาไทย? ซึ่งผู้คน จะเอาถ้อยคำมาตีประเด็นอย่างไรก็ได้ เหมาะกับการเขียนกวียิ่งนัก (การยกย่องในความกำกวมนี้ ทำให้ผมมีปัญหากับการสอบ Writing ของ TOEFL พอสมควร จนมารู้ภายหลังว่าภาษาอื่นเค้าไม่กำกวมโว้ย จึงพอจะเขียน Writing ได้บ้าง)</p>
<h3>4. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมชอบ &#8220;กลิ่นฝน&#8221; แต่ไม่ได้กลิ่น &#8220;หิมะ&#8221;</h3>
<p>ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด โตมากับบ้านที่มีตุ่มรองน้ำฝน ชอบกลิ่นฝน ที่มาพร้อมกับลมสดชื่นที่พัดผ่านยอดหญ้า สมัยที่อยู่อเมริกา ผมก็ชอบเล่นหิมะในระยะแรก แต่แล้วก็ไม่ได้พิศมัยนัก</p>
<h3>5. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมเป็นคนไม่มีระเบียนวินัย เป็นคนตามแห่ โหยหากลุ่ม และไม่มีสำนึกด้านการเมือง</h3>
<p>ผมย่อมไม่ควรเกิดในประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้คนมีวินัย, ไม่ควรเกิดในประเทศแถบตะวันตก ที่ผู้คนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีทรรศนะ &#8220;ปลอดภัยเมื่ออิงกลุ่ม&#8221; แบบคนไทย, ไม่ควรเกิดเป็นคนเยอรมัน ฐานรากของกฎหมายมหาชนของโลก, ไม่ควรเกิดเป็นคนฝรั่งเศสรสนิยมวิไล ที่เฝ้าครุ่นคิดและใช้ปัญญาวิพากษ์ปัญหาส่วนรวม และใส่หน้ากากผู้ดี ฯลฯ เรามีนิสัยแบบใด เราก็ควรเกิดในเมืองที่ผู้คนเค้าเป็นแบบนั้น และนั่นก็ทำให้ &#8220;การติดยึด&#8221; นั้นยิ่งเข้มขึ้น เพราะเมื่อเราเกิดและโตในเมืองแบบนั้น เราก็ย่อมมีนิสัยแบบคนในเมืองนั้น</p>
<p>ปัญหานี้ พอคิดแล้วสนุกดี เพราะจะพบถ้อยคำที่เรียกว่า &#8220;กงล้อประวัติศาสตร์&#8221; หรือมากกว่านั้นก็คือ &#8220;เวลาไม่ได้เดินไปเป็นเส้นตรง หากแต่เป็นวงกลม อดีตของเรา จะไปปรากฏเป็นอนาคตของเรา&#8221; (เปรียบเทียบกับการทอดลูกเต๋าก็คือ ลูกเต๋ามันก็วนออกมา 1-6 นั่นแหละ วนไปวนมา การได้ 1 ตอนเช้า ก็ตอนเย็น ไม่ได้ต่างอะไรกัน)</p>
<h3>6. ผมมาเกิดเมืองไทย ได้พบพระพุทธศาสนา เพราะผมนับถือพระพุทธศาสนา</h3>
<p>แล้วถ้อยคำก่นด่า ประชดประชันด้านบน ก็กลับกลายเป็นความวาบหวามโรแมนติคอย่างยิ่ง เมื่อจบท้ายด้วยการบอกว่า ผมรักพระพุทธศาสนา ซึ่งมีแต่การเกิดมาในสังคมไทยเท่านั้น ที่จะมีภูมิหลังมากพอที่จะเข้าถึงพุทธธรรมได้สะดวก และนั่นก็คุ้มค่ากับการเกิดมาเจอ &#8220;ด้านแย่ๆ ของความเป็นไทย&#8221; ทั้งหลาย หรือจะว่าไปแล้ว ต่อให้ชีวิตจะต้องเลวร้ายกว่านี้อีกกี่เท่า ต่อให้สังคมจะสาดโคลน สาดระเบิดใส่กันมากกว่านี้อีกสักเท่าไหร่ แค่ได้เกิดมาเจอพุทธศาสนา ก็คุ้มค่ากับความเลวร้ายทั้งปวงแล้ว</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">หลวงพ่อปราโมทย์</a> กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2551 ว่า</p>
<blockquote><p>คนไหนความจำดีๆ ระลึกชาติได้ จะรู้สึกเลยว่า ชาติไหนที่ไม่ได้เจอพระพุทธศาสนานั้น ชีวิตมันวังเวง</p>
<p>ก็ทำคุณงามความดีไปนั่นแหละ แต่ว่าไม่รู้เป้าหมายของชีวิต</p>
<p>พระพุทธเจ้ามาสอนเรานะ ให้เรารู้ว่า เป้าหมายของชีวิตเรา คืออะไร</p></blockquote>
<p>เขียนเรื่องแรงดึงดูดและกฎแห่งกรรมเพื่อรับใช้ &#8220;ความคิด&#8221;</p>
<p>เพื่อที่จะให้เกิดแรงส่งต่อ ให้ได้พบกับพุทธศาสนาอีกในอนาคต ย่อมต้องใช้ &#8220;การกระทำ&#8221;</p>
<p>ข้ามภพชาติมานานแสนนาน กว่าจะได้พบพระพุทธศาสนา กว่าจะได้พบกัน </p>
<p>หากท่านได้อ่านประโยคนี้ ย่อมแปลว่า เรามีวาสนาต่อกัน และท่านเองก็มีวาสนาต่อ พุทธธรรม</p>
<p>ลอง <a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">คลิกฟังธรรม</a> หน่อยดีมั้ย ขอให้ฟังซัก 1-2 คลิป หากไม่ถูกจริตก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>(นั่น ตอนจบดันฮาร์ดเซลซะงั้น <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) </p>
