<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iMenn (เม่น) &#187; กรรม</title>
	<atom:link href="http://www.imenn.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.imenn.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางของชีวิตไอ้เม่น: ชายหนุ่มร่างท้วม ผู้สุรุ่ยสุร่ายในความฝันและอิสรภาพ ปัจจุบันทำงานเว็บ อยู่ที่ปาย แม่ฮ่องสอน</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Aug 2010 13:14:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</title>
		<link>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Feb 2009 15:58:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=422</guid>
		<description><![CDATA[ภาษานั้นกำหนดกรอบวิธีคิด และในทางกลับกัน เมื่อสร้างกรอบการคิดใหม่ๆ ได้ ก็ต้องสร้างภาษาด้วย ไม่ว่าจะหยิบยืม เปรียบเปรย หรือสร้างคำใหม่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภาษานั้นกำหนดกรอบวิธีคิด และในทางกลับกัน เมื่อสร้างกรอบการคิดใหม่ๆ ได้ ก็ต้องสร้างภาษาด้วย ไม่ว่าจะหยิบยืม เปรียบเปรย หรือสร้างคำใหม่</p>
<p>ซึ่งในโลกไอทีนั้นมีคำศัพท์สวยๆ อยู่มากทีเดียว</p>
<h3>Breadcrumb</h3>
<p>เบรดครัม โดยคำศัพท์นั้นแปลว่า เศษขนมปัง ซึ่งในการออกแบบ User Interface เอามาใช้เป็น Navigation หรือข้อความแสดงลำดับขั้นของ &#8220;หน้า&#8221; ต่างๆ ดังรูป (รูปจาก <a href="http://veerle.duoh.com/blog/comments/simple_scalable_css_based_breadcrumbs/" target="_blank">คุณ Veerle</a>) ซึ่งเปรียบเปรยกับ การโปรยขนมปังยามเดินทางเข้าป่า ของเด็กน้อยในนิทานกริม </p>
<div id="attachment_425" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><img class="size-full wp-image-425" title="css-breadcrumbs" src="http://www.imenn.com/files/2009/02/css-breadcrumbs.jpg" alt="css-breadcrumbs" width="480" height="40" /><p class="wp-caption-text">Breadcrumb</p></div>
<h3><strong>Avatar</strong></h3>
<p>อาวาทาร์ หรือ อวตาร คือ การแบ่งภาคมาเกิดในโลกของเทพต่างๆ ในโลกไอทีเอามาเปรียบเปรยกับการมีตัวตนมาเกิดใหม่ในอินเตอร์เน็ท ซึ่งก็คือ หน้า icon ต่างๆ ที่เราใส่รูปแทนตัวลงไปนั่นเอง (รูปจาก <a href="http://www.faceyourmanga.com/" target="_blank">เว็บทำอวตารน่ารักๆ</a>)</p>
<div id="attachment_428" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><img class="size-medium wp-image-428" title="faceyourmangacom" src="http://www.imenn.com/files/2009/02/faceyourmangacom-480x263.png" alt="Avatar" width="480" height="263" /><p class="wp-caption-text">Avatar</p></div>
<h3>Karma</h3>
<p>กรรม คือ การกระทำ ซึ่งทางพุทธหมายถึง action ต่างๆ ไม่ว่าจะทางกาย วาจา หรือใจ ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี ในทางระบบฟอรัมสมัยใหม่ของโลกไอที นำแนวคิดนี้มาเพื่อให้สมาชิกทุกคนสามารถให้คะแนน &#8220;กรรม&#8221; เพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ จากข้อความในกระทู้ต่างๆ ได้, คะแนน &#8220;กรรม&#8221; นี้ อาจเรียกว่าการโหวตความเห็น หรือ Feedback ต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เห็นว่า การกระทำของตน (การตอบกระทู้) ได้ส่งผลกรรมดีหรือไม่ดีอย่างไรบ้าง และคะแนนกรรมนี้อาจนำไปตั้งค่าบางอย่างได้ เช่น ข้อความที่มีค่า &#8220;กรรม&#8221; ติดลบ ให้ไม่แสดงโดยอัตโนมัติ หรือคนที่ได้คะแนน &#8220;กรรม&#8221; ถึงระดับนึง สามารถมีสิทธิบางอย่างได้</p>
