<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iMenn (เม่น) &#187; ธรรม</title>
	<atom:link href="http://www.imenn.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.imenn.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางของชีวิตไอ้เม่น: ชายหนุ่มร่างท้วม ผู้สุรุ่ยสุร่ายในความฝันและอิสรภาพ ปัจจุบันทำงานเว็บ อยู่ที่ปาย แม่ฮ่องสอน</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Aug 2010 13:14:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 15:55:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์ดเพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=463</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ - แล้วมีความสุข]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง คือย่ิงค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร ควรทำอะไร และวางแผนร้อยแปดให้ได้ดั่งใจ &#8211; แล้วมีความสุข</p>
<p>ในช่วงหลายปีมานี้ จึงได้บันทึกเกี่ยวกับการเติบโตของชีวิตอยู่บ่อยครั้ง (ป้ายคำ: <a href="http://www.imenn.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87/">วิเคราะห์ตนเอง</a>) พบว่า การวางแผนและเลือกวิถีอาชีพ+วิถีชีวิต ที่คนทัวไปน่าจะทำได้ตั้งแต่สมัยเรียน ผมเองเพิ่งมาชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีนี้เอง</p>
<h3>ขอตั้งชื่อวิถีชีวิตนี้ว่า วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<p>แม้ไม่ลุ่มลึก และซ้าย อย่าง <a href="http://www.jongblog.com/">ท่านจ๋ง</a> , ไม่ตระหนักในทุน และการขาย อย่าง <a href="http://www.ipattt.com/">ท่านพัช</a> , ผมเองก็ไม่อาจปฏิเสธว่า วิถีชีวิตที่ผมเลือกนี้ เอียงซ้ายนิดๆ และต้องหาเงินหน่อยๆ ผมเลือกที่จะมีชีวิตแบบศิลปินตามใจฉัน กับมีวินัยและบ้างาน (อย่างที่เคยบันทึกว่า <a href="http://www.imenn.com/2006/02/work-work-work/">ผมเป็นพวกทำงานตลอดเวลา พักผ่อนตลอดเวลา</a>) มีอุดมคติสวยหรู (เช่น ไม่ยุ่งกับการทุจริต) แต่ก็ยังรับใช้อำนาจทั้งหลาย (เงินของการคอรัปชั่นต้องมาถึงผมซักทางหนึ่ง &#8211; อาจจะอยู่ในรถไฟฟ้า บันไดเลื่อน ถนน ฯลฯ ที่ผมใช้อยู่ หรือผมเองก็ได้เงินเดือน จากการทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนที่ไม่โปร่งใสอยู่บ้าง)</p>
<h3>ทรรศนะต่างๆ ของผม ก่อนที่จะออกแบบวิถีชีวิต</h3>
<h3>1. องค์กรควรมีขนาดเล็ก</h3>
<p>ผมคิดว่า องค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจนั้นมีข้อเสียหลายด้าน เชื่องช้า ไม่มีประสิทธิภาพ และรั่วไหล ผมจึงคิดว่า รัฐควรมีขนาดเล็ก บริษัทควรมีขนาดเล็ก และแม้แต่บุคคลเอง ก็ควรจะครอบครองสิ่งจำเป็นและสิ่งฟุ่มเฟือยไว้ไม่มากนัก</p>
<p>(หากชีวิตไม่ต้องการสิ่งฟุ่มเฟือย ผมว่าพระพุทธเจ้าออกแบบ &#8220;อัฐบริขาร&#8221; มาชัดเจนแล้ว นั่นคือ วัตถุที่จำเป็นของชีวิต มีแค่ 8 อย่างเท่านั้นเอง &#8211; ผมยังรักในกิเลสและชีวิตฆราวาสอยู่ ผมเลยบอกว่า ผมยังต้องมีสิ่งฟุ่มเฟือย จะเห็นว่า ผมไม่ใช้คำว่า พอเพียง เพราะคำว่าพอเพียงนั้นถูกคนไทยทำให้ไม่มีนิยาม ผมขอเรียกสิ่งที่เกินอัฐบริขารว่าฟุ่มเฟือยเลยดีกว่า)</p>
<p>ผมเห็นว่า องค์กรขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจำนวนมากจะไปที่ &#8220;การจัดการ/บริหาร/บัญชี&#8221; มากกว่า &#8220;การสร้างสรรค์&#8221; และการบริหารบริษัทใหญ่นั้นเลี่ยงการไร้น้ำใจได้ยาก ต่อให้ผมเป็นผู้บริหาร/เจ้าของบิ๊กซี ผมก็ต้องซื้อของจากบริษัทที่ราคาถูก ที่กดขี่แรงงาน สร้างมลภาวะ ฯลฯ เพราะตัวเลขชี้วัดในระบบทุนนั้นมีจำกัด</p>
<p>หรือแม้แต่รัฐ กองทัพ มวลชน สถาบัน ฯลฯ ผมเห็นว่าความใหญ่โตนั้นสร้างผลเสียได้มาก และการจะรักษาความใหญ่โตนั้น จะเหลือแค่เรื่องตื้นเขินร่วมกันไม่กี่ข้อ ผสมกับการโฆษณาชวนเชื่อ และสร้างภาพเพ้อเจ้อของฝ่ายตรงข้าม/คู่แข่ง</p>
<p>ทรรศนะรังเกียจ &#8220;การจัดการ/การโฆษณาชวนเชื่อ/บัญชี&#8221; ชื่นชม &#8220;การสร้างสรรค์/ประสิทธิภาพ/อิสรชน&#8221; นั้น ผมวิเคราะห์ว่า สงสัยเป็นเพราะผมเรียนวิศวะ (ซึ่งเรียนไปโดดไป) และสอบ MBA ไม่ติดนั่นเอง <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h3>2. เงิน, งาน, ความสุข เมื่อแลกเปลี่ยนกันจะสูญเสียบางส่วน</h3>
<p>หากเราทำงานได้เงิน นำเงินไปซื้อความสุข เราจะเสีย &#8220;ค่าธรรมเนียม&#8221; บางอย่าง เช่น ภาษี, ความรอบคอบในการตัดสินใจซื้อความสุข (&#8230;ซื้อหน่อยน่า ทำงานหนักมาทั้งเดือนนะ!&#8230;) ฯลฯ ผมจึงพยายามออกแบบชีวิตด้วยเงื่อนไขแรกว่า ต้องได้ทำงานแล้วมีความสุขก่อน</p>
<p>และการใช้เงินเป็นศูนย์กลางระหว่างงานและความสุข จะทำให้เราต้องเสียภาษี ซึ่งผมคิดว่า การเสียภาษีมาก เป็นการบ่อนทำลายสังคมอย่างหนึ่ง (เพราะทำให้รัฐมีขนาดใหญ่  สร้้างแรงจูงใจให้คอรัปชั่นสูง) ดังนั้น ผมจึงพยายามออกแบบวิถึชีวิตด้วยเงื่อนไขอีกข้อว่า เรามีทางไหนมั้ย ที่จะทำงาน มีความสุข ได้เงินไม่มากนัก แต่ได้ผลตอบแทน (หรือความสุข) ด้านอื่นมากกว่า นั่นคือ ได้ตัวเงินน้อย แต่ได้ปัจจัยพื้นฐานครบถ้วน และได้ความฟุ่มเฟือยแถม</p>
<p>นอกจากนั้น ความสุขที่เหนือระดับการปรนเปรอตนเอง คือการได้ทำเพื่อสังคม, ได้รับการยอมรับ และภาคภูมิใจในตนเอง (อย่างที่ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow%27s_hierarchy_of_needs">ท่านมาสโลว์กล่าวไว้</a> ) ซึ่งหากเราต้องใช้เงินซื้อ มันจะมีราคาแพงมาก ถ้าไป &#8220;ทำงานแลก&#8221; จะมีราคาคุ้มค่ากว่า</p>
<p>และความสุขในระดับที่เหนือกว่าที่มาสโลว์กล่าวไว้ คือ<a href="http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part9.2.html">ความสุข 10 ระดับของพระพุทธเจ้า</a> &#8211; ย่ิงไม่อาจใช้เงินซื้อมาได้เลย</p>
<p>นั่นเลยกลายเป็นว่า เงิน จำเป็นสำหรับปัจจัยพื้นฐาน กับของฟุ่มเฟือยบางอย่าง นอกนั้นไม่ควรใช้เงินซื้อ</p>
<h3>3. โลกของ Opensource มีตัวอย่างองค์กรในอุดมคติจำนวนมาก</h3>
<p>ผมขอยกตัวอย่างท่านศาสดา <a href="http://ma.tt/">Matt</a> องค์กร <a href="http://automattic.com/">Automattic</a> และ <a href="http://www.wordpress.org">WordPress</a></p>
<p>น้อง Matt เพิ่งจะเบญจเพสเมื่อต้นปี แต่ได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากคือ WordPress ซึ่งเป็นระบบทำเว็บแบบง่ายโคตร โดยทำให้ WordPress เป็น Opensource ที่ใครจะเอาไปใช้ ไปพัฒนาต่อ อย่างไรก็ได้ และสร้างบริษัท Automattic ที่รับให้คำปรึกษาและทำเว็บด้วย WordPress  อีกที</p>
<p>ข้อเจ๋งก็คือ บริษัทของเค้าประกอบด้วยทีมงานจากทุกมุมโลก ซึ่งหลักๆ ก็คือ คนที่สนใจในโครงการของเค้า และมาเข้าร่วมสม่ำเสมอ จนเค้าดึงตัวมาเป็นพนักงาน นั่นหมายความว่า บริษัทของเค้าไม่ต้องมี HR หรือกระบวนการหาพนักงาน</p>
<p>พนักงานทุกคน ได้ดูแลโปรเจ็คของตนเองเต็มๆ บางอันผมดูแล้วก็ธรรมดา แต่พอเป็น &#8220;เครือข่ายของทีมงาน WordPress&#8221; ก็ทำให้มีอาสาสมัครเข้าร่วมมาก และพัฒนาจนดีได้ในที่สุด ซึ่งแปลว่า สิ่งสำคัญที่บริษัทของ Matt ให้นั้นไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่เป็นเครดิต ซึ่งนำมาทั้ง Resource และ แรงบันดาลใจ (ผมเคยบันทึกเรื่องนี้ว่า <a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/">แรงบันดาลใจนั้น สำคัญกว่าจินตนาการและความรู้</a>) และความรู้หลายเรื่องนั้นอยู่ใน Internet และสังคม Opensource อยู่แล้ว นั่นคือ บริษัทของเค้าจึงไม่ต้องมีการ Training ที่เป็นค่าใช้จ่ายแบบบริษัททั่วไป แต่มีการสร้างทีมที่แทบไม่มีค่าใช้จ่าย ลองดูสไลด์ <a href="http://wordpress.tv/2009/01/22/wordcamp-tel-aviv-2008-raanan-bar-cohen-seven-tips-for-virtual-collaboration-slides/">Virtual Collaboration</a> จะพบว่า เป็นทีมที่สุดยอดมาก</p>
<p>นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า WordPress ยังออกแบบส่วนกลาง และให้คู่มือมาดีมาก ทำให้มีคนทำส่วนต่อเพิ่มอย่างละนิดละหน่อยให้เต็มไปหมด และเมื่อทุกคนทำ ทุกคนก็เอาไปใช้ได้หมด แปลว่า บริษัทของเค้า ไม่ต้องมีแผนก R&amp;D</p>
<p>และ Concept ของเค้าที่ว่า จะไม่เอาเงินไปทำประชาสัมพันธ์ แต่จะเอาไปทำให้ผลิตภัณฑ์ดีที่สุดในโลก ทำให้บริษัทไม่ต้องมีแผนก PR และ Marketing อาศัยว่า Product ดี และบอกต่อกันอย่างเดียวเลย</p>
<p>และเมื่อเป็นองค์กรที่เล็กกระจ๋ิว และอยู่ข้ามโลกแบบนี้ ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องมีแผนกจัดซื้อ, สต็อก, จัดส่ง, ไอที, เอกสาร, ต้อนรับ, ตรวจประเมินภายใน ฯลฯ &#8211; โคตร lean เลย</p>
<p>ผมคิดว่า Matt คงไม่รวยนัก ยิ่งถ้านับจำนวนเงินจริงๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าติดตามบล็อกของเค้า จะพบว่า เค้าได้บินไปสังสรรค์ ปาตี้ พบปะและพัฒนาตนเอง ในแต่ละประเทศทั่วโลกเต็มไปหมด มีผู้คนที่ชื่นชม และอำนวยความสะดวกให้จำนวนมากเวลาที่เค้าไปในแต่ละประเทศ ซึ่งผมเห็นว่า มากกว่าที่เศรษฐีระดับโลกซักคนจะสามารถทำได้เสียอีก</p>