<p>สวัสดี</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">(คลิกจิ)</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>24</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การออกแบบนั้น เหมือนกับการปรุงอาหาร</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/10/design-like-cooking/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/10/design-like-cooking/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 19:30:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=316</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ได้ไปอบรมให้กับ โครงการไอทีวัลเลย์ หลาย วัน ต้องอบรมทั้งกับนักเรียนชาวเขาและชนกลุ่มน้อย กับอาจารย์ต่างจังหวัดซึ่งไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษ แต่สิ่งที่อบรมกลับเป็นแนวคิดฝรั่งมากๆ นั่นคือ กราฟฟิคดีไซน์ หรือ การออกแบบ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ได้ไปอบรมให้กับ <a href="http://www.itvalley.org/">โครงการไอทีวัลเลย์</a> หลายวัน ต้องอบรมทั้งกับนักเรียนชาวเขาและชนกลุ่มน้อย กับอาจารย์ต่างจังหวัดซึ่งไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษ แต่สิ่งที่อบรมกลับเป็นแนวคิดฝรั่งมากๆ นั่นคือ กราฟฟิคดีไซน์ หรือ การออกแบบ</p>
<p>ตอนที่สอนใน iSchool ผมก็อธิบายให้นักเรียนฟังไม่ยากนักว่า การออกแบบที่ดีนั้นต้อง Minimal และ Less is more ซึ่งคนที่รู้จัก Apple และ iSchool ก็มักจะนึกกันออกไม่ยากอยู่แล้ว แต่ที่ต่างจังหวัดนั้นไม่ง่าย กระนั้น ผมก็นึกได้ว่าศิลปะแต่ละแขนงต่างเหมือนกัน นั่นก็คือ</p>
<h2>การออกแบบนั้น เหมือนกับการปรุงอาหาร</h2>
<p></p>
<h3>ถ้าทุกอย่างเด่นหมด สุดท้ายจะไม่มีอะไรเด่น</h3>
<p>การที่เรามีน้ำพริกรสเด็ด น้ำปลาแท้ชั้นดี เครื่องแกงรสจัด หรือ วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอื่นๆ ไม่ได้แปลว่า เราควรจะใส่ทุกอย่างทีมีลงไป และไม่ได้แปลว่า ไอ้ของที่อร่อยๆ นั้น รวมๆ กันเยอะๆ แล้วมันจะอร่อย<br />
การจัดวางก็เหมือนกัน ถ้าทุกอย่างในหน้านั้น เด่นหมด สุดท้าย มันก็จะไม่มีอะไรเด่น</p>
<h3>ความสำคัญของรสจืดและที่ว่าง</h3>
<p>ผักรสอ่อน จิ้มน้ำพริกรสจัด มันจึงอร่อย แค๊ปหมู จึงควรคู่กับน้ำพริกหนุ่ม ไม่ใช่กินน้ำปลากับซอสพริกกับน้ำพริกหนุ่ม<br />
เหมือนกับ &#8220;ที่ว่าง&#8221; ที่อยู่ในงานออกแบบ ที่เสริมให้ &#8220;จุดเด่น&#8221; นั้นเด่นขึ้น<br />
ถ้าทุกคนอยากจะเป็นตัวเด่นที่สุด งานชิ้นนั้นก็จะไม่รู้จะเริ่มดูตรงไหน ถ้าไม่มีที่ว่าง นำสายตาให้เราดูสิ่งที่เด่น ผลสุดท้ายก็สื่อสารไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรคือจุดเด่น</p>
<h3>อย่าทำทุกเทคนิค</h3>
<p>เราไม่สามารถใช้เทคนิคการทำอาหารทุกรูปแบบ กับอาหารหนึ่งจานได้ ปิ้ง+ทอด+อบ+ตุ๋น =?<br />
เวลาเริ่มทำงานออกแบบ เราจะอยากใช้เทคนิคทั้งหมดที่มี เอารูปใส่ทั้ง Drop Shadow, ใส่ Stroke, ใส่ขอบมน, ใส่ Gradient, ใส่เอฟเฟ็ค Blur, ปรับ Opacity บางๆ, ใส่ขอบฟุ้ง, ใส่ inner shadow และอื่นๆ อื่นๆ ผลสุดท้ายมีแต่เทคนิค แต่ไม่เหลือความเป็นรูป</p>
<h3>คัดเลือกวัตถุดิบที่ดี แล้วค่อยเริ่มปรุงอาหาร (ที่รู้ว่าจะเป็นอะไร)</h3>
<p>ตอนก่อนทำอาหาร เราต้องเตรียมวัตถุดิบสารพัด ล้างผัก หั่นหมู แล้วก็มีจุดหมายว่าจะทำหมูผัดผัก<br />
แต่การทำงานออกแบบ หลายๆ คนกลับไม่รู้ว่าจะทำอะไร? จบงานแล้วจะออกมาแบบไหน? นอกจากนั้น ยังไม่เตรียม &#8220;วัตถุดิบ&#8221; อีกด้วย<br />
รูป: ปรับ Level ก่อน เตรียมรูปที่ความละเอียดเหมาะสมกับงานที่จะทำก่อน, สี: เลือกชุดสีก่อนว่าเข้ากันหรือเปล่า จะเอาสีไหนปูพื้น เอาสีไหนลงข้อความ, ฟ้อนท์: เลือกฟ้อนท์ก่อน ว่าจะเอาอารมณ์ไหน ใช้ฟ้อนท์ไหนเป็นฟ้อนท์หลัก อันไหนฟ้อนท์รอง, เลย์เอาท์: คิดคร่าวๆ ก่อน ว่าควรจะวางอย่างไร ตรงไหนจุดเด่น ตรงไหนข้อความ</p>
<h3>ต่อให้ลอกสูตร ทำเสร็จก็อาจจะไม่เหมือน</h3>
<p>เวลาเริ่มหัดทำอาหาร เราควรจะหาสูตรอาหารมาลองทำตามก่อน ไม่ใช่ใส่น้ำตาลน้ำปลาไปเรื่อย แล้วคิดว่า สุดท้ายมันคงจะอร่อย และ -อีกมุมหนึ่ง- ต่อให้ลอกสูตรคนอื่น ก็ไม่แน่ว่ารสชาติจะออกมาเหมือนกัน<br />