<h3>Virus/Trojan Horse</h3>
<p>คำว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) ได้เกิดก่อน เพื่อเปรียบเปรยการทำงานของโปรแกรมไวรัส ที่คอยป่วนคอมพิวเตอร์ และทำการแพร่ตัว (ก๊อบปี้ตัวเอง) ผ่านสื่อต่างๆ ได้ ซึ่งเหมือนกับไวรัสในชีวิตจริง</p>
<p>ต่อมากลับมีโปรแกรมที่ไม่ได้ทำตัว &#8220;ป่วน&#8221; หรือ &#8220;ทำลายข้อมูล&#8221; หากแต่ ฝังตัวเข้ามาในระบบเพื่อคอยเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น การกดรหัสผ่าน, ข้อมูลบัตรเครดิตในเครื่อง ฯลฯ แล้วส่งกลับไปให้แฮกเกอร์ใช้งาน ซึ่งการทำตัวแบบนี้ เรียกว่า Trojan Horse หรือม้าโทรจัน ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับตอนที่ทัพกรีกใช้ม้าไม้ที่ชื่อ ม้าโทรจัน บรรจุทหารเข้าไป ไปวางหน้าเมืองทรอยที่ตีมา 10 ปีไม่แตกซักที แล้วทำท่าถอยทัพ เมื่อเมืองทรอยเก็บม้าเข้าไปในเมือง ตอนดึกทหารออกมาจากม้า แล้วเปิดประตูให้ทัพกรีกไปตี ก็ทำให้เมืองทรอยย่อยยับไป (สงครามนี้เรียกว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Trojan_War" target="_blank">Trojan War</a>)</p>
<h3 id="dq">Divide and conquer</h3>
<p>ดีไวด์ แอนด์ คองเคอร์ หรือ แบ่งแยกและปกครอง นั้น เป็นยุทธวิธีตั้งแต่โบราณของการสงครามและการเมืองทั้งตะวันออกและตะวันตก (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Divide_and_rule" target="_blank">Wikipedia ละเอียดยิบ</a>) หลักๆ ก็คือ แบ่งกลุ่มคนให้เป็นหน่วยย่อย จะให้ทะเลาะกัน หรือไม่วางใจกันอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วค่อยๆ ครอบครองและปกครองทั้งหมด</p>
<p>ในการเขียนโปรแกรม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Divide_and_conquer_algorithm" target="_blank">Divide and conquer algorithm</a> คือกระบวนการแบ่งปัญหาใหญ่ ให้เป็นปัญหาย่อยๆ แล้วเขียนโปรแกรมวนลูป แก้หน่วยย่อยทีละรูปแบบ เมื่อมาบรรจบกันก็จะแก้ปัญหาใหญ่ได้</p>
<p>ผมเรียนเรื่องนี้ครั้งแรกตอนปี 2 จำได้ว่า ผมรู้สึกว่ามันเป็นการเปรียบเปรยที่ยอดเยี่ยมมาก และทำให้ผมเริ่มสร้างสมการอธิบายกระบวนการคิดตัวเอง เพื่ออธิบายคนอื่นว่า ทำไม ผมจึงเป็นพวกทำอะไรตามใจชอบ, ไม่ถือสาอะไร, ไม่มีหัวใจ, และไม่เห็นว่าอะไรเป็นปัญหา</p>
<blockquote><p>นั่นคือ ผมแบ่งเริ่มราวที่ชีวิตต้องเผชิญและแก้ไขทั้งหลายออกเป็น 2 แบบคือ เป็นปัญหา กับเป็น กฎ</p>
<p>สิ่งที่มีทางแก้ไขได้ในเร็ววัน เรียกว่า &#8220;ปัญหา&#8221; สิ่งที่ยังแก้ไขไม่ได้ในเร็ววัน เรียกว่า &#8220;กฎ&#8221;</p>
<p>หากเราคิดว่ากฎต่างๆ นั้นไม่ถูกต้อง เราก็หาทางแก้ไข หากมีทางแก้ไข มันจึงเรียกว่า &#8220;ปัญหา&#8221; หากไม่มีทางแก้ไข มันก็กลับไปเรียกว่า &#8220;กฏ&#8221;</p>
<p>เช่น หากเราขับรถแล้วเจอตำรวจเรียก เราต้องจ่ายเงิน 100 บาท สำหรับประเทศไทย อันนี้เป็นกฏ หากผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ผมก็ควรหาทางแก้ซะ เมื่อผมยังแก้ไม่ได้ ผมก็ควรยอมรับกฎนี้ แล้วจ่ายเงินไปด้วยความเบิกบาน</p>
<p>หรือหากเราเห็นว่า ผู้หญิงบางคนนั้นเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล ถ้าเรารู้สึกว่าเป็น &#8220;ปัญหา&#8221; เราก็ควรหาทางแก้ซะ หากเราเห็นว่าแก้ไม่ได้ เราก็ควรยอมรับว่านี่เป็น &#8220;กฎ&#8221; นั่นคือ เค้าจะต้องเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล หากยอมรับกฎนี้ไม่ได้ ก็วนลูปกลับไป (ซึ่งสุดท้าย เราก็จะยอมรับว่ามันเป็นกฎ และรับมือด้วยความเบิกบาน)</p>