<p>นั่นคือ มันมีโมเดลที่สามารถสร้างบริษัทที่เล็ก แต่ประสิทธิภาพสูง, สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ และมีประโยชน์ต่อโลก โดยที่ทุกคนในบริษัท ต่างแค่เพียง &#8220;ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด&#8221; เท่านั้นเอง</p>
<hr />ผมเลยพยายามคิดว่า แล้วมันมีอยู่ในอดีตหรือเปล่าหว่า? ไอ้โมเดลแบบนี้ จนกระทั่งพบว่า มันก็คล้ายๆ กับเจ้าสำนัก นั่นเอง</p>
<h3>วิถีแห่งเจ้าสำนัก</h3>
<ol>
<li>เร่ิมจากสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่สุดยอด ไม่ว่าจะเป็นยอดวิชา, ความรู้, คำปรึกษา</li>
<li>รักษาองค์กรให้เล็ก ใช้การบริหารจัดการน้อย ซึ่งหากเริ่มด้วย &#8220;ความชอบ&#8221; หรือ &#8220;ศรัทธา&#8221; แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น แต่ในอดีตก็คงเห็นข้อเสียที่ว่า การสืบทอดมักจะมีปัญหา กรณีนี้องค์กร Opensource ออกแบบมาดีมาก คือ มีปัญหาก็แยกไปทำต่อได้เลย (เหมือนดาวน์โหลดวิทยายุทธท่านเจ้าสำนัก แล้วไปสร้างสำนักใหม่ได้ทันที) ส่วนพระพุทธเจ้าใช้วิธี &#8220;มีปัญหาก็ยึดพระธรรม ไม่ให้ยึดบุคคล&#8221; ซึ่งทำให้ผมคิดว่า หากไม่สามารถกลั่นกรองทุกอย่างเป็นคัมภีร์ระดับนั้นได้ บริษัทก็ควรเกิดและดับไปตามเวลาต่างหาก จะสร้างองค์กรอมตะไปทำไม?</li>
<li>ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจให้น้อย ไม่รับใช้รัฐมากนัก ไม่แสวงหาลาภยศมากนัก เพราะ &#8220;คนรวยก็มีปัญหาของคนรวย&#8221;, &#8220;ข้าราชการก็มีปัญหากับโครงสร้างเสมอ&#8221; ฯลฯ เมื่อไม่ต้องรับ input แย่ๆ จากหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีปัญหา ก็สามารถทำให้เจ้าสำนักสามารถทุ่มเทให้กับยอดวิชาของตนเองได้เต็มที่</li>
<li>ผลตอบแทนที่เจ้าสำนักได้ อาจเป็นตัวเงินไม่มากนัก แต่ปัจจัยพื้นฐาน และความฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ก็หามาได้ตามความสามารถ</li>
<li>ทำให้เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะโดยตรงกับผู้คนโดยรอบ หรือสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนกระทั่งมีคนบอกต่อ และมาเชื้อเชิญร่วมสังสรรค์กันเป็นครั้งคราเพราะแม้เจ้าสำนัก ไม่ควรจะแสวงหาลาภยศ มากนัก แต่ผมว่าโดยจริต ก็ยังต้องแสวงหา สรรเสริญและสุข อยู่ดี</li>
</ol>
<hr />ปัจจุบันวิถีแห่งเจ้าสำนัก ผมเห็นว่าต้องเป็นบริษัทเอกชนขนาดเล็ก เพราะอิสระสูงกว่าองค์กรอื่นๆ แม้จะมีปัญหากับระบบแย่ๆ อย่างสรรพากรกับประกันสังคมบ้าง แต่ก็ยังมีพลังที่จะทำอะไรต่อ</p>
<p>มิอะไรมิเช่นนั้นก็ต้องนอกระบบไปเลย แล้วให้ในระบบคงความเป็นที่ปรึกษาไว้ แต่เงินที่ใช้ผลักดันทั้งหมดอยู่นอกระบบฯลฯ</p>
<p>เทียบแล้วเหมือนชีวิตแห่งเจ้าสำนักของกระผมก็เหมือนเพิ่งเริ่มต้น ตอนนี้ได้แต่ฝึกวิทยายุทธอยู่ในป่า ได้รับคำเชิญมาไถนาในเมืองบ้างเป็นครั้งคราว ยังต้องเดินทางอีกไกลนัก</p>
<p>เหมือนที่บอกน้องๆ เด็กแม่ฮ่องสอนในค่ายไอทีวัลเลย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า</p>
<p><strong>&#8220;จงเลือกวิถีชีวิตที่ยากลำบาก และจงทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221;</strong></p>
<p>ขอคารวะ 1 จอก!!<br />
 <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เพิ่มเติม 24 มิ.ย. 2552: &#8220;ทุ่มเทสายเลือดทั้งสิ้นลงในผลงาน&#8221; นำมาจากบันทึก <a href="http://buagern.buataitom.com/node/118-%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html">เงื่อนไขลูกผู้ชาย</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/05/changkhui-web-design/" title="ออกรายการช่างคุย เรื่อง Web Design">ออกรายการช่างคุย เรื่อง Web Design</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/my-web-design-wordpress-courses/" title="เปิดสอนเวิร์ดเพรสเบื้องต้น, ออกแบบเว็บ, CSS+XHTML และสร้างธีม">เปิดสอนเวิร์ดเพรสเบื้องต้น, ออกแบบเว็บ, CSS+XHTML และสร้างธีม</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/freelance-job-and-rate-card/" title="ผันตัวเองมาเป็นไพร่ขายแรงงาน">ผันตัวเองมาเป็นไพร่ขายแรงงาน</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 03:25:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมลิขิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[คุณ mk ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อคุณ mk และทีม SIU มาเยี่ยม iSchool ออฟฟิศกระผม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ mk <a href="http://isriya.com/node/2301/karma-cartoon" target="_blank">ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึก</a>ไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อ<a href="http://isriya.com/" target="_blank">คุณ mk</a> และทีม <a href="http://www.siamintelligence.com/" target="_blank">SIU</a> มาเยี่ยม <a href="http://www.ischool.in.th/" target="_blank">iSchool</a> ออฟฟิศกระผม</p>
<p>เรื่องที่ผมกล่าวว่า </p>
<blockquote><p>พรหมลิขิตเป็น integration ของกรรม</p></blockquote>
<p>และ</p>
<blockquote><p>กรรมมันอินทิเกรตโว้ย <br />
(นั่นคือ ไม่ใช่ทำชาตินี้ ไปเกิดผลชาติหน้า แต่มันอินทิเกรตตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา)</p></blockquote>
<p>ผมเคยบันทึกและพิสูจน์ไว้หยาบๆ หลายปีก่อนที่ <a href="http://www.imenn.com/2002/01/kama/">ทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a> ว่า หากเชื่อในเรื่องกรรม (action = reaction) และเชื่อในเรื่องภพชาติ ผลสุดท้ายเราจะเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต</p>
<p>และหากใช้ภาษาร่วมสมัย นั่นก็ย่อมเป็นเรื่องเดียวกับ &#8220;กฎของแรงดึงดูด&#8221; หรือ &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Law_of_Attraction" target="_blank">Law of attraction</a>&#8221;</p>
<p>ซึ่งเมื่อลองใคร่ครวญมากขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า เออเหนอ สิ่งที่เราเจอทั้งหลาย เราเป็นคนดึงดูดมันมาทั้งนั้นนี่นา ในอดีตจนปัจจุบัน เราชอบ เราคิด พูด ทำ (action หรือ กรรม) ในเรื่องแบบไหน เราก็ดึงดูดสิ่งเหล่านั้น สะสมข้ามภพชาติมาเรื่อยๆ ในสมัยหนึ่งเราอาจจะเลือกที่จะลองเล่นดนตรี แล้วเราก็พบว่าเราใส่ใจกับมัน เราพยายามกับมัน เราก็เลยดึงดูดมัน ข้ามเวลาแสนนานต่อมา เราก็เลยมีแนวโน้มจะได้รู้จักกับดนตรีมากกว่าคนปกติ (ค่าเฉลี่ย) และไม่แน่หากเราทุ่มเทและอุทิศเพื่อดนตรีมากขึ้น  ในอนาคตกันไกลโพ้น เราอาจจะเกิดมาแล้วเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ</p>
<p>ซึ่งทำให้ผมคิดว่า</p>
<blockquote><p>แรงดึงดูด ก่อให้เกิดการอุบัติซ้ำ และกรรม ก่อให้เกิดพรหมลิขิต</p></blockquote>
<p>การมีตัวแปร &#8220;ภพชาติ&#8221; เข้ามาเกี่ยว ทำให้เราตอบคำถามของไอสไตน์ได้ง่ายขึ้น ที่ว่า &#8220;พระเจ้าคงไม่ทอดลูกเต๋าหรอกเฟร้ย&#8221; (สิ่งที่เราพบนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้ว?) ว่า จะเรียกว่าทอดลูกเต๋าก็ได้ ไม่ทอดก็ได้ ลองนึกว่า พระเจ้าทอดลูกเต๋าเป็นล้านๆ ครั้ง (ล้าน=10^6), เป็น Googol ครั้ง (googol=10^100), เป็นอสงไขยครั้ง (อสงไขย=10^140) &#8230; ก็ย่อมพบว่า การที่มันจะได้ผลลัพธ์เป็น 1 หรือ 2 หรือ 6 นั้นไม่สำคัญเลย เพราะเดี๋ยวมันก็เป็นอย่างอื่นอีก และเดี๋ยวมันก็อุบัติซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน (วัฏสงสาร)</p>
<p>นั่นคือถ้าเราประพฤติตัวปกติมาหลายๆ ชาติ เราอาจจะได้พบกับดนตรีก็ได้ ไม่พบกับดนตรีก็ได้ เกลี่ยไปเกลี่ยมา แต่ถ้าเราเริ่ม &#8220;จริงจัง&#8221; กับดนตรี ก็เหมือนกับลูกเต๋าที่เริ่มบิ่น และเริ่ม &#8220;ออกซ้ำ&#8221; ซึ่งมันก็จะดึงดูดให้เราได้พบเจอกับดนตรีอีกมากว่าปกติ คราวนี้ ทอดลูกเต๋าเป็นล้านครั้ง กลับออกเลข 3 มากกว่าชาวบ้านเสียแล้ว และภพชาติต่างๆ กลับปรากฏ &#8220;ดนตรี&#8221; ในชีวิตเรา มากกว่าคนทั่วไปเสียแล้ว</p>
<p>ซึ่งเมื่อเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจต่อว่า &#8220;สิ่งทั้งหลายในชีวิตที่เกิดขึ้น เราเป็นคนตัดสินใจ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) ให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น&#8221; หากเราไม่ชอบดนตรี ไม่ฟังดนตรี ชีวิตในอนาคตก็มีแนวโน้มจะไม่ข้องเกี่ยวกับดนตรี และไม่ได้เกิดมาในประเทศที่คนเล่นดนตรี</p>
<p>ถ้าตรรกะนี้เข้าใจได้ง่าย เราก็ย่อมเข้าใจได้ว่า</p>
<h3>1. ผมมาเกิดในประเทศที่ผู้คนดัดจริต เพราะผมเป็นคนดัดจริต (บ้างว่า &#8220;สฎษดก&#8221;)</h3>
<p>ผมอยากให้คนอื่นทำดี ทำถูก แต่ผมไม่สนใจจะพัฒนาตนเอง ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ผู้คนมัวแต่สาดโคลนใส่กัน ผมใช้ซอฟแวร์ผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎจราจร ติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ลอกข้อสอบ กินแรงเพื่อนร่วมงาน ไม่ใส่ใจงานที่ได้รับมอบหมาย โกงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อแสดงความมีอำนาจของตำแหน่ง ฯลฯ ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ข้าราชการคอรัปชั่น ผู้คนขโมยผลงานกัน อวดเอาหน้า โฆษณาล้างสมอง อิจฉาริษยาคนทำดีแต่เด่น นักการเมืองเลว ตำรวจบ้าอำนาจ ฯลฯ</p>