การทำงานออกแบบ ก็ควรหา &#8220;เลย์เอาท์&#8221; หรือโครงร่างของงานของคนอื่นมาทำก่อน ต่อให้เราทำตามโครงของคนอื่น แต่เมื่อวัตถุดิบไม่เหมือนกัน งานที่ออกมาก็ย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ายังไม่คล่อง อย่าเพิ่งคิดที่จะ &#8220;ทำเลย์เอาท์ที่ไม่เหมือนใครในโลก&#8221; เพราะสุดท้าย เราจะได้เลย์เอาท์ &#8220;ปกรายงาน&#8221; แทน กลายเป็นว่าทำทุกครั้ง ได้แบบเดิมทุกครั้ง</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>ขณะที่สนุกไปกับการเปรียบเทียบ ผมก็พลันนึกถึงข้อจำกัด หรือลักษณะทางวัฒนธรรมอันหนึ่ง คือ</p>
<h3>อาหารไทยรสจัด อาหารนอกรสละมุน อาหารญี่ปุ่นเหลือแค่ &#8220;ปลาดิบ&#8221;</h3>
<p>นั่นสิ ยังไงคนไทย ก็คงต้องออกแบบ &#8220;รกๆ&#8221; กันส่วนใหญ่แหละ เพราะมันเป็นวัฒนธรรมของเรา<br />
ชาติเราคงรับไม่ได้ถ้าจะมีของชิ้นเดียวบนพื้นที่ว่างๆ หรือทำอาหารเรียบๆ ขนาดปลาดิบวางบนจานกระเบื้อง (สีเดียว คุมโทน) แต่เราชอบส้มต้ำ ชอบที่จะใส่อะไรเยอะๆ มากๆ เข้าไป ชอบรสชาติจัดจ้าน สีหลากสี จุดเด่นเปรอะเต็มหน้า และเทคนิคแพรวพราวที่จะทำให้เจ้าของงานเกิดอาการงงงวย &#8211; เอ่อ มันสื่อได้ทุกอย่างแล้วนี่นา แล้วก็ใช้พื้นที่เต็มเหยียดแล้ว ไม่รู้จะแก้อะไรแล้ว</p>
<p>ละมั้ง? &#8211; ขืนทำปลาดิบชิ้นเดียวไปวาง คนสั่งงานคงต้องบอกว่า &#8220;เฮ้ย โล่งไปหน่อยหรือเปล่า เอาน้ำพริกกับเครื่องเคียงไปวางหน่อยดิ๊&#8221;</p>
<p>เป็นความรู้สึกปลง ปนขำ ๆ แต่ก็เข้าใจจุดเด่นของชาติเรามากขึ้นนะ</p>
<p>เอาน่า อาหารไทยใส่อะไรไปเยอะๆ ยังอร่อยได้เลย งานออกแบบก็คงเหมือนๆ กันแหละน่า ถึงจะรกบ้าง ก็ยังมีสวยแหละเนาะ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/what-gov-web-should-be-keynote/" title="บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?">บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/opensource-design-software-presentation/" title="บรรยายโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับงานออกแบบ">บรรยายโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับงานออกแบบ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/wide-blog-happens/" title="ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)">ธีมข้าพเจ้าอ้วน (Wide Blog Happens)</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/10/design-like-cooking/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2008 16:21:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=150</guid>
		<description><![CDATA["หากคุณใช้เวิร์ดเพรสแล้วชอบ ลองบอกต่อคนอื่นๆ หรือนำมันไปติดตั้งให้คนอื่นๆ ที่มีความรู้น้อยกว่าคุณ"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความรู้พื้นฐาน: เว็บในปัจจุบันนั้น มักจะมีระบบในการจัดการ-แก้ไขข้อมูลต่างๆในเว็บ เรียกว่า Content Management System หรือ CMS ซึ่งทำให้ไม่ต้องสร้างเว็บทีละหน้า แล้วนำขึ้น Server ทีละหน้า ซึ่งยุ่งยากมาก (โดยเฉพาะถ้ามีการแก้ไข) แต่ใช้วิธีล็อกอินเข้าในเว็บ แล้วเพิ่มเติมแก้ไขข้อมูลหน้าใดๆ ก็ได้ ตามแต่ที่ admin จะให้อำนาจจัดการ</p>
<p>ซึ่งในโลกแห่งซอฟแวร์เสรี (Opensource) ผู้ที่เชื่อในการแบ่งปันความรู้ ก็ได้เขียนโปรแกรมและแจกจ่ายให้ใช้งานฟรีจำนวนมาก (บางส่วนที่ <a href="http://www.opensourcecms.com/">OpensourceCMS.com</a>) และทำให้เกิดเหล่าสาวกของแต่ละโปรแกรม ที่มาคัดง้างกันว่า โปรแกรมใครดีกว่าใคร<br />
(เด่นๆ ก็มี Joomla, Drupal รายละเอียดการเปรียบเทียบบางส่วน ดูที่ <a href="http://www.blognone.com/node/5826">Blognone</a>)</p>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-167" title="wordpress-logo" src="http://www.imenn.com/files/2008/10/wordpress-logo-100x100.png" alt="" width="100" height="100" /></p>