<p>และทุกปัญหาในชีวิตของผม ก็ถูก divide (แบ่ง) ออกเป็น ปัญหา และ กฎ เมื่อตัดสินว่าเป็น ปัญหา ผมก็หาทางแก้ (conquer) หากแก้ไม่ได้ มันก็จะถูกปรับสถานะเป็น กฎ และผมก็ยอมรับมันซะ (ก็คือ conquer อยู่ดี) จนวันนึง อาจจะอีก 10 ปีถัดไป เมื่อเห็นว่ามีทางแก้ ผมจึงเรียกมันว่า &#8220;ปัญหา&#8221; และก็แก้มัน</p></blockquote>
<p>divide and conquer จึงเป็นคำศัพท์ประทับใจอันยืนยาวของผม และพลอยทำให้สำหรับผม มันคือการแบ่งเรื่องราวที่ต้องเผชิญ ออกเป็น ปัญหา และ กฎ</p>
<p>ยืดยาวมาพอควร ขอพักแค่นี้ดีกว่า หากท่านมีศัพท์อื่นๆ อีก ขอเชิญชี้แนะนะขอรับ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/" title="แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต">แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2010/04/small-valley-and-small-books-project/" title="ก่อตั้งสำนัก Small Valley และโครงการ Small Books">ก่อตั้งสำนัก Small Valley และโครงการ Small Books</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงดึงดูดและการอุบัติซ้ำ กรรมและพรหมลิขิต</title>
		<link>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/</link>
		<comments>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 03:25:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมลิขิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.imenn.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[คุณ mk ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อคุณ mk และทีม SIU มาเยี่ยม iSchool ออฟฟิศกระผม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ mk <a href="http://isriya.com/node/2301/karma-cartoon" target="_blank">ได้กระตุ้นความอยากเขียนบันทึก</a>ไว้ตั้งแต่นานแสนนานสำหรับคนเขียนบล็อก แต่เพียงชั่วผีเสื้อกระพือปีกสำหรับคนเกียจคร้านและวุ่นโคตร ในเรื่องราวเมื่อ<a href="http://isriya.com/" target="_blank">คุณ mk</a> และทีม <a href="http://www.siamintelligence.com/" target="_blank">SIU</a> มาเยี่ยม <a href="http://www.ischool.in.th/" target="_blank">iSchool</a> ออฟฟิศกระผม</p>
<p>เรื่องที่ผมกล่าวว่า </p>
<blockquote><p>พรหมลิขิตเป็น integration ของกรรม</p></blockquote>
<p>และ</p>
<blockquote><p>กรรมมันอินทิเกรตโว้ย <br />
(นั่นคือ ไม่ใช่ทำชาตินี้ ไปเกิดผลชาติหน้า แต่มันอินทิเกรตตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา)</p></blockquote>
<p>ผมเคยบันทึกและพิสูจน์ไว้หยาบๆ หลายปีก่อนที่ <a href="http://www.imenn.com/2002/01/kama/">ทรรศนะในเรื่องชะตากรรม</a> ว่า หากเชื่อในเรื่องกรรม (action = reaction) และเชื่อในเรื่องภพชาติ ผลสุดท้ายเราจะเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต</p>
<p>และหากใช้ภาษาร่วมสมัย นั่นก็ย่อมเป็นเรื่องเดียวกับ &#8220;กฎของแรงดึงดูด&#8221; หรือ &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Law_of_Attraction" target="_blank">Law of attraction</a>&#8221;</p>
<p>ซึ่งเมื่อลองใคร่ครวญมากขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า เออเหนอ สิ่งที่เราเจอทั้งหลาย เราเป็นคนดึงดูดมันมาทั้งนั้นนี่นา ในอดีตจนปัจจุบัน เราชอบ เราคิด พูด ทำ (action หรือ กรรม) ในเรื่องแบบไหน เราก็ดึงดูดสิ่งเหล่านั้น สะสมข้ามภพชาติมาเรื่อยๆ ในสมัยหนึ่งเราอาจจะเลือกที่จะลองเล่นดนตรี แล้วเราก็พบว่าเราใส่ใจกับมัน เราพยายามกับมัน เราก็เลยดึงดูดมัน ข้ามเวลาแสนนานต่อมา เราก็เลยมีแนวโน้มจะได้รู้จักกับดนตรีมากกว่าคนปกติ (ค่าเฉลี่ย) และไม่แน่หากเราทุ่มเทและอุทิศเพื่อดนตรีมากขึ้น  ในอนาคตกันไกลโพ้น เราอาจจะเกิดมาแล้วเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ</p>