<p>ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ให้สิ่งต่างๆ เกิดมาทั้งนั้น หรืออย่างน้อย ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง</p>
<p>คนที่พูดประเด็น &#8220;สฤษฎก&#8221; ได้ยอดเยี่ยมและคมคายคือคุณ mk ขอเชิญอ่าน <a href="http://www.isriya.com/node/2143/the-main-problem-of-thailand" target="_blank">The Main Problem of Thailand</a> , <a href="http://www.isriya.com/node/2172/คนชั้นกลาง-part-iv" target="_blank">คนชั้นกลาง</a> และอื่นๆ ในบล็อกอัน aggressive นั้นแหละ ;P</p>
<h3>2. ผมมาเกิดในประเทศศักดินา เพราะผมชอบทาสรับใช้</h3>
<p>คนจบนอกหลายคน เมื่อต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงเลือกกลับเมืองไทย มักจะมีวาระแอบแฝงจากคำพูด &#8220;ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนเมืองไทย&#8221; ว่า &#8220;เมืองไทยมีชนชั้น มีคนใช้ มีเด็กเสิร์ฟ โว้ย&#8221; ซึ่งหมายความว่า ลึกๆ เราก็ชอบให้คนขับรถ/คนใช้/เด็กเสิร์ฟ มาหมอบกราบเรา มากกว่าที่จะเป็นแบบเด็กเสิร์ฟเมืองนอกที่ &#8220;กูเสิร์ฟมึง มึงก็ทิปกู มึงกูเท่ากันเว้ยยย&#8221;</p>
<p>เราดึงดูดการแบ่งแยกชนชั้น รุ่นพี่รุ่นน้อง เราเลยมาเกิดรวมกันที่เมืองไทย ที่ที่เราซื้อเบ๊นซ์เพราะมันแสดงถึง &#8220;อำนาจ&#8221; ซื้อไอโฟนเพราะมัน &#8220;สูงส่งกว่า&#8221; ผมสบายใจที่ขึ้นแทกซี่แล้วเค้านอบน้อมด้วย ไปร้านอาหารต่างจังหวัดแล้วผู้คนกุลีกุจอต้อนรับ ผมก็ย่อมมาเกิดร่วมกับ ดร. หยิ่งยะโส, พณฯ ท่านที่ชอบปิดถนนเล่น, ลูกหลานคนรวยที่มีสิทธิมากกว่า ยิงคนตายไม่ผิด ขับรถชนคนเล่นได้ ขับเครื่องบินหลวงเล่นได้ หรือใครต่อใครที่โกงชาติบ้านเมืองแล้วผู้คนยกย่องคารวะ ฯลฯ เพราะว่าเราก็รู้ว่า เราอยู่เหนือใครบางคนเสมอ และนั่นก็คือความยุติธรรมแห่งประเทศสยามของเรา</p>
<h3>3. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมหลงใหลในภาษาไทย</h3>
<p>เหมือนจะเขียนแต่ข้อเสีย เดี๋ยวท่านทั้งหลายจะกล่าว &#8220;ไม่พอใจ ก็อย่ามาอยู่เมืองไทยสิโว้ย&#8221; อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย กระผมเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ และเข้าใจวาสนาตนเองที่เลือกมาอยู่ที่นี่</p>
<p>เมื่อวิเคราะห์ตนเองไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า ผมเองชื่นชอบในบทกวีไม่น้อย และคิดต่อว่า หากใครซักคนจะชื่นชอบบทกวีอย่างสุดจิตสุดใจ เค้าควรจะต้องมาเกิดเป็นคนไทย เพราะภาษาไทยนั้นรุ่มรวยถ้อยคำอย่างยิ่ง คำด่าของเรามีมากมายนัก (ภาษาที่ด่าได้แค่คำว่า &#8220;ฟัก&#8221; นั้นชิดซ้าย) คำไวพจน์ (synonym) ของไทยนั้นมีมหาศาลจนใช้ไม่หมด เช่น คำที่แปลว่า &#8220;สวย&#8221;, &#8220;ดอกไม้&#8221;, &#8220;ผู้หญิง&#8221; ฯลฯ คำคล้องจองของเรา เพราะพริ้งยิ่งกว่าภาษาใด (ภาษาอื่นจะแต่งบทกวีอย่าง &#8220;นกน้อยนอนแนบน้ำ ในนา&#8221; อย่างท่านศรีปราชญ์ &#8211; เจ้าของถ้อยคำ <a href="http://www.google.com/search?q=อย่าว่าเราเจ้าข้า+อยู่พื้นเดียวกัน" target="_blank">อย่าว่าเราเจ้าข้า อยู่พื้นเดียวกัน</a> - ได้ละหรือ?) และจะมีภาษาใดกำกวมได้ยิ่งกว่าภาษาไทย? ซึ่งผู้คน จะเอาถ้อยคำมาตีประเด็นอย่างไรก็ได้ เหมาะกับการเขียนกวียิ่งนัก (การยกย่องในความกำกวมนี้ ทำให้ผมมีปัญหากับการสอบ Writing ของ TOEFL พอสมควร จนมารู้ภายหลังว่าภาษาอื่นเค้าไม่กำกวมโว้ย จึงพอจะเขียน Writing ได้บ้าง)</p>
<h3>4. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมชอบ &#8220;กลิ่นฝน&#8221; แต่ไม่ได้กลิ่น &#8220;หิมะ&#8221;</h3>
<p>ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด โตมากับบ้านที่มีตุ่มรองน้ำฝน ชอบกลิ่นฝน ที่มาพร้อมกับลมสดชื่นที่พัดผ่านยอดหญ้า สมัยที่อยู่อเมริกา ผมก็ชอบเล่นหิมะในระยะแรก แต่แล้วก็ไม่ได้พิศมัยนัก</p>
<h3>5. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมเป็นคนไม่มีระเบียนวินัย เป็นคนตามแห่ โหยหากลุ่ม และไม่มีสำนึกด้านการเมือง</h3>
<p>ผมย่อมไม่ควรเกิดในประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้คนมีวินัย, ไม่ควรเกิดในประเทศแถบตะวันตก ที่ผู้คนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีทรรศนะ &#8220;ปลอดภัยเมื่ออิงกลุ่ม&#8221; แบบคนไทย, ไม่ควรเกิดเป็นคนเยอรมัน ฐานรากของกฎหมายมหาชนของโลก, ไม่ควรเกิดเป็นคนฝรั่งเศสรสนิยมวิไล ที่เฝ้าครุ่นคิดและใช้ปัญญาวิพากษ์ปัญหาส่วนรวม และใส่หน้ากากผู้ดี ฯลฯ เรามีนิสัยแบบใด เราก็ควรเกิดในเมืองที่ผู้คนเค้าเป็นแบบนั้น และนั่นก็ทำให้ &#8220;การติดยึด&#8221; นั้นยิ่งเข้มขึ้น เพราะเมื่อเราเกิดและโตในเมืองแบบนั้น เราก็ย่อมมีนิสัยแบบคนในเมืองนั้น</p>
<p>ปัญหานี้ พอคิดแล้วสนุกดี เพราะจะพบถ้อยคำที่เรียกว่า &#8220;กงล้อประวัติศาสตร์&#8221; หรือมากกว่านั้นก็คือ &#8220;เวลาไม่ได้เดินไปเป็นเส้นตรง หากแต่เป็นวงกลม อดีตของเรา จะไปปรากฏเป็นอนาคตของเรา&#8221; (เปรียบเทียบกับการทอดลูกเต๋าก็คือ ลูกเต๋ามันก็วนออกมา 1-6 นั่นแหละ วนไปวนมา การได้ 1 ตอนเช้า ก็ตอนเย็น ไม่ได้ต่างอะไรกัน)</p>
<h3>6. ผมมาเกิดเมืองไทย ได้พบพระพุทธศาสนา เพราะผมนับถือพระพุทธศาสนา</h3>
<p>แล้วถ้อยคำก่นด่า ประชดประชันด้านบน ก็กลับกลายเป็นความวาบหวามโรแมนติคอย่างยิ่ง เมื่อจบท้ายด้วยการบอกว่า ผมรักพระพุทธศาสนา ซึ่งมีแต่การเกิดมาในสังคมไทยเท่านั้น ที่จะมีภูมิหลังมากพอที่จะเข้าถึงพุทธธรรมได้สะดวก และนั่นก็คุ้มค่ากับการเกิดมาเจอ &#8220;ด้านแย่ๆ ของความเป็นไทย&#8221; ทั้งหลาย หรือจะว่าไปแล้ว ต่อให้ชีวิตจะต้องเลวร้ายกว่านี้อีกกี่เท่า ต่อให้สังคมจะสาดโคลน สาดระเบิดใส่กันมากกว่านี้อีกสักเท่าไหร่ แค่ได้เกิดมาเจอพุทธศาสนา ก็คุ้มค่ากับความเลวร้ายทั้งปวงแล้ว</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">หลวงพ่อปราโมทย์</a> กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2551 ว่า</p>
<blockquote><p>คนไหนความจำดีๆ ระลึกชาติได้ จะรู้สึกเลยว่า ชาติไหนที่ไม่ได้เจอพระพุทธศาสนานั้น ชีวิตมันวังเวง</p>
<p>ก็ทำคุณงามความดีไปนั่นแหละ แต่ว่าไม่รู้เป้าหมายของชีวิต</p>
<p>พระพุทธเจ้ามาสอนเรานะ ให้เรารู้ว่า เป้าหมายของชีวิตเรา คืออะไร</p></blockquote>
<p>เขียนเรื่องแรงดึงดูดและกฎแห่งกรรมเพื่อรับใช้ &#8220;ความคิด&#8221;</p>
<p>เพื่อที่จะให้เกิดแรงส่งต่อ ให้ได้พบกับพุทธศาสนาอีกในอนาคต ย่อมต้องใช้ &#8220;การกระทำ&#8221;</p>
<p>ข้ามภพชาติมานานแสนนาน กว่าจะได้พบพระพุทธศาสนา กว่าจะได้พบกัน </p>
<p>หากท่านได้อ่านประโยคนี้ ย่อมแปลว่า เรามีวาสนาต่อกัน และท่านเองก็มีวาสนาต่อ พุทธธรรม</p>
<p>ลอง <a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">คลิกฟังธรรม</a> หน่อยดีมั้ย ขอให้ฟังซัก 1-2 คลิป หากไม่ถูกจริตก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>(นั่น ตอนจบดันฮาร์ดเซลซะงั้น <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) </p>
<p>สวัสดี</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">(คลิกจิ)</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</title>
		<link>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Sep 2007 08:28:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ขึ้นต้นบันทึก ด้วยคำสอนจากพระวัดป่าที่เคยบันทึกไว้หลายปีก่อน คงจะเป็นเพราะช่วงนี้อ่าน Feed เยอะมากไปหน่อย มีข่าวสารมากมายที่กำลังปรากฏขึ้นในโลก แล้วเราก็ดันมัวแต่วิ่งตามมัน</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นต้นบันทึก ด้วยคำสอนจากพระวัดป่าที่เคยบันทึกไว้หลายปีก่อน คงจะเป็นเพราะช่วงนี้อ่าน Feed เยอะมากไปหน่อย มีข่าวสารมากมายที่กำลังปรากฏขึ้นในโลก แล้วเราก็ดันมัวแต่วิ่งตามมัน</p>
<blockquote>
<h3><span class="caps">RSS</span> &amp; <span class="caps">ATOM</span> <span class="caps">FEED</span></h3>
<p><a href="http://www.fverything.com/">น้องเอฟ</a> ขอให้เขียนถึงเทคโนโลยีนี้หลายครั้ง เพราะขี้เกียจอธิบายเพื่อน (อ้าว .. ไอ้เอฟ งั้นเมิงน่าจะเขียนเองนะ) จริงอยู่ ที่สาระนุกรมเสรีก็มี <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/อาร์เอสเอส">บทความเรื่อง <span class="caps">RSS</span></a> กระนั้นก็อ่านไม่่ง่ายนัก แต่แล้วท่องเน็ทไปเรื่อย ก็พบว่า  <a href="http://www.google.com/help/reader/tour.html">Google Reader Tour</a> อธิบายได้เรียบง่ายดี</p>
<p>โดยปกติ ในยุคเว็บ 1.0 เว็บนั้นเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ เราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ไปเปิดหนังสือหรือเว็บแต่ละเว็บเอา</p>