<p>กระผมเป็นสาวก Wordpress ก็ขอกล่าวสรรเสริญ Wordpress ดังนี้,</p>
<blockquote><p>ในขณะที่ทีมงาน Joomla กล่าวถึงความเป็นมืออาชีพ เป็นตลาดกลางแห่งธุรกิจโมดูล เป็นความน่าเชื่อถือสำหรับองค์กร, ในขณะที่ทีมงานของ Drupal กล่าวถึงความทันสมัย ความสลับซับซ้อนเชิงลึก ความ Geek สำหรับเหล่า Computer GURU,</p>
<p>ทีมงานของ Wordpress  กลับกล่าวว่า โค้ดนั้นเป็นดั่งบทกวี และเราสร้างโปรแกรมนี้ด้วยความใส่ใจใน &#8220;สุนทรียภาพ&#8221;</p>
<p>ฟังแล้ว จะห้ามกระผม &#8211; ผู้หลงใหลในวาทกรรม &#8211; ไม่ให้หลงรักเวิร์ดเพรสได้อย่างไร?</p></blockquote>
<p>ใครหลายคนกล่าวว่า Wordpress นั้นเป็นแค่ Software สำหรับการทำ Blog มากกว่าจะเรียกว่า CMS ซึ่งหมายถึงความสามารถในการแก้ไขเนื้อหาทั้งเว็บ กระนั้น จากประสบการณ์การนำ Wordpress ไปใช้ในเว็บต่างๆ ก็พบว่ามันมีความสามารถมหาศาล และมีความสามารถรองรับจำนวนคนเข้ามากๆ (เช่น เกิน 10,000 คนต่อวัน) โดยไม่รบกวนประสิทธิภาพของ Server, มีการออกแบบส่วนกลางที่ดีมาก และรองรับการเขียน Plugins เพิ่มเติมได้สารพัด, มีความงดงามตลอดกระบวนการ ทั้งในโค้ด การเชื่อมต่อกับโค้ดอื่น การแสดงผลดีไซน์ และ การแสดงออกใน URL</p>
<p>เปรียบเทียบกับ Drupal ที่เหล่าโปรแกรมเมอร์ชื่นชอบ, ดีไซเนอร์อย่างผมกลับชอบ Wordpress เพราะ</p>
<h3>1. ตั้ง URL ที่มีความหมายได้ง่าย</h3>
<p>แน่นอนว่า Drupal ก็ทำได้ (มันทำได้ทุกอย่างแหละ) แต่เรามักจะเห็นว่าเว็บที่ใช้ Drupal ส่วนมาก มักจะใช้ URL ประเภท /node/123/ ซึ่งกล่าวถึง id แบบคอมฯ แต่ Wordpress มักจะใช้ URL ที่มีความหมายแบบคน เช่น /about/our-team/ ซึ่งนอกจากทำให้ Google ชอบ (เพราะมันรู้ว่า หน้านี้ควรจะหมายความว่าอะไร) ยังทำให้ผู้รักความงามและความเรื่องมากอย่างกระผมคารวะ</p>
<p>หัวข้อนี้ ผมเห็นว่าเวิร์ดเพรสใส่ใจมากกว่า CMS อื่นๆ (ยิ่งทำให้ผมเชื่อในคำพูดเค้ามากขึ้นว่า โค้ดเป็นดั่งบทกวี เพราะมีแต่กวีเท่านั้นแหละ ที่มัวเสียเวลาตั้งชื่อ) เพราะมันอยู่ในกระบวนการตั้งชื่อต่างๆ ตั้งแต่เนื้อหา-ต่อเนื่องถึงระบบ Template, สามารถแก้ไข URL ได้ง่าย, รบเร้าให้เราตั้งชื่อให้ดีตั้งแต่ตอนที่ร่างบทความ</p>
<h3>2. เข้าใจใน design อย่างปรุโปร่ง (รู้จักการจัดเนื้อหา หรือ CSS ทุกชิ้น)</h3>
<p>เท่าที่เคยใช้มา Wordpress นั้นสามารถออกแบบ และนำมาประกอบเป็นเว็บได้ง่ายที่สุด สึ่งที่ยิ่งใหญ่และเรียบง่ายประการหนึ่งก็คือ เพราะ Default Theme (หน้าปกติเวลาติดตั้งเสร็จ) ที่ให้มา มันเข้าใจง่าย เลย์เอาท์เรียบโคตร จะแก้อะไรก็หาได้หมด ลองดูบรรทัดที่กล่าวถึงไฟล์ที่ใช้จัดหน้า (CSS) ดูก็ได้</p>
<p>Wordpress:</p>
<pre>&lt;link rel="stylesheet" href="&lt;?php bloginfo('stylesheet_url'); ?&gt;" /&gt;</pre>
<p>Drupal:</p>
<pre>&lt;style type="text/css"&gt;@import "/themes/garland/style.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/files/color/garland/style.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/forum/forum.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/node/node.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/poll/poll.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/system/defaults.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/system/system.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/modules/user/user.css";&lt;/style&gt;
&lt;style type="text/css"&gt;@import "/themes/mytheme/style.css";&lt;/style&gt;</pre>
<p>ซึ่งหมายความว่า แค่ต้องการอยากรู้ว่า หน้านี้ จัดหน้าอย่างไร หากใช้ Drupal ก็ต้องดู CSS อย่างต่ำ 7 ไฟล์ โอ้ววววว</p>
<blockquote><p>โปรแกรมเมอร์ อยากจะเข้าใจโค้ดทุกบรรทัด (เลยชอบ Drupal) ดีไซเนอร์อย่างกระผม ก็อยากจะเข้าใจการจัดหน้า (CSS)  ทุกชิ้นเหมือนกันโว้ยยยยยย</p></blockquote>
<h3>3. เวิร์ดเพรสมีคู่มืออันนึง ที่อธิบายกระบวนการทำงานและตัดสินใจของโปรแกรมอย่างดีเยี่ยม นั่นคือ <a href="http://codex.wordpress.org/Template_Hierarchy">Template Hierarchy</a></h3>
<div id="attachment_157" class="wp-caption alignnone" style="width: 490px"><a href="http://codex.wordpress.org/images/1/18/Template_Hierarchy.png"><img class="size-full wp-image-157" title="template_hierarchy" src="http://www.imenn.com/files/2008/07/template_hierarchy.jpg" alt="" width="480" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">Template Hierarchy</p></div>
<p>อธิบายคร่าวๆ ก็คือ เวลาออกแบบเว็บแต่ละหน้าหรือแต่ละชุด ให้ตั้งชื่อไฟล์ให้เหมาะสม เวิร์ดเพรสจะวิ่งไปหาไฟล์แต่ละไฟล์ตามรูปนี้ หากหาไม่เจอ มันก็จะแสดงหน้าตาแบบบ้านๆ (index.php) มาให้</p>
<p>ดังนั้น หากเราอยากแต่งหน้าเว็บเป็นอย่างไร เราก็ทำได้อิสระ หากอยากให้ข้อมูลแต่ละชิ้นปรากฏตรงไหน ก็ดูรายละเอียดเพิ่มใน <a href="http://codex.wordpress.org/Template_Tags">คู่มือการโชว์ข้อมูลของเวิร์ดเพรส</a></p>
<h3>4. เสน่ห์อีกอย่างของคนสร้าง คือการที่ไฟล์ชี้แจงภาพรวมของโปรแกรม (readme.html) ในช่วงท้าย</h3>
<p>ปกตินักพัฒนาโปรแกรมทั้งโลก จะเขียนว่า &#8220;หากคุณชอบโปรแกรมนี้ ก็บริจาคเงินอุดหนุนให้กระผมได้ที่ xxx&#8221; แต่ผู้สร้างเวิร์ดเพรสกลับไม่เขียนอย่างนั้น เค้าบอกว่า</p>
<blockquote><p>เวิร์ดเพรสนั้น ไม่มีเงินทำการตลาดเป็นล้่านๆ หรือผู้สนับสนุนดังๆ แต่เรามีบางสิ่งที่เยี่ยมยอดกว่านั้น นั่นคือ &#8220;คุณ&#8221;</p>
<p>หากคุณใช้เวิร์ดเพรสแล้วชอบ ลองบอกต่อคนอื่นๆ หรือนำมันไปติดตั้งให้คนอื่นๆ ที่มีความรู้น้อยกว่าคุณ หรือบอกกล่าวต่อสื่อมวลชนที่มองข้ามเราไป</p></blockquote>
<p>ไม่ขอเงินซักบาท! มีแต่กวีไส้แห้งเท่านั้นแหละ ที่กล้ากล่าวเช่นนี้</p>
<h3>5. ติดตั้งง่าย คนเกือบทั้งหมดในโลกนี้ ใช้เวลาตัดสินใจว่าจะใช้เวิร์ดเพรสดีหรือเปล่า นานกว่าเวลาที่ใช้ติดตั้งเวิร์ดเพรสเสียอีก</h3>
<p>(คือติดตั้งประมาณ 5 นาที ได้เว็บที่ใช้งานได้จริง)</p>
<h3>6. การแบ่งเนื้อหาเป็น Post (พวกบันทึกจิปาถะ/บล็อก) กับ Page (หน้าตายตัว มีลำดับชั้นได้)</h3>
<p>ซึ่งเรียบง่าย เข้าใจง่าย ทำไห้ประกอบเป็นเว็บง่าย และตอบสนองเว็บที่แสดงเนื้อหาส่วนใหญ่</p>
<h3>7. การแปลงข้อความที่พิมพ์มาแสดงผลเป็น XHTML อย่างชาญฉลาด</h3>
<p>(โดยระบบ <a href="http://photomatt.net/tools/texturize">Texturize</a> และ Intelligent text formatting)</p>
<p>เวลาเขียนบล็อกหรือเนื้อหาในเว็บ หากเราต้องการตัวอักษรหลากหลาย ย่อหน้าหลากหลาย หรือแทรกรูปภาพ ฯลฯ เราจะมีวิธีคือ</p>
<p>7.1 เขียนโค้ด XHTML เองทั้งหมด วิธีนี้เหนื่อย ลำบาก โดยหากต้องคอยแยกแยะ BR และ P ยึ่งเหนื่อย</p>
<p>7.2 ไม่ต้องเขียนโค้ดเอง จะมีโปรแกรมสายนึงเรียกว่า What you see is what you get (WYSIWYG) ซึ่งให้อารมณ์ประมาณ Microsoft Word &#8211; นั่นคือ ดูดี ดูมี Toolbar เยอะ ทำอะไรได้เยอะ แต่หลายครั้งมันจะใส่โค้ดมามั่วซั่ว โง่ อวดฉลาด แม้คนหลายกลุ่มจะดูไม่ออก (เช่น มันใส่ให้ font ติดกัน ขนาดต่างกัน 1 ระดับ) แต่คนเรื่องมากอย่างผมรับไม่ได้</p>
<p>7.3 เขียนโค้ดเองบางส่วน ตามไวยากรณ์ง่ายๆ เช่น <a href="http://textile.thresholdstate.com/">Textile</a>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Markdown">Markdown</a> ซึ่งดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คือทั้งเรียบง่าย และ ใส่อะไรได้เยอะ</p>
<p>แต่แล้ว ทั้งสองแบบนั้น กลับไม่ฉลาดเหมือนระบบของ Wordpress ที่แทรกโค้ด XHTML ตรงๆ ก็ได้ หรือเว้นย่อหน้าก็ได้ หรือใส่ div อย่างไรก็ได้ หรือจะทำตัวเป็น WYSIWYG ก็ได้ ไม่อวดฉลาดเหมือนระบบอื่นๆ</p>
<p>แน่นอนว่าระบบแปลงข้อความของเวิร์ดเพรส ยังมีข้อที่ควรปรับปรุงอยู่บ้าง (เช่น แทรก div ซับซ้อน) แต่มันฉลาดที่สุดเท่าที่กระผมเคยลองมา</p>
<h3>8. เวิร์ดเพรสมาพร้อมกับระบบของเว็บสมัยใหม่ ที่หลายอย่างมานั่งเขียนเองก็เหนื่อยโคตร</h3>