<p>แต่เนื่องจากเว็บมีการเพิ่มเติมข้อมูลตลอดเวลา เหมือนกับนิตยสารที่ออกใหม่ได้ทุกวินาที การที่เราจะเข้าไปที่เว็บแต่ละเว็บแล้วไล่อ่านที่อัพเดท อาจจะไม่เหมาะนัก โดยเฉพาะถ้าเรามีเว็บที่ติดตามอ่านอยู่ซัก 100 เว็บ 1,000 เว็บ</p>
<p>ในยุคเว็บ 2.0 จึงได้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า <span class="caps">RSS</span> Feed (Really Simple Syndication) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บแต่ละเว็บ (เว็บส่วนมากในปัจจุบันมักจะมี) ซึ่งระบบนี้จะคอยส่งข้อมูลเฉพาะที่อัพเดทมาให้คนที่สมัคร ทีมของกูเกิลได้เปรียบเทียบว่า เหมือนกับเป็นระบบอีเมล์ที่เว็บทุกเว็บจะส่งเมล์อัพเดทมาให้เรา สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เข้าไปที่โปรแกรมอ่าน Feed อย่าง <a href="http://www.google.com/reader">Google Reader</a> หรือ <a href="http://www.bloglines.com">Bloglines</a> หรือโปรแกรมบนเครื่อง อย่าง <a href="http://www.firefoxthai.com/">Firefox</a> ฯลฯ แล้วใส่ชื่อเว็บที่เราต้องการทราบความเคลื่อนไหวเข้าไป (เรียกว่า Add feed หรือ subscribe) คราวต่อไปเวลาเว็บอัพเดท เราก็ไม่ต้องเข้าไปเช็คทีละเว็บ แต่เข้าไปที่โปรแกรมอ่าน Feed ที่เดียว มันจะบอกหมดว่า เว็บไหน อัพเดทกี่บทความ ซึ่งเมื่อเราอ่าน มันก็จะติ๊กออกให้โดยอัตโนมัติ เหมือนกับการอ่านอีเมล์</p>
<p><strong>เพิ่มเติม:</strong> ลืมไปเลยว่าเคยอ่าน <span class="caps">RSS</span> in plain English ตอนนี้มี Subtitle เป็นภาษาไทยแล้ว ขอบคุณความเอื้อเฟื้อของโลก <a href="http://creativecommons.org">Creative Commonds</a> จริงๆ, เชิญที่ <a href="http://www.tigeridea.com/blog/55/rss-in-plain-english-sub-thai">Blog ของ TiGER iDEA</a></p></blockquote>
<p>อย่างไรก็ตาม การไล่ตามสิ่งที่สร้างสรรค์ ก็จะบ่มเพาะความสร้างสรรค์, การเฝ้าดูและเสพย์ติดความไร้แก่นสาร เรื่องน้ำเน่า ความเศร้า ความหดหู่ ชีวิตก็อาจจะคล้อยตามไปกับสิ่งเหล่านั้นด้วย</p>
<p>มี content ดีๆ ปนอยู่กับ content แย่ๆอยู่มากมายในโลกนี้ ก็นับว่าน่ากลัวเหมือนกัน สำหรับการมีชีวิตในยุคต่อไป เพราะการติดตามอ่านข่าวสารจำนวนมาก อาจทำให้ผู้คนลืมอ่านความคิดตนเอง ว่าเป็นอย่างไร หรือกลายเป็นอะไรไปแล้ว</p>
<p>บันทึกถ้อยคำอันงดงามจากหนังสือที่ท่าน ติช นัท ฮันห์ เขียนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน “ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” (แปลโดย พระประชา ปสันนธัมโม) กล่าวว่า</p>
<blockquote><p>คริสเต็นเคยอ่านพบว่า ที่แคนาดามีคนลองเล่นเพลงของโมสาร์ทให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ฟังในตอนกลางคืน ปรากฏว่า ต้นไม้เหล่านั้นโดเร็วกว่าธรรมดา และดอกของมันจะหันเอนมาตามทิศทางของต้นเสียง ในอีกแห่งหนึ่ง มีการทดลองเล่นเพลงของโมสาร์ททุกวัน ในนาข้าวสาลีและข้าวฟ่าง ปรากฏว่าข้าวสาลีและข้าวฟ่างในนาเหล่านี้โตเร็วกว่าในไร่อื่น</p>
<p>คำพูดของคริสเต็นทำให้ครูนึกถึงว่า หากมีใครเอาต้นไม้หรือดอกไม้ปลูกไว้ในห้องประชุม ซึ่งมีการถกเถียงเกรี้ยวกราดกันด้วยคำพูดที่แสดงความไม่พอใจอยู่เสมอ ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะหยุดเจริญเติบโตได้ หากมีการประชุมในห้องนั้นทุกๆวัน</p>
<p>ครูนึกถึงสวนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการดูแลจากพระซึ่งดำรงสติมั่นอยู่ตลอดเวลา ปรากฏว่าต้นไม้ดอกไม้ในสวนของท่านเขียวขจีสดชื่น เพราะได้รับการทำนุบำรุงจากความสงบและความสุขสดชื่นที่แผ่ออกไปจากสติสัมปชัญญะของท่านนั่นเอง คนโบราณกล่าวไว้ว่า <strong>“เมื่อมีมหาบุรุษถือกำเนิดขึ้นในโลก น้ำในแม่น้ำลำคลองจะใสสะอาดขึ้น และต้นไม้ใบหญ้าจะเขียวสดขึ้น”</strong> ครูคิดว่าเราควรจะมีการฟังเพลงหรือนั่งสงบตามลมหายใจสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มปรึกษาหารือเรื่องงานการ เธอเห็นด้วยไหม?</p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/06/wordpress-code-is-poetry/" title="เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี">เวิร์ดเพรส &#8211; โค้ดดั่งบทกวี</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2001/11/the-alchemist/" title="หนังสือ : ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน">หนังสือ : ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</title>
		<link>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2005 17:14:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ขอเลียนแบบ<a href="http://spaces.msn.com/members/raruen/">คุณปู๊ด</a> ในการถ่ายทอดประสบการณ์ชีิวิตธุรกิจในระยะที่ผ่านมา แม้ค่อนข้างจะคนละแนว เพราะกระผมไม่สันทัดในการทำงานกับคนงาน หรือธุรกิจที่โหดร้ายอย่างการรับเหมาก่อสร้าง</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเลียนแบบ<a href="http://spaces.msn.com/members/raruen/">คุณปู๊ด</a> ในการถ่ายทอดประสบการณ์ชีิวิตธุรกิจในระยะที่ผ่านมา แม้ค่อนข้างจะคนละแนว เพราะกระผมไม่สันทัดในการทำงานกับคนงาน หรือธุรกิจที่โหดร้ายอย่างการรับเหมาก่อสร้าง</p>
<p>ส่วนใหญ่กระผมมักจะได้ทำงานกับศิลปิน และ ผู้ประกอบการ มากกว่า</p>
<p><strong>1. ข้อแรกของการสร้างทีมคือ กิจกรรมร่วมกันที่ไม่ใช่งาน</strong><br />
ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว กล่าวไว้อย่างนั้น พอคิดถึงทีมตัวเองที่ไปเที่ยวกันบ่อยพอควร ก็เลยเห็นด้วยอย่างนั้น</p>
<p><strong>2. อย่าสร้างกฎ จงสร้างความเข้าใจ</strong><br />
เวลาประชุมกันหลายๆครั้ง เฮียมักจะเตือนว่า อย่าสร้างกฎใหม่ๆ เพราะจะทำให้บริษัทซับซ้อนขึ้น ยุ่งยากขึ้น การสร้างความเข้าใจนั้นได้ผลมากกว่าการออกระเบียบใหม่</p>
<p><strong>3. หลีกเลี่ยงไอ้พวก MBA Words ทั้งหลาย</strong><br />
คำประเภท Entrepreneur, Core Competency, BHAG (big, hairy, audacious goal) &#8230; นั้นเท่ แต่ทำให้การสื่อสารยากขึ้น บริษัทที่จะก้าวไปข้างหน้าได้เร็ว ต้องเรียบง่าย เข้าใจง่าย</p>
<p><strong>4. ถูก-เร็ว-ดี เลือกได้แค่ 2 อย่าง</strong><br />
แม้จะ Bullshit ให้ลูกค้าฟังได้ว่าเลือกได้ 3 อย่าง แต่ตำราการบริหารงานทั่วไปก็บอกชัดว่า เราเลือกและคาดหวังจากคนอื่นได้แค่ 2 อย่างในชั่วเวลาหนึ่ง เช่น ถูก-เร็ว แต่ไม่ดี ถูก-ดี แต่ไม่เร็ว ฯลฯ</p>
<p><strong>5. ถ้าหากว่าทีมนั้นใจกว้าง เราก็จะได้ความสามารถใหม่ๆเข้ามาอีก</strong><br />
ยิ่งทีมแข็งแกร่ง ผู้มาใหม่ก็ยิ่งเข้ายากขึ้น ต้องพิสูจน์ตนเองหนักขึ้น เร็วๆนี้เพิ่งได้ข้อคิดกับตัวเองว่า หากเรายังให้โอกาสคนใหม่ๆอยู่ ความสามารถใหม่ๆ ก็ย่อมมาเพิ่มให้เราได้</p>
<p><strong>6. เงิน-ปัจจัย(resource)-ความรู้-แรงบันดาลใจ</strong><br />
เงินนั้นเป็นของต่ำค่าที่สุดที่ควรจะให้กัน ปัจจัยเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่ก็น้อยกว่าความรู้ ที่ทำให้คนสร้างปัจจัยและเงินเองได้ สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดคือ แรงบันดาลใจ</p>
<p><strong>7. กระบวนการทำงาน</strong><br />
ของคุณเด็มมิ่ง (Demming)<br />
Plan-Do-Check-Action (วางแผน ปฏิบัติ ตรวจสอบ แก้ไข)</p>
<p>ของพระพุทธเจ้า (เรียกว่า อิทธิบาท 4)<br />
ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา (ความชอบ ความขยัน ความเอาใจใส่ ความเข้าใจและพัฒนา)</p>
<p>แค่เริ่มต้นด้วยความชอบ อิทธิบาท4 ก็เหนือกว่ากระบวนการอื่นๆแล้ว</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เพิ่งกลับจากงาน <a href="http://www.designedge.sg/">DesignEDGE Conference &#38; Expo 2005</a> ที่ออฟฟิศออกทุนให้กระผมและน้องๆไปดูงานที่สิงคโปร์ ส่วนตัวคิดว่างานเล็กกว่าที่คิด วิทยากรยังไม่หลากหลายและลุ่มลึกเท่าที่ควร แต่ก็ได้เจอบริษัท <a href="http://www.fatbars.tv/">Fat Bars</a> กับคุณ Samantha ผู้ก่อตั้ง ถึงกับเกิดพุทธิปัญญาในบัดดลนั้นเลยว่า <strong>แรงบันดาลใจนั้นสำคัญกว่าจินตนาการและความรู้</strong> เสียอีก</p>
<p>นอกจากจะใช้ Motion และ Final Cut Pro เก่งระดับ Apple Master แล้ว (คำจริงนะ ไม่ใช่สำนวน) เค้ายังทำให้เรากลับมาทบทวนความรู้พื้นฐานในงาน Post Production อีกว่า &#8220;คนเราได้ยินเสียง ก่อนเห็นภาพ&#8221;</p>
<h3>ประมวลภาพ</h3>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg01.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
เม่นและเดอะปูน</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg02.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
น้องแจ็คและน้องปลา</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg03.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
ท่านเม่น ในโรงแรม</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg04.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
ณ งาน</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg05.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
โชว์ทั้งภาพ และ เสียง</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg06.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
บริษัทโมเดลของสิงคโปร์</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg07.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
Fatbars กับ Present สุดเจ๋ง</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg08.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
You got 4 seconds!</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg09.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
บอลในคอมฯ ถูกเตะโดยเงาคน!</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg10.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
กราฟฟิคแนวๆ</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg11.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
การจัดวางแนวๆ</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/pic/sg12.jpg" alt="" width="400" height="300" /><br />
เตะเด็กแนว! <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/05/changkhui-web-design/" title="ออกรายการช่างคุย เรื่อง Web Design">ออกรายการช่างคุย เรื่อง Web Design</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/my-web-design-wordpress-courses/" title="เปิดสอนเวิร์ดเพรสเบื้องต้น, ออกแบบเว็บ, CSS+XHTML และสร้างธีม">เปิดสอนเวิร์ดเพรสเบื้องต้น, ออกแบบเว็บ, CSS+XHTML และสร้างธีม</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/freelance-job-and-rate-card/" title="ผันตัวเองมาเป็นไพร่ขายแรงงาน">ผันตัวเองมาเป็นไพร่ขายแรงงาน</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/getting-things-done-tools/" title="เครื่องมือช่วย &#8220;ทำงานให้เสร็จ&#8221;">เครื่องมือช่วย &#8220;ทำงานให้เสร็จ&#8221;</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์</title>
		<link>http://www.imenn.com/2002/03/luck/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2002/03/luck/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2002 19:04:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2002/03/luck/</guid>
		<description><![CDATA[<p>เคย<a href="http://www.imenn.com/archives/25">เขียนถึงทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a>ไปบ้าง เมื่อได้ศึกษาเพิ่มเติม (จากหมอดูหลายท่าน) ก็คิดว่า ควรต่อด้วยทรรศนะของโชคและเคราะห์ซะหน่อยดีกว่า</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เคย<a href="http://www.imenn.com/2002/01/kama/">เขียนถึงทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a>ไปบ้าง เมื่อได้ศึกษาเพิ่มเติม (จากหมอดูหลายท่าน) ก็คิดว่า ควรต่อด้วยทรรศนะของโชคและเคราะห์ซะหน่อยดีกว่า</p>
<p>เรื่องของกรรมและพรหมลิขิตนั้น ทำให้เกิดกราฟของชีวิตขึ้น เป็นเส้น Curve ที่ขึ้น-ลง ในทางดี-ร้าย (แน่นอนว่า มันมีหลายมิติ แต่กล่าวรวมๆว่า ดี-ร้าย ที่ชีวิตจะต้องเจอชาตินี้) แต่เนื่องจากกฎแห่งกรรม กล่าวว่า สิ่งที่เราทำ เราจะได้รับในอนาคต ดังนั้น Curve นี้ ก็เลยมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้</p>
<p>แต่ค่าเฉลี่ยของการทำดีและชั่วของคนนั้น มักไม่ได้ไปสุดโต่งจริงๆซักเท่าไร (คนที่เกิดมาในครอบครัวแบบนี้ การอบรมแบบนี้ วัยเด็กเป็นแบบนี้ ฯลฯ ก็มักจะมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับพื้นเพของชีวิตตน) ดังนั้น จึงพอจะร่างคร่าวๆได้ว่า มันจะมีขอบเขตบนและล่างของความดี-ร้าย ที่จะต้องเจอในชีวิตอยู่ ดังรูป</p>
<p><img src="/pic/graph.gif" alt="โชค และ เคราะห์" /></p>
<p>รูปนี้บอกว่า</p>
<p>1. ต่อให้ชีวิตนั้นอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้าย (ดูเส้น A) แต่หากทำดี หรือมีความหวัง &#8211; ซึ่งเสริมดวง (จุดตัดเส้น A) มันก็ยังสามารถดีกว่า ชีวิตที่อยู่ในช่วงแห่งโชค แต่เคราะห์ซ้ำ (ซึ่งอาจมาจากการทำสิ่งที่ไม่ดี) ซะอีก (จุดตัดเส้น B)</p>
<p>2. เราจะมีโควต้าของโชคมาปริมาณหนึ่งสำหรับชีวิต (เป็นค่าเฉลี่ยของผลกรรม ซึ่งคือเส้นสีแดง) เราเพิ่ม-ลดได้ (มักไม่เกินขอบเขตของเส้นสีเขียว และ สีน้ำเงิน) และเราก็ใช้มันอย่างสิ้นเปลืองได้</p>
<p>และสิ่งที่กิน Resource ของโชคชะตามากที่สุด ก็คือ เพศตรงข้าม และ ความรัก (ตำราโบราณเรียกว่า ลาภสัตว์สองเท้า) เพราะความรักมีค่าในทางความสุขมากที่สุด (อาจแย้งว่า แล้วการตรัสรู้เล่า&#8230; การตรัสรู้ไม่ได้มีค่าในทางความสุข แต่มีค่าในทางความสงบ เรื่องความสุขนี่ ในทางพุทธ+ไสยมีพูดไว้เยอะ ไว้ศึกษาอีกหน่อยแล้วจะเล่าให้ฟัง)</p>
<p>ความรักที่กลายเป็นความหลง จะยิ่งกิน Resource มาก ทำให้โชคตกต่ำมาก (แผนกเสียตังค์เป็นแสนแขนไม่ได้จับ กรุณาฟังไว้นะมึง) แต่ความรัก หากทำให้คนทำในสิ่งที่ดีงาม มันก็จะเสริมดวง และกลายเป็นเรื่องที่ดี (แม้ลำพังความรักจะกิน Resource มากก็ตาม แต่มันก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้ดวงได้)</p>
<p>และหมอดูหลายท่าน ยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า เมื่อคราวใดก็ตามที่เรามีโชค คราวนั้น เรามักจะมีเพศตรงข้ามเข้ามาในชีวิต (หลายท่านถึงขั้นฟันธงว่า การเข้ามานี้จะตัดลาภอย่างแน่นอน และเราต้องเสียโอกาสในการใช้โชคไปในทางอื่น)</p>
<p>สรุปความคิดโดยทั่วไปก็จะสอดคล้องกับเรื่องชะตากรรม คือ แม้ชีวิตจะถูกลิขิต (มาด้วยกรรมเก่า) ล่วงหน้าส่วนหนึ่ง แต่เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ ไม่ว่าช่วงชีวิตนั้น จะประกอบไปด้วยโชค หรือ เคราะห์ก็ตาม และเราสามารถเสริมดวงได้ด้วยการทำความดี และ สร้างเคราะห์ให้ตัวเองได้ด้วยการทำในสิ่งที่ไม่ดี</p>
<p>ฮ่า ฮ่า &#8230; ก็เป็นคำสอนโบราณๆที่รู้ๆกันอยู่แล้ว ..</p>
<p>แต่ทรรศนะอันกระแทกใจชาวโสดตลอดกาลนั้น เห็นจะเป็นเรื่องของความรัก ที่มักจะเข้ามากินโควต้าของโชคซะมากกว่า (เพราะส่วนใหญ่ Manage กันห่วยแตกทุกถ้วนหน้า ความรักจึงไม่เคยสร้างมูลค่าเพิ่มให้โชคได้เลย) เลยพอจะทำให้ปลอบใจตัวเองไปพลางๆได้ก่อนว่า</p>
<p>การไม่มีดวงด้านความรักนั้น เดี๋ยวดวงจะดีด้านอื่นเองแหละโว้ย&#8230;<br />
ดั้งนั้น</p>
<p>ซ.ต.พ. ได้ว่า<br />
&#8220;กูมีความสุขดีอยู่แล้ว&#8221;<br />
ถูกต้องไหมขอรับ?</p>
<p>ไอ้เม่น<br />
หัวหน้าแผนกกูมีความสุขดีอยู่แล้ว ชมรมโสดตลอดกาล</p>
<blockquote><p><strong>นินทากาเลเหมือนเทสุรา เป็นเรื่องธรรมดายิ่งกว่าหายใจ</strong></p>
<p>(อันนี้เป็นเรื่องหลายสัปดาห์แล้วนะขอรับ)</p>
<p>หลังจากที่คุณอาของไอ้โน้ตเสียชีวิต เนื่องจากไปทลายฮั้วในแวดวงก่อสร้างเมืองไทย (การฮั้วในแวดวงก่อสร้างเมืองไทยนี้ คือ การที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างทั้งหมด มาตกลงกันว่า งานประมูลของราชการ ใครจะเป็นคนได้ (เรื่องนี้เป็นเรื่องเหี้ยที่ฝังอยู่ในแวดวงราชการนานแล้ว สมมติว่า รัฐต้องการตัดถนนเส้นหนึ่ง ค่าใช้จ่ายจริงๆอาจอยู่ที่ 100 ล้านบาท รัฐก็จะเปิดประมูล ใครให้ราคาต่ำสุด ก็มักได้ไป ทีนี้ไอ้พวกก่อสร้าง ก็เลยมาฮั้วกันว่า มึงเสนอ 300 ล้านนะ กูจะเสนอ 200 ล้าน ห้ามใครต่ำกว่านี้ กำไรเปล่าๆ 100 ล้าน เดี๋ยวกูแบ่งให้มึง และแบ่งไปใช้ใต้โต๊ะ)</p>
<p>แน่นอนว่าการฮั้วเป็นเรื่องเหี้ย แต่การไปเสนอตัดราคาฮั้วนั้น คือการประกาศสงคราม<br />
หลังจากได้รับคำเตือนหลายครั้ง ทั้งจากคนอื่นและครอบครัว ก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้นจนได้</p>
<p>แต่เมื่อเห็นไอ้โน้ตไม่ได้เศร้า เพื่อนๆทั้งหลายที่พร้อมจะปากหมาอยู่แล้ว ก็เริ่มปล่อยหมาออกจากปากมาเพ่นพ่านในบัดดล</p>
<p>&#8220;ไอ้เหี้ย ทำไมช่วงนี้ ไอ้โน้ตมันหายหัวไปวะ&#8221;<br />
&#8220;ไอ้ห่า มึงก็รู้ว่าอามันเสีย มันก็ไปงานศพซิโว้ย&#8221;<br />
&#8220;เฮ้ย กูรู้ แต่งานศพไม่ได้เลิกดึกนี่หว่า &#8230;. กูสงสัยว่าหลังจากนั้น มันหายไปไหน&#8221;</p>
<p>บัดนั้น ความวิปริตเยี่ยงไอ้เหลาก็ปรากฏขึ้นในความคิดชายผู้หนึ่ง ก่อนจะหลุดปากออกมาว่า</p>
<p>&#8220;กูรู้แล้วโว้ย &#8230; ไอ้โน้ตมันต้องไปในที่ที่ไม่มีอาแน่ๆเลย&#8221;<br />
&#8220;ไอ้ห่า .. ที่ไหนเล่าวะ&#8221;<br />
&#8230;</p>
<p><strong>&#8220;No อา&#8221;</strong></p>
</blockquote>
<p><strong>ประกาศลาเที่ยวขอรับ </strong>(อยากยั่วคนมีงานทำน่ะ)<br />
สุดสัปดาห์นี้ จะไปเที่ยวที่บ้านพักเพื่อนบดินทร์ (ไอ้บู) ที่จังหวัดกาญจน์ แล้วจะเอารูปมาฝากขอรับ</p>
<blockquote><p>จาก: เทพ <br />
โฮมเพจ: http://ของเก่าเจ๊งบ๊งจนน่าทำเวบเอง</p>
<p>แม๊&#8230;.ไอ้เรื่องโชคร้ายด้านความรักแล้วเรื่องอื่นจะดีนี่ยังไม่ค่อยจะเห็นเลย(อาจจะเพราะตาบอด+เศร้าจนไม่เห็นอะไร)&#8230;อิอิ</p>
<p>29 มี.ค. 2545 , 23:13 น. </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: เหลา </p>