<p>เช่น RSS Feed, Trackback, Pingback,  Blogrolls (ที่ระบุความสัมพันธ์ด้วย ไม่ใช่แค่ link เฉยๆ), Spam Protection, User Management,  XML-RPC Interface (ทำให้อัพบล็อกผ่านโปรแกรม หรือมือถือได้) ฯลฯ</p>
<h3>9. เวิร์ดเพรสมีชุมชนขนาดใหญ่รองรับ ให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือ รวมถึงแบ่งปันการออกแบบที่เรียกว่า <a href="http://themes.wordpress.net">Wordpress Theme</a></h3>
<p>คำถามหลายๆ อย่างเกี่ยวกับ Wordpress หาใน Google แป๊บเดียวได้เลย แต่หากอยากลงลึก ก็ถามใน <a href="http://wordpress.org/support/">Support Forum</a> ได้</p>
<p>&#8230;</p>
<p>แต่หากจะกล่าวถึงสิ่งที่ด้อยกว่า เมื่อนำ Wordpress เทียบกับ Drupal ก็ต้องยอมรับว่า Wordpress ออกแบบมาสำหรับเว็บที่แยก &#8220;ผู้อ่าน&#8221; ออกจาก &#8220;ผู้เขียน&#8221; ชัดระดับหนึ่ง หรือกล่าวว่าเป็นเว็บที่ให้ข้อมูลเป็นหลัก ในขณะที่ Drupal นั้น โดดเด่นในแง่ การมีส่วนร่วมของสมาชิก ซึ่งหมายความว่า เราค่อนข้างอยากให้ &#8220;ผู้อ่าน&#8221; ของ Drupal มีส่วนเป็น &#8220;ผู้เขียน&#8221; ด้วย</p>
<p>ดังนั้น หน้าตาของ Wordpress และ Drupal ก็ย่อมแตกต่างกัน</p>
<p>Wordpress มีหน้าตาแยกกันชัดเจนระหว่างด้านหน้าเว็บ-ไว้ดูกับคอมเม้นท์นิดหน่อย- กับด้านหลังเว็บ ไว้จัดการข้อมูลต่างๆ</p>
<p>Drupal รวมหน้าตาไว้ด้วยกัน เพราะผู้ใช้แต่ละคนมีสิทธิืหลากหลาย ทั้งอ่าน ทั้งเขียน ฯลฯ (เลยทำให้ออกแบบยากกว่า แต่ทำให้ผู้ใช้ทำอะไรได้เยอะกว่า)</p>
<p>กระนั้น เมื่อสาวกท่าน <a href="http://www.imenn.com/2005/08/jonathan-ive/">ไอฟ์</a> เชื่อเช่นเดียวกับที่ท่านไอฟ์ว่าไว้ว่า &#8220;สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่ม Feature แต่คือการตัดออก&#8221; กระผมจึงเห็นว่า แม้ Drupal จะ Feature เยอะ แต่เมื่อกระผมตามไม่ทัน กระผมก็ขอตัดออก และเลือก Wordpress แทนละกันเฟร้ย</p>
<p>ทิ้งท้ายด้วยการขอเชิญชวนทุกท่านให้ลิ้มลอง <a href="http://www.wordpress.org">Wordpress</a> แล้วท่านจะรักเวิร์ดเพรสเหมือนกับกระผม</p>
<p>เหมือนที่เคยกล่าวว่า&#8230;</p>
<blockquote><p><strong>กระผมรักเวิร์ดเพรส เพราะเวิร์ดเพรสสอนให้กระผมรักโค้ดดั่งบทกวี</strong></p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/09/what-gov-web-should-be-keynote/" title="บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?">บรรยายเรื่อง เว็บรัฐบาลควรทำอย่างไรดี?</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>75</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</title>
		<link>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Sep 2007 08:28:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ขึ้นต้นบันทึก ด้วยคำสอนจากพระวัดป่าที่เคยบันทึกไว้หลายปีก่อน คงจะเป็นเพราะช่วงนี้อ่าน Feed เยอะมากไปหน่อย มีข่าวสารมากมายที่กำลังปรากฏขึ้นในโลก แล้วเราก็ดันมัวแต่วิ่งตามมัน</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นต้นบันทึก ด้วยคำสอนจากพระวัดป่าที่เคยบันทึกไว้หลายปีก่อน คงจะเป็นเพราะช่วงนี้อ่าน Feed เยอะมากไปหน่อย มีข่าวสารมากมายที่กำลังปรากฏขึ้นในโลก แล้วเราก็ดันมัวแต่วิ่งตามมัน</p>
<blockquote>
<h3><span class="caps">RSS</span> &amp; <span class="caps">ATOM</span> <span class="caps">FEED</span></h3>
<p><a href="http://www.fverything.com/">น้องเอฟ</a> ขอให้เขียนถึงเทคโนโลยีนี้หลายครั้ง เพราะขี้เกียจอธิบายเพื่อน (อ้าว .. ไอ้เอฟ งั้นเมิงน่าจะเขียนเองนะ) จริงอยู่ ที่สาระนุกรมเสรีก็มี <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/อาร์เอสเอส">บทความเรื่อง <span class="caps">RSS</span></a> กระนั้นก็อ่านไม่่ง่ายนัก แต่แล้วท่องเน็ทไปเรื่อย ก็พบว่า  <a href="http://www.google.com/help/reader/tour.html">Google Reader Tour</a> อธิบายได้เรียบง่ายดี</p>