<p>ไม่ใช่มุขกูโว้ย&#8230;. แต่ขำดีว่ะ</p>
<p>[iMenn] กระผมไม่ได้เขียนว่ามุขมึงโว้ย</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 02:03 น.   </p>
</blockquote>
<blockquote><p>
จาก: Maia </p>
<p>แวะมาบอกว่าชอบเรื่องที่เขียนอ่ะฮับ ..</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 05:34 น.   </p>
</blockquote>
<blockquote><p>
จาก: แจ๋วดวงตก <br />
โฮมเพจ: http://spy.evilgodzilla.com</p>
<p>ไม่จริ๊ง &#8230; ไม่จริง<br />
คนบางคนนอกจากจะดวงไม่ดีด้านความรักแล้ว ด้านอื่น ๆ ก็เจ๊งพอ ๆ กัน&#8230;ฮือ ๆ ๆ ๆ</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 06:36 น. </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: บุ๋ยจ๋า มาออนไลน์ <br />
โฮมเพจ: http://bodinzone.com</p>
<p>เอ่ เพิ่งนึกออกว่า&#8212;-</p>
<p>เวลาบุ๋ยมีความสุข บุ๋ยไม่ได้ประกาศเท่าไหร่แฮะ <br />
( บุ๋ยกำลังสงสัยว่าอะไรเป็นพฤติกรรมที่น่าเลืยนแบบ ในฐานะเด็กกำลังโต อิ อิ อิ )</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 13:23 น.  </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: เดอะกาฝากไดอารี่ <br />
โฮมเพจ: http://www.theballball.com</p>
<p>เห็นด้วยกะทฤษฎีของท่านพี่เม่นนะ มีแฟนแล้วมันกินดวงด้านอื่นๆ ไปเยอะแยะ เปลือง Resource สุดๆ ทั้งดวง เวลา และ เงิน (เวลาน้อย เวลาทำงานน้อย เงินก็น้อยลง แถมต้องเจือจานเลี้ยงแฟนอีก) แต่ก็อีกนั่นแหละ เราก็มีความสุขที่มีแฟน ที่รักเรา ห่วงเรานิ ดังนั้น เมื่อเราพลาดความสุขด้านอื่น ก็ต้องตักตวงความสุขในฐานะคนมีแฟนให้เต็มที่ ฮี่ฮี่</p>
<p>ปล. พี่ยั่วไปเท้อะ ผมจะลาออกจากงานละ ไว้ดูก่อน ว่าจุดหมายของชีวิตนี้จะเป็นอะไรกันแน่ แล้วจะมาบอกอีกที ว่าพี่ยั่วผมขึ้นหรือไม่ขึ้น ฮ่า ฮ่า</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 14:51 น.</p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: แจ๋วส้ม <br />
โฮมเพจ: http://littlehen.evilgodzilla.com</p>
<p>มีพี่ที่เคยทำงานด้วยกัน เค้าครองตัวเป็นโสดมาตลอด 40 ปีกว่าๆ หรือ 50 แล้วก็ไม่รู้ อันนี้ไม่แน่ใจ<br />
เค้าจะดวงดีเกี่ยวกับโชคลาภเสมอๆ เลยล่ะ<br />
เวลาที่บริษัทจัดงานประจำปี แล้วแจกของขวัญ<br />
พี่แกได้รางวัลใหญ่ทุกทีเลยอะ <br />
เพื่อนๆ ยังแซวกันเลยว่า พระเจ้าคงประทานสิ่งชดเชยมาให้พี่เค้ามั้ง อิ อิ<br />
สงสัยทฤษฎีน้องเม่น จะจิงนิ</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 17:18 น.   </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: ใจ </p>
<p>โอ้ย อยากร้องไห้ อยากไปเที่ยวด้วยจัง ไปด้วยคนดิ? lเม่นสุดหล่อส่งตั๋วเครื่องบินมาให้หน่อย</p>
<p>30 มี.ค. 2545 , 19:51 น.      </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: PGung </p>
<p>น้องเม่นกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ &#8230;<br />
ขอนะ ขอรูปเท่ห์ๆ </p>
<p>ไอ้กราฟดวงนี่ เพ่งดูตั้งนาน ยังไงๆก็ไม่รู้เรื่องอ้ะ </p>
<p>[iMenn] แหะ แหะ อย่าไปซีเรียสเลยขอรับ ผมอ่านแล้วยังรู้สึกว่า มันถ่ายทอดแม่งๆเลย แต่อย่างไร ประเด็นก็คือ ทำดีได้ดี และ ได้อย่างเสียอย่าง เท่านั้นเองขอรับ</p>
<p>1 เม.ย. 2545 , 07:01 น.   </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: ไซครับ</p>
<p>&#8220;อยู่คนเดียว กับเวลา กับความเหว่ว้า กับความหงอยเหงา<br />
เหมือนโลกนี้มีเพียงเรา กับความว่างเปล่า อยู่ไปวันๆ<br />
หากมีใจอีกใจ หากมีใครซักคน เคียงข้างฉันบนโลกสับสน<br />
บนถนนคงไม่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย<br />
จะฝ่าแดด ฝ่าฝน ฝ่าหนาว จะปวดร้าวหัวเราะร้องไห้ จะร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันไป จนกว่าใจ หลอมเป็นใจเดียว&#8221;<br />
&#8220;เห-งาจังเนาะ&#8221;</p>
<p>1 เม.ย. 2545 , 12:09 น.       </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: Mrs.Rose <br />
โฮมเพจ: http://rose.evilgodzilla.com</p>
<p>จะรอดูว่า น้องเม่นจะเป็นโสดได้ตลอดกาลจริงไหม? คิก คิก</p>
<p>ว่าตะว่า ที่ไหนเหรอ No อา น่ะ?</p>
<p>[iMenn] แหะ แหะ โนอาเป็นสถานที่อโคจรน่ะขอรับ</p>
<p>1 เม.ย. 2545 , 17:04 น.   </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: แจ๋วเหลือง </p>
<p>จะเอาทั้งลักกี้อินเกม กะลักกี้อินเลิฟด้วยกันหมดเลยเร้อ&#8230;</p>
<p>1 เม.ย. 2545 , 17:12 น.       </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: curious</p>
<p>What does ซ.ต.พ. mean ka?</p>
<p>2 เม.ย. 2545 , 06:53 น.      </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: แมวเหมียว <br />
โฮมเพจ: http://www.up2gu.com/</p>
<p>อิจฉาลื้มจริงๆ นะอาเม่น แต่อีกไม่กี่วันอั๊วะ ก็จะหยุดยาวเหมือนกัน โฮะๆๆๆ</p>
<p>2 เม.ย. 2545 , 13:34 น.      </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: น้องสมตี๋ <br />
โฮมเพจ: http://www.tstory.com</p>
<p>ซ.ต.พ.= ซึ่งต้องพิสูจน์<br />
(ใช่รึป่าวหว่า&#8230;)<br />
พี่เม่นๆๆ อัพเดทตอนแปดแล้วเน้อ(คอมพ์เจ๊งบ๊งไปหลายวัน ไม่ได้เล่นเน็ทเลย)<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
ปล.อ่านคอมเมนต์ไอ้ไซข้างบนแล้วรู้สึกว่ามันกะลังอารมณ์เปลี่ยวชอบกล&#8230;</p>
<p>2 เม.ย. 2545 , 13:36 น.    </p>
</blockquote>
<blockquote><p>
จาก: the curious person </p>
<p>Thanks jaa Somtee+</p>
<p>3 เม.ย. 2545 , 10:05 น.      </p>
</blockquote>
<blockquote><p>จาก: บุ๋ยจ๋า ชมรม ( แอบ ) โสด</p>
<p>พี่เม่นมาอัพเว้บเถิด</p>
<p>อิอิ พี่เม่น ๆ<br />
บุ๋ยว่าเมื่อก่อนพี่ไม่ได้อยู่แผนกนี้นิค้า<br />
แสดงว่า</p>
<p>ต้นสังกัดพี่ยอมให้ย้ายแย้วเหยอ 55</p>
<p>4 เม.ย. 2545 , 22:16 น.       </p>
</blockquote>
<blockquote><p> จาก: jai </p>
<p>Menn , I wait for your next diary for a long time laew na ja. When will i read la? </p>
<p>5 เม.ย. 2545 , 11:52 น.       </p>
</blockquote>
<blockquote><p>
จาก: ปู๊ด <br />
โฮมเพจ: http://diary.t35.com/pood/</p>
<p>หนีค่ายชั่วคราวมาเกนทหารครับ</p>
<p>ตอนนี้อากาศแปรปรวนปั่นป่วนดี<br />
ลมหอบเต๊นพังจนไม่ตั้งไม่กางมันแล้ว<br />
เอาไปครอบปูนกันฝนแทน<br />
กลางวันแดดร้อนเปรี้ยงๆ กลางคืนหนาวเหน็บ<br />
ในยามเหงายิ่งหนาวจับใจ</p>
<p>กินข้าวกับอะไรก็ไม่อร่อยเท่ากินกับคนรู้ใจมากมายครับ</p>
<p>5 เม.ย. 2545 , 21:24 น.       </p>
</blockquote>
<blockquote><p>
จาก: jane <br />
โฮมเพจ: http://jane.thaidiarist.com</p>
<p>pai teaw ma muann gun ka</p>
<p>6 เม.ย. 2545 , 04:03 น.    </p>
</blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/" title="ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005">ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2002/01/no-undo/" title="ชีวิตจริงไม่มี UNDO">ชีวิตจริงไม่มี UNDO</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2002/03/luck/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตจริงไม่มี UNDO</title>
		<link>http://www.imenn.com/2002/01/no-undo/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2002/01/no-undo/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jan 2002 17:28:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2002/01/no-undo/</guid>
		<description><![CDATA[<p>มันเป็นคำอุทานแรก และคำอุทานเดียว ที่ชำแรกมาในก้นบึ้งแห่งสัมปชัญญะ เมื่อไอ้เม่นได้กระทำชำเราแก่ข้อมูลใน HARDDISK 30 GB อันบรรจุข้อมูลส่วนตัว-ทั้งหมดของชีวิต-อยู่ 20 GB</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มันเป็นคำอุทานแรก และคำอุทานเดียว ที่ชำแรกมาในก้นบึ้งแห่งสัมปชัญญะ เมื่อไอ้เม่นได้กระทำชำเราแก่ข้อมูลใน HARDDISK 30 GB อันบรรจุข้อมูลส่วนตัว-ทั้งหมดของชีวิต-อยู่ 20 GB</p>
<p>[format/u ตามด้วยลง WinME แล้วเปลี่ยนใจมาลง Win98Se โดยคิดว่า กำลังทำกับ HardDisk อีกตัวหนึ่ง ใช้ norton กู้คืนมาได้เพียงบางส่วน โดยมีชื่อไฟล์กระจุยกระจาย]</p>
<p>มันไม่ต่างอะไรกับการที่กวีอย่างท่านอังคาร จะเพ้อรำพันว่า “โอ้วว่าอนิจจา ข้าทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง&#8230;” เลยเชียว สำหรับคนที่ จะดูนาฬิกาก็ต้องเปิดคอม , จดเบอร์โทรก็ต้องใช้คอม , หรือแม้แต่จีบสาว ยังต้องอาศัยคอม&#8230; และด้วยความเคยชินอันนั้น ก็ทำให้กระผมค้นหาว่า มันมีปุ่ม UNDO สำหรับชีวิตไหมหนอ</p>
<p>เฮ้อ แม้จะเป็นคำพูดอันเชยผสมพันธุ์กับกระแดะ แต่กระผมก็คิดว่ามันเป็นปรัชญาที่ลึกซึ้ง และเจ็บปวดจริงๆนะ</p>
<p>กับคำว่า &#8230;</p>
<p>“ชีวิตจริงไม่มี UNDO” &#8230;</p>
<p><img src="http://www.imenn.com/wp-content/img/30.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากนั้นกระผมก็คุ้ยซากปรักหักพังหลัง Format เพื่อหาบางสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิต และ ความทรงจำ<br />
แน่นอนว่า หนึ่งในเรื่องราวอันมีค่านั้น ก็คือ Email จำนวนหนึ่ง ที่เขียนให้คนคนหนึ่ง</p>
<p>ผมคงไม่เอามาให้ดูหรอก เพราะว่า มันจะเขินเกินไป<br />
แต่กระนั้น..<br />
ก็คิดว่าจะเล่าให้ฟังละกันนะ</p>
<p>เรื่องมันเริ่มจากเช้าวันหนึ่ง ในฤดูหนาว&#8230;..</p>
<p>(ติดตามตอนต่อไป ฉบับหน้า&#8230;)</p>
<blockquote><p><strong> นินทากาเลเหมือนเทสุรา เป็นเรื่องธรรมดายิ่งกว่าหายใจ </strong><br />
ไอ้จ๋ง ผู้คลั่งไคล้หวัง เจีย เหว่ย (หว่อง คาไว) มิย่อหย่อนไปกว่าการเป็นสาวกหงส์แดงผู้ภักดี วันหนึ่ง มันมาหาไอ้เม่นที่ออฟฟิศ แล้วกล่าวถ้อยคำแห่งความสิ้นหวัง ด้วยใบหน้าแน่นิ่ง</p>
<p>“ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของนกไร้ขา ที่ชั่วชีวิต มันได้แต่บินและบิน<br />
เหนื่อยก็นอนในสายลม ในชีวิต มีเพียงครั้งเดียวที่มันจะลงสู่พื้นดิน<br />
คือเมื่อมันตาย”</p>
<p>(จากเรื่อง Day of being wild)</p>
<p>ไอ้เม่น : “เป็นเหี้ยอะไรมึง”<br />
ไอ้จ๋ง : “เปล๊า ผมพูดเล่นๆ มันเท่ห์ดี”<br />
ไอ้เม่น : “ผิดหวังในชีวิต?”<br />
ไอ้จ๋ง : “ปล๊าววว”<br />
ไอ้เม่น : “ผิดหวังในเรื่องงาน?”<br />
ไอ้จ๋ง : “ปล๊าววว”</p>
<p>ไอ้เม่น : “รึว่าเรื่องความรัก?”<br />
ไอ้จ๋งถึงกับสะอึกไปเล็กน้อย แต่อย่างไรเสีย มันก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม</p>
<p><strong>“โอว มันเป็นเรื่องน่าเศร้า พระเจ้าประทานจิตใจเจ้าชู้มาให้กับผม<br />
แต่พระองค์ไม่ประทานหน้าตาที่เหมาะสมมาให้ด้วย โฮ โฮ&#8230;. “</strong></p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/" title="ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005">ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2002/03/luck/" title="ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์">ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2002/01/no-undo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดป่า กาญจนบุรี</title>
		<link>http://www.imenn.com/2002/01/wat/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2002/01/wat/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jan 2002 17:27:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2002/01/wat/</guid>
		<description><![CDATA[<p>จู่ๆ คำเชื้อเชิญที่ไม่ได้คาดคิด ก็ผ่านมาทางโทรศัพท์ของผม ในช่วงที่ทั้งงานยุ่ง และ ความคิดยุ่งๆ</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ขออภัยที่อัพเดทย้อนหลัง เพิ่งย้ายข้าวของมาที่บ้าน เลยเพิ่งได้ต่อเน็ทนะเออ &#8211; เม่น 30 ม.ค. 2545)</p>
<p>จู่ๆ คำเชื้อเชิญที่ไม่ได้คาดคิด ก็ผ่านมาทางโทรศัพท์ของผม ในช่วงที่ทั้งงานยุ่ง และ ความคิดยุ่งๆ</p>
<p>&#8220;เม่น เราไม่สบาย ความดันขึ้น มาเยี่ยมเราหน่อยสิ&#8221;<br />
เสียงจากพระอาจารย์สาคร เจ้าอาวาสวัดป่าที่กาญจนบุรี ที่ผมเคยบวช<br />
&#8230;<br />
ทั้งที่ปกติแล้ว ท่านไม่เคยติดต่อ หรือ ขอร้องอะไรผมเลย</p>
<p>เมื่อผมไปถึงที่วัด พบว่า มีพระหลายรูป บินจากต่างจังหวัดมาเยี่ยม มาปรนนิบัติ มีโยมและหมอบางท่าน บินมาจากต่างประเทศ และมีใครต่อใครอีกมากมาหา หลังจากอาการดีขึ้น (คือความดันลดลงเหลือ 220!) ท่านได้กล่าวทีเล่นทีจริงว่า<br />
&#8220;มาถึงแล้วก็ไปปฏิบัติภาวนาเสีย อาจารย์ไม่ใช่จะอยู่ค้ำฟ้านะ..&#8221;</p>
<p>เรื่องของการรู้ชะตากรรมของตนเอง ของพระผู้บำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลานานนั้น ใครหลายคนอาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ<br />
แต่สำหรับผม คนที่เคยได้มีโอกาสเหยียบย่างไปทั้ง บนดินแดนของเทคโนโลยี และ ดินแดนของความเชื่อสมัยเก่า นั้น เห็นว่า เป็นความสามารถปกติ ของพระอริยเจ้า&#8230;</p>
<p><strong>เกร็ดเล็กน้อย</strong></p>
<p>ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี มีพระป่ารูปหนึ่งได้มรณภาพไป กระดูกของท่านกลายเป็นผลึกอัญมณี ซึ่งความเชื่อของชาวพุทธจำนวนมาก เชื่อว่า หมายถึง ท่านเป็นพระอรหันต์<br />
พระรูปนั้น มีนิสัยพูดน้อย สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อใครมาถามธรรมท่าน หลายครั้ง ท่านมักจะบ่ายเบี่ยงว่า &#8220;ไปถามพระอาจารย์สาครเถิด เราเป็นแค่ศิษย์ เป็นพระเล็กพระน้อย&#8221;</p>
<p>ในปี 2518 รัฐมนตรีจำนวนหนึ่งแห่งพรรคกิจสังคม (ปัจจุบันบางคนอยู่พรรคไทยรักไทย) ได้เสนอกฎหมาย 2 ฉบับ (ปัจจุบันก็ยังค้างอยู่ในสภา) ซึ่งเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.สงฆ์ และ รื้อฟื้นกฎมณเฑียรบาล &#8211; หากกฎหมายผ่านรัฐสภา มีแนวโน้มที่จะพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ (ความจริงเนื้อหารุนแรงมาก แต่เขียนแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวไอ้เม่นด๊อทคอมจะโดนปิดซะก่อน)</p>
<p>พระอาจารย์กล่าวว่า &#8220;ตอนนั้นเราไม่ได้นอนอยู่ 9 วัน 9 คืน พอรู้ข่าวว่า ยุบสภา ก็เลยสบายใจ&#8221;</p>
<p>(ความจริงมีบทความเขียนเกี่ยวกับเรื่องในแนวนี้อยู่มาก ทั้งพาดพิงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าทำไมระเบิดปรมาณูจึงไประเบิดที่ประเทศญี่ปุ่น-ไม่ใช่ไทย , ทำไมไม่มีเหตุการณ์นองเลือดหลายครั้ง ทั้งๆที่พิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ น่าจะมีโอกาสอยู่มาก<br />
แต่ไอ้เม่นเห็นว่า เขียนแค่นี้หลายท่านก็ว่า เพ้อเจ้อ แล้ว , เรื่องของความเชื่อมันไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้นี่เนาะ)</p>
<p>พระอาจารย์เป็นศิษย์รุ่นท้ายๆของหลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลังจากที่สองรูปได้มรณภาพไป ท่านก็ได้จาริกไปตามป่าเขาเพื่อภาวนา โดยกล่าวว่า &#8220;ถ้าได้พบอะไรแล้ว เราจะกลับมาสร้างวัด&#8221;<br />
&#8230;<br />
พระอาจารย์เข้าไปในป่าเมืองกาญฯเป็นเวลา 20 ปี แล้วออกมาสร้างวัดที่ อ.ทองผาภูมิ นับได้ 10 กว่าปี<br />
20 กว่าปีในป่าอันอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ดุร้ายนานาชนิด ผมคิดว่า ไม่ใช่เรื่องธรรดาเลย หากใครจะมีชีวิตอยู่ได้<br />
และไม่ใช่เรื่องธรรดากว่านั้น หากเค้าจะยังคงรักษาศีล 227 ข้อ ที่แม้แต่จะเด็ดดอกไม้ ก็ยังผิดศีล ..<br />
&#8220;อยู่ในป่าดงดิบ สิงสาราสัตว์ก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา บางครั้งเมื่อได้กลิ่นสาบของเสือโคร่ง ลุกขึ้นมาสบตากับมัน ก็ต้องวัดกันละ &#8230; หากเรามิได้ปฏิบัติภาวนาให้เพียงพอ ก็สมควรจะถูกมันกินเป็นธรรมดา..&#8221;</p>
<p>ครั้งหนึ่งมีกระเหรี่ยงมาทำบุญที่วัด กระเหรี่ยงที่ปกติแล้ว จะดำรงชีวิตอยู่กับป่า นับถือในกฎของป่า (บางข้อนั้นคลับคล้ายคลับคลากับสำนวนในการ์ตูนชื่อดัง &#8211; COCO ที่ว่า &#8220;ไม่ล่า ในสิ่งที่ไม่กิน&#8221;) แต่พระอาจารย์เห็นอาหารที่นำมาถวายแล้วก็แปลกใจ</p>
<p>&#8220;เดี๋ยวนี้ไม่ได้ปลูกข้าวกินเองแล้วหรือ&#8221;<br />
&#8220;ไม่ล่ะเจ้าค่ะ ซื้อเอาจากตลาดง่ายกว่า ปลูกเองมันเสียเวลา&#8221;<br />
&#8220;อะไร้&#8230; แล้วจะไปเอาเงินจากไหน .. แล้วนี่ถ้าเขาทำสงครามขึ้นมา เราไม่ต้องอดตายรึ&#8221;</p>
<p>อาจจะดูแล้ว เป็นทั้งความคิดของเศรษกิจพอเพียง หรือ สอดคล้องกับการใฝ่หา UTOPIA แต่กระนั้น ทั้งมวลก็อยู่ในพระไตรปิฏก </p>
<p>&#8220;คุมอัตราการแลกเปลี่ยน ลดการนำเข้า มีวินัยทางการคลัง&#8221;<br />
ก็ไม่ต่างจากความคิดพื้นฐานที่ว่า ..<br />
&#8220;มีสัมมาทิฐิ ลด และ ละกิเลส เพื่อบริโภคแต่น้อย&#8221;</p>
<p>
<blockquote>
<strong>   นินทากาเลเหมือนเทสุรา เป็นเรื่องธรรมดายิ่งกว่าหายใจ </strong></p></blockquote>
<p>ว่าถึงเรื่องพระสงฆ์องค์เจ้า(ในทางที่ดี) เห็นว่ามีเพื่อนหลายคนที่น่าสนใจ (ในทางที่ไม่ดี) <br />
และคนที่พิเศษอย่างยิ่งนั้น ชื่อว่า ไอ้ป่าน</p>
<p>เนื่องจากต้องบวชหน้าไฟ ไอ้ป่าน ผู้ที่ปกตินั่งอยู่กลางลานเกียร์ คอยข่มขืนสาวๆที่ผ่านมาด้วยสายตา วันนั้นมันกลับมานั่งคุยเรื่องการบวช</p>
<p>&#8220;เฮ้ย ไอ้เม่น บวชแล้วนี่ ห้ามกินข้าวเย็นใช่ป่ะ&#8221;<br />
&#8220;เออสิวะ แค่เป็นเณรยังห้ามเลย เป็นพระนี่ห้ามอยู่แล้ว&#8221;<br />
&#8220;อ้อ หรอ..&#8221; ไอ้ป่านเว้นไปพักนึง ก่อนทำท่านเหมือนนึกอะไรได้</p>
<p>&#8220;เฮ้ย ไอ้เม่น แล้วหนังสือโป๊นี่ ห้ามดูด้วยหรือเปล่าวะ&#8221;<br />
&#8220;ไอ้เหี้ย คนปกติเค้าก็รู้แล้วว่า มันผิด .. ห้ามโว้ยยย&#8221; </p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อไอ้ป่านสึกออกมา และ มาสังสรรค์กับเพื่อนๆ</p>
<p>&#8220;ไหน ตอนบวชมึงทำอะไรมั่ง&#8221; เพื่อนๆถามเพราะแน่ใจว่า มันต้องทำอะไรผิดศีลซักอย่าง<br />
&#8220;ไอ้ห่า กูรู้สึกสงบนะโว้ย ตอนเช้าไปบิณฑบาต ทำความสะอาดกุฏิ แล้วก็มีนั่งสมาธินิดหน่อย&#8221;</p>
<p>&#8220;เฮ้ย&#8230; คนอย่างมึงเนี่ยนะ&#8221; เพื่อนๆฟังด้วยความแปลกใจ แต่ก็รู้สึกอิ่มบุญไปกับไอ้ป่าน<br />
&#8220;เออสิวะ เพียงแต่ตอนเย็นเค้ามีดูบอลกัน ก็เลยไปดูบอลกับเค้าด้วย ที่วัดมีเคเบิ้ลด้วยนะมึง&#8221;</p>