<p>โดยปกติ ในยุคเว็บ 1.0 เว็บนั้นเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ เราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ไปเปิดหนังสือหรือเว็บแต่ละเว็บเอา</p>
<p>แต่เนื่องจากเว็บมีการเพิ่มเติมข้อมูลตลอดเวลา เหมือนกับนิตยสารที่ออกใหม่ได้ทุกวินาที การที่เราจะเข้าไปที่เว็บแต่ละเว็บแล้วไล่อ่านที่อัพเดท อาจจะไม่เหมาะนัก โดยเฉพาะถ้าเรามีเว็บที่ติดตามอ่านอยู่ซัก 100 เว็บ 1,000 เว็บ</p>
<p>ในยุคเว็บ 2.0 จึงได้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า <span class="caps">RSS</span> Feed (Really Simple Syndication) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บแต่ละเว็บ (เว็บส่วนมากในปัจจุบันมักจะมี) ซึ่งระบบนี้จะคอยส่งข้อมูลเฉพาะที่อัพเดทมาให้คนที่สมัคร ทีมของกูเกิลได้เปรียบเทียบว่า เหมือนกับเป็นระบบอีเมล์ที่เว็บทุกเว็บจะส่งเมล์อัพเดทมาให้เรา สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เข้าไปที่โปรแกรมอ่าน Feed อย่าง <a href="http://www.google.com/reader">Google Reader</a> หรือ <a href="http://www.bloglines.com">Bloglines</a> หรือโปรแกรมบนเครื่อง อย่าง <a href="http://www.firefoxthai.com/">Firefox</a> ฯลฯ แล้วใส่ชื่อเว็บที่เราต้องการทราบความเคลื่อนไหวเข้าไป (เรียกว่า Add feed หรือ subscribe) คราวต่อไปเวลาเว็บอัพเดท เราก็ไม่ต้องเข้าไปเช็คทีละเว็บ แต่เข้าไปที่โปรแกรมอ่าน Feed ที่เดียว มันจะบอกหมดว่า เว็บไหน อัพเดทกี่บทความ ซึ่งเมื่อเราอ่าน มันก็จะติ๊กออกให้โดยอัตโนมัติ เหมือนกับการอ่านอีเมล์</p>
<p><strong>เพิ่มเติม:</strong> ลืมไปเลยว่าเคยอ่าน <span class="caps">RSS</span> in plain English ตอนนี้มี Subtitle เป็นภาษาไทยแล้ว ขอบคุณความเอื้อเฟื้อของโลก <a href="http://creativecommons.org">Creative Commonds</a> จริงๆ, เชิญที่ <a href="http://www.tigeridea.com/blog/55/rss-in-plain-english-sub-thai">Blog ของ TiGER iDEA</a></p></blockquote>
<p>อย่างไรก็ตาม การไล่ตามสิ่งที่สร้างสรรค์ ก็จะบ่มเพาะความสร้างสรรค์, การเฝ้าดูและเสพย์ติดความไร้แก่นสาร เรื่องน้ำเน่า ความเศร้า ความหดหู่ ชีวิตก็อาจจะคล้อยตามไปกับสิ่งเหล่านั้นด้วย</p>
<p>มี content ดีๆ ปนอยู่กับ content แย่ๆอยู่มากมายในโลกนี้ ก็นับว่าน่ากลัวเหมือนกัน สำหรับการมีชีวิตในยุคต่อไป เพราะการติดตามอ่านข่าวสารจำนวนมาก อาจทำให้ผู้คนลืมอ่านความคิดตนเอง ว่าเป็นอย่างไร หรือกลายเป็นอะไรไปแล้ว</p>
<p>บันทึกถ้อยคำอันงดงามจากหนังสือที่ท่าน ติช นัท ฮันห์ เขียนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน “ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” (แปลโดย พระประชา ปสันนธัมโม) กล่าวว่า</p>
<blockquote><p>คริสเต็นเคยอ่านพบว่า ที่แคนาดามีคนลองเล่นเพลงของโมสาร์ทให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ฟังในตอนกลางคืน ปรากฏว่า ต้นไม้เหล่านั้นโดเร็วกว่าธรรมดา และดอกของมันจะหันเอนมาตามทิศทางของต้นเสียง ในอีกแห่งหนึ่ง มีการทดลองเล่นเพลงของโมสาร์ททุกวัน ในนาข้าวสาลีและข้าวฟ่าง ปรากฏว่าข้าวสาลีและข้าวฟ่างในนาเหล่านี้โตเร็วกว่าในไร่อื่น</p>
<p>คำพูดของคริสเต็นทำให้ครูนึกถึงว่า หากมีใครเอาต้นไม้หรือดอกไม้ปลูกไว้ในห้องประชุม ซึ่งมีการถกเถียงเกรี้ยวกราดกันด้วยคำพูดที่แสดงความไม่พอใจอยู่เสมอ ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะหยุดเจริญเติบโตได้ หากมีการประชุมในห้องนั้นทุกๆวัน</p>