<p>อ้าว ไหมล่ะ ไอ้ป่านเริ่มส่อความริยำ แต่ยังคิดไม่ออกว่า มันผิดศีลข้อไหน จนกระทั่ง..<br />
&#8220;แล้วกูก็อ่านหนังสือด้วยนะโว้ย.. ไม่ช่ายหนังสือโป๊ &#8230; แต่เป็น หนังสือ แฮร์รี่ พ้อตเท่อร์&#8221;<br />
&#8220;แฮรี่ พ้อทเท่อร์!!!&#8221;<br />
<strong>&#8220;ไอ้เหี้ย มึงผิดตั้งแต่ศีล 8 แล้ว บวชพระยังทะลึ่งอ่าน แฮร์รี่ พ้อทเท่อร์ อีก ไอ้ห่า..&#8221;</strong></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/" title="ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005">ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2002/03/luck/" title="ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์">ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2002/01/wat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</title>
		<link>http://www.imenn.com/2002/01/kama/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2002/01/kama/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jan 2002 17:26:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/2002/01/kama/</guid>
		<description><![CDATA[<p>ผมคิดว่า ชะตากรรม หรือ พรหมลิขิต หรือ โชคชะตา อะไรก็แล้วแต่ อยู่บนพื้นฐานของสมการ <strong>ชะตากรรม = กรรม + ชะตากรรม</strong></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องของชะตากรรม แต่จนแล้วจนรอดก็หาใน หน้าทักทายเก่าๆ ไม่พบ วันนี้มาดูในส่วนที่ Backup ไว้ เลยเจอว่า เราตกหล่นไปข้อความหนึ่ง ซึ่งเขียนไว้สมัยทำค่าย – และไม่ยอมหางานทำซะที</p>
<blockquote><p><strong>3 เม.ย. 2542 </strong></p>
<p>วันก่อน ไปวัดป่ากับพี่สาว (อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมยังไม่พยายามจะละทิ้งความเลว หรือ กิเลสอันน่าพิสมัยทั้งหลาย)</p>
<p>ในท่ามกลางความสับสน และหนทางที่เลื่อนลอย ผมคิดว่า สิ่งที่ผมเชื่อมั่น ก็ไม่เลวร้ายนัก</p>
<p>อาจจะไม่ดีงามตามความเห็นของสังคม แต่ผมคิดว่า ชะตาของผม ก็ขึ้นกับ กรรม และชะตาของผม (ลอง recursive ดู จะได้กฏแห่งกรรม ซึ่งสอดคล้องกับ พรหมลิขิต) ดังนั้นก็ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนเลย ชีวิตจะมีทางออก และมันจะดำเนินไป</p>
<p>[แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับคำแก้ตัวของวัยรุ่นโง่ๆทั้งหลายที่ว่า “ชีวิตเป็นของกู” แต่การกระทำของผมก็เป็นตามนั้นจริงๆ]</p>
<hr />
<p>ใน Only love is real (Brian L. Weiss, M.D.) และบางถ้อยคำจากพุทธศาสนา บอกว่า เราผ่านกาลเวลา และ ภพชาติมามากต่อมาก และนานแสนนาน จะมีใครหรือ ที่ไม่เคย ได้เจอกันเลย</p>
<p>ขอบคุณที่โฮมเพจผมมีคนอ่าน</p>
<p>เราอาจจะได้เจอกันแล้ว หรือเราคงจะเจอกัน</p>
<p>(เอ๊ะ หรือไอ้เม่นมันโกง Counter…)</p></blockquote>
<p>ใครที่รู้ว่าไอ้เม่นมันชอบดูหมอดู (หรือถึงขั้นดูหมอได้พอสมควร) อาจจะประหลาดใจว่า “เฮ้ย มึงจบวิศวะคอมพิวเตอร์นะโว้ย” หรืออาจจะคิดว่า อ๋อ มันเป็นการศึกษาแบบแยกส่วน เพราะในเมืองไทย ส่วนใหญ่แล้ว แม้ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ค่อยลบหลู่</p>
<p>แต่ความจริง ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องงมงาย หรือเป็นคนละเรื่องกับความรู้ในศาตร์อื่นๆ</p>
<p>มันเป็น Indicator (ตัวชี้บ่ง) ของชะตากรรม</p>
<p>แน่นอน ว่า อาจจะผิด ถูก มั่ว เดา ฯลฯ ตามแต่หมอดูแต่ละคน แต่มันก็เหมือนกับค่า GDP นั่นแล วิธีการคนละแบบ ก็ให้คำตอบคนละแบบ ชี้ถึง”ชะตากรรม” ของประเทศ ไปคนละแบบ</p>
<p>แต่หากอินดิเคเตอร์ส่วนใหญ่ ชี้ไปทางเดียวกัน มันก็น่าจะถูกต้อง</p>
<h2><strong> ความเชื่อในเรื่องของชะตากรรม</strong></h2>
<p>ผมคิดว่า ชะตากรรม หรือ พรหมลิขิต หรือ โชคชะตา อะไรก็แล้วแต่ อยู่บนพื้นฐานของสมการ</p>
<p><strong>ชะตากรรม = กรรม + ชะตากรรม</strong></p>
<p>หมายเหตุ : กรรม คือ การกระทำ ทั้งเรื่อง ดี และ ไม่ดี</p>
<p>ซึ่งถ้าคิดแค่ว่า มันเป็นสมการอนุรักษ์นิยม ก็ต้องแก้สมการได้ว่า กรรม = 0 คือ การกระทำนั้นไม่สำคัญ คนเราควรปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา</p>
<p>แต่ผมเห็นว่า มันคือสมการแบบรีเคอซีฟ (Recursive) ซึ่งความรู้ทางคอมพิวเตอร์บอกว่า มันจะทำการย้อนค่าของตัวเองอีกครั้ง</p>
<p>ชะตากรรม = กรรม + ชะตากรรม &#8230; (1)</p>
<p>แทนค่า ชะตากรรม = กรรม + ชะตากรรม ลงในสมการ (1) ที่ด้านขวา ได้</p>
<p>ชะตากรรม = กรรม(1) + กรรม(2) + ชะตากรรม</p>
<p>ชะตากรรม = กรรม(1) + กรรม(2) + กรรม(3) + ชะตากรรม</p>
<p>ชะตากรรม = กรรม(1) + กรรม(2) + กรรม(3) + กรรม(4) + ชะตากรรม</p>
<p>ชะตากรรม = กรรม(1) + กรรม(2) + กรรม(3) + กรรม(4) + กรรม(5) + ชะตากรรม</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ซึ่งถ้าแทนค่าไปเรื่อยๆ ก็จะได้ว่า ชะตากรรมทั้งมวลของมนุษย์ ก็คือ ผลลัพธ์จากการกระทำของมนุษย์นั่นเอง (กฎแห่งกรรม)</p>
<h2><strong> ความเชื่อเรื่องชาติภพ</strong></h2>
<p>จากสมการด้านบน หากจะบอกว่า แล้วทำไมคนเราจึงมีต้นกำเนิดชีวิตที่ต่างกัน มีชะตากรรมที่แตกต่างกัน นั้น ถ้าไม่เชื่อเรื่องชาติภพ คงอธิบายลำบาก เพราะเวลาในชาติเดียวมันสั้นนัก ไม่มากพอที่จะทำให้เกิดผลของกรรมเก่า ได้</p>
<p>แต่ถ้าเชื่อเรื่องชาติภพ ก็จะเห็นว่า เมื่อผ่านไปหลายๆชาติ เกิดปริมาณของกรรมมากๆ มันก็จะกลายเป็นชะตากรรมขนาดใหญ่ (พรหมลิขิต) ที่กำหนดชีวิตของเรา จนยากที่การกระทำเพียงเล็กน้อย จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม(ในอดีต)ได้</p>
<p>(แต่ในนิทานชาดกหลายเรื่อง ก็บอกว่า คนนั้นเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ แต่หมายความว่า เค้าต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ)</p>
<p>จะเห็นได้ว่า จากความคิดนี้ พรหมลิขิต นั้น สอดคล้อง กับ กฎแห่งกรรม</p>
<h2><strong> ความเชื่อเรื่อง บาป บุญ</strong></h2>
<p>ไหนๆก็กล่าวถึงความเชื่อแล้ว เห็นควรว่า หากอยากให้อื้อฉาวกว่านี้ ผมคงต้องจาบจ้วงศิลธรรมอันดีด้วย</p>
<p>คำพูดที่อยากกล่าว : ผมไม่เชื่อ เรื่อง บาปบุญ แต่เชื่อเรื่อง กรรม</p>
<p>อธิบาย : ผมไม่ค่อยแยกแยะว่า สิ่งที่ทำนั้นเป็นบุญ หรือ บาป เพราะรู้สึกว่า สังคมมันซับซ้อนขึ้นทุกที สิ่งที่เราทำ ได้ส่งผลกระทบไปสู่อะไรๆอีกมาก มากกว่าที่จะบอกได้ว่า มันเป็นบุญ หรือ บาป</p>
<p>ขนาดคำพูดเก่าๆที่ว่า “ทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน” ผมยังคิดเลยว่า แล้วจะทำอะไรเล่า (วะ)</p>
<p>ผมนอนกลิ้งเกลือกอยู่กับบ้าน ก็มีคนเดือดร้อน, ผมพิมพ์อะไรไร้สาระ ก็มีคนเดือดร้อน, ผมซื้อโค้กกิน ในร้านเซเว่น ก็ยังมีคนเดือดร้อน ฯลฯ</p>
<p>ผมเลยคิดว่า จริงๆแล้วสิ่งที่ควรยึดกับมัน คือ กฎแห่งกรรม ต่างหาก นั่นคือ “สิ่งที่ผมทำ ผมจะต้องได้รับ อย่างแน่นอน ไม่ว่ามันจะดี หรือ ไม่ดี” ผมเลยไม่ค่อยแคร์ว่าใครจะเดือดร้อน คิดแค่เพียง “ถ้ามีคนทำอย่างนี้กับกู กูโอเค” เท่านั้นเอง</p>
<p>วันนี้รู้สึกว่า เนื้อหาจะหนักกบาลเล็กน้อย แต่ก็ยังอยากเขียน คงเพราะเมื่อเช้าได้รับแรงบันดาลใจอะไรบางอย่าง ที่ดันไปตรงกับที่หมอดูหลายคนได้ทำนายไว้ &#8230;.</p>
<p>“เม่น เรื่องบางเรื่องนั้น ถ้าชะตากรรมบอกว่าต้องเจอกับมัน เธอก็ต้องเจอกับมัน แม้เธอจะพยายามหนี หรือ จะไม่ให้มันเกิดขึ้นก็ตาม”</p>
<blockquote><p><strong> นินทากาเลเหมือนเทสุรา เป็นเรื่องธรรมดายิ่งกว่าหายใจ </strong></p>
<p>ขณะที่ไอ้เหลาร่ำสุราฉลองคืนอันปวดร้าว (ที่น้องเต่าแต่งงานกับน้องบี) และเมามายไม่ได้สติ (อันนี้สำนวนนะ มันไม่ขนาดน้าน)</p>
<p>เหมาะแก่การซักถามเบื้องหลังความสัมพันธ์เป็นอย่างยิ่ง..</p>
<p>เพื่อนๆ : “เฮ้ย ไอ้เหลา เวลาจีบน้องเค้าเนี่ย มึงจีบยังไงวะ ไปเล่นตลกให้เค้าดูหรอ”</p>
<p>ไอ้เหลา : “ม่ายช่ายโว้ยยย กูรู้น่ะ ว่า การเป็นตัวตลกเนี่ย สาวๆชอบ &#8230; ”</p>
<p>”.. แต่เค้าจะไปรักกับพระเอก..”</p>
<p>เพื่อนๆถึงกับอึ้งในปรัชญาอันคมคายของไอ้เหลา (เป็นนัยว่า มันได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน)</p>
<p>แต่กระนั้น ก็ไม่วายถามต่อ</p>
<p>เพื่อนๆ : “งั้น ตกลง มึงจีบน้องเค้าว่ายังไงวะ”</p>
<p>ไม่รู้ด้วยความเมา หรือความใสซื่อ ไอ้เหลาวางท่าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวประโยคสะท้านทรวง</p>
<p>“กูก็แค่ถามเค้าว่า .. มาเล่นเป็นพ่อ แม่ ลูก กันมั้ยจ๊ะตัวเองงงงง”</p></blockquote>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2005/11/designedge-2005/" title="ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005">ข้อคิดในระยะนี้, DesignEDGE 2005</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2002/03/luck/" title="ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์">ทรรศนะในเรื่องโชคและเคราะห์</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2002/01/kama/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