<p>ครูนึกถึงสวนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการดูแลจากพระซึ่งดำรงสติมั่นอยู่ตลอดเวลา ปรากฏว่าต้นไม้ดอกไม้ในสวนของท่านเขียวขจีสดชื่น เพราะได้รับการทำนุบำรุงจากความสงบและความสุขสดชื่นที่แผ่ออกไปจากสติสัมปชัญญะของท่านนั่นเอง คนโบราณกล่าวไว้ว่า <strong>“เมื่อมีมหาบุรุษถือกำเนิดขึ้นในโลก น้ำในแม่น้ำลำคลองจะใสสะอาดขึ้น และต้นไม้ใบหญ้าจะเขียวสดขึ้น”</strong> ครูคิดว่าเราควรจะมีการฟังเพลงหรือนั่งสงบตามลมหายใจสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มปรึกษาหารือเรื่องงานการ เธอเห็นด้วยไหม?</p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/" title="เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี">เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2001/11/the-alchemist/" title="หนังสือ : ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน">หนังสือ : ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเพลงแห่งความฝันวัยหนุ่มสาว &#8211; หัวใจธนู</title>
		<link>http://www.imenn.com/2007/02/tawan-sagittarius/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2007/02/tawan-sagittarius/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2007 18:45:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงของคนอื่น]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2007/02/tawan-sagittarius/</guid>
		<description><![CDATA[<p>บทเพลงของวงตาวันเมื่อสิบกว่าปีก่อน อยู่ในอัลบัมที่กล่าวถึงราศีทั้ง 12 และเพลงนี้คือตัวแทนของคนในช่วงเดือนธันวา &#8211; ราศีธนู</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เพลง</strong> : หัวใจธนู<br />
<strong>คำร้อง</strong> : มรุธา รัตนสัมพันธ์<br />
<strong>ทำนอง</strong> : พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา<br />
<strong>อัลบัม</strong> : 12 ราศี<br />
<strong>ศิลปิน</strong> : วงตาวัน</p>
<p>ตรวจใจตัวเอง ว่ายังมีเธอ ฝากเธอเอาไว้ในจิตใจ <br />
เก็บวันเวลา ด้วยรักเราเยาว์วัย เพาะเลี้ยงทิ้งไว้ไม่ต้องห่วง <br />
จับมือกัน จะเดินทางไป บุกเบิกทางฝันอันห่างไกล <br />
ที่รอเวลา หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ปันแรงกายใจให้คนอื่น </p>
<p>หากความคิดฝันคงอยู่ ต้องลองให้รู้ว่าดีหรือร้าย<br />
จิตใจรบเร้าก้าวไป พุ่งสู้จุดหมาย ดีเลวยังไง ไม่ต้องกลัว</p>
<p>จะโบยบินไป หมื่นไมล์พันไมล์ จะไปให้ถึงมวลหมู่ดาว<br />
ดุจดังธนูแหวกสายลมดังราว (กับ) กำลังใจเราที่มั่นคง<br />
อาจมีรางวัลอยู่ตรงปลายทาง อาจมีเพียงสายลมปลอบใจ<br />
เกิดมาเป็นคน ถ้าผลงานยิ่งใหญ่ คือความภูมิใจอันบรรเจิด</p>
<p><script language="JavaScript" src="http://www.imenn.com/song/audio-player.js"></script><br />
<object type="application/x-shockwave-flash" data="http://www.imenn.com/song/player.swf" id="audioplayer1" height="24" width="290"><param name="movie" value="http://www.imenn.com/song/player.swf"></param><param name="FlashVars" value="playerID=1&amp;soundFile=http://www.imenn.com/song/tawan-sagittarius.mp3"></param><param name="quality" value="high"></param><param name="menu" value="false"></param><param name="wmode" value="transparent"></param></object></p>
<p><a href="http://www.imenn.com/song/tawan-sagittarius.mp3">Download Tawan-Sagittarius 4.13Mb.</a></p>
<blockquote><p>บทเพลงของวงตาวันเมื่อสิบกว่าปีก่อน อยู่ในอัลบัมที่กล่าวถึงราศีทั้ง 12 และเพลงนี้คือตัวแทนของคนในช่วงเดือนธันวา &#8211; ราศีธนู </p>
<p> กล่าวถึงความฝันแห่งวัยหนุ่มสาว ผู้พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีรางวัลอยู่ที่ปลายทาง หรือมีเพียงสายลมปลอบใจ ฟังแล้วก็ฮึกเหิมนัก</p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/khon-thai-rak-kan/" title="คนไทยรักกัน">คนไทยรักกัน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2007/02/tawan-sagittarius/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.imenn.com/song/tawan-sagittarius.mp3" length="4329789" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>