<p>ซึ่งทำให้ผมคิดว่า</p>
<blockquote><p>แรงดึงดูด ก่อให้เกิดการอุบัติซ้ำ และกรรม ก่อให้เกิดพรหมลิขิต</p></blockquote>
<p>การมีตัวแปร &#8220;ภพชาติ&#8221; เข้ามาเกี่ยว ทำให้เราตอบคำถามของไอสไตน์ได้ง่ายขึ้น ที่ว่า &#8220;พระเจ้าคงไม่ทอดลูกเต๋าหรอกเฟร้ย&#8221; (สิ่งที่เราพบนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้ว?) ว่า จะเรียกว่าทอดลูกเต๋าก็ได้ ไม่ทอดก็ได้ ลองนึกว่า พระเจ้าทอดลูกเต๋าเป็นล้านๆ ครั้ง (ล้าน=10^6), เป็น Googol ครั้ง (googol=10^100), เป็นอสงไขยครั้ง (อสงไขย=10^140) &#8230; ก็ย่อมพบว่า การที่มันจะได้ผลลัพธ์เป็น 1 หรือ 2 หรือ 6 นั้นไม่สำคัญเลย เพราะเดี๋ยวมันก็เป็นอย่างอื่นอีก และเดี๋ยวมันก็อุบัติซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน (วัฏสงสาร)</p>
<p>นั่นคือถ้าเราประพฤติตัวปกติมาหลายๆ ชาติ เราอาจจะได้พบกับดนตรีก็ได้ ไม่พบกับดนตรีก็ได้ เกลี่ยไปเกลี่ยมา แต่ถ้าเราเริ่ม &#8220;จริงจัง&#8221; กับดนตรี ก็เหมือนกับลูกเต๋าที่เริ่มบิ่น และเริ่ม &#8220;ออกซ้ำ&#8221; ซึ่งมันก็จะดึงดูดให้เราได้พบเจอกับดนตรีอีกมากว่าปกติ คราวนี้ ทอดลูกเต๋าเป็นล้านครั้ง กลับออกเลข 3 มากกว่าชาวบ้านเสียแล้ว และภพชาติต่างๆ กลับปรากฏ &#8220;ดนตรี&#8221; ในชีวิตเรา มากกว่าคนทั่วไปเสียแล้ว</p>
<p>ซึ่งเมื่อเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจต่อว่า &#8220;สิ่งทั้งหลายในชีวิตที่เกิดขึ้น เราเป็นคนตัดสินใจ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) ให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น&#8221; หากเราไม่ชอบดนตรี ไม่ฟังดนตรี ชีวิตในอนาคตก็มีแนวโน้มจะไม่ข้องเกี่ยวกับดนตรี และไม่ได้เกิดมาในประเทศที่คนเล่นดนตรี</p>
<p>ถ้าตรรกะนี้เข้าใจได้ง่าย เราก็ย่อมเข้าใจได้ว่า</p>
<h3>1. ผมมาเกิดในประเทศที่ผู้คนดัดจริต เพราะผมเป็นคนดัดจริต (บ้างว่า &#8220;สฎษดก&#8221;)</h3>
<p>ผมอยากให้คนอื่นทำดี ทำถูก แต่ผมไม่สนใจจะพัฒนาตนเอง ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ผู้คนมัวแต่สาดโคลนใส่กัน ผมใช้ซอฟแวร์ผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎจราจร ติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ลอกข้อสอบ กินแรงเพื่อนร่วมงาน ไม่ใส่ใจงานที่ได้รับมอบหมาย โกงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อแสดงความมีอำนาจของตำแหน่ง ฯลฯ ผมก็ย่อมมาอยู่ในประเทศที่ข้าราชการคอรัปชั่น ผู้คนขโมยผลงานกัน อวดเอาหน้า โฆษณาล้างสมอง อิจฉาริษยาคนทำดีแต่เด่น นักการเมืองเลว ตำรวจบ้าอำนาจ ฯลฯ</p>
<p>ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ให้สิ่งต่างๆ เกิดมาทั้งนั้น หรืออย่างน้อย ผมเป็นคน &#8220;เลือก&#8221; ที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง</p>
<p>คนที่พูดประเด็น &#8220;สฤษฎก&#8221; ได้ยอดเยี่ยมและคมคายคือคุณ mk ขอเชิญอ่าน <a href="http://www.isriya.com/node/2143/the-main-problem-of-thailand" target="_blank">The Main Problem of Thailand</a> , <a href="http://www.isriya.com/node/2172/คนชั้นกลาง-part-iv" target="_blank">คนชั้นกลาง</a> และอื่นๆ ในบล็อกอัน aggressive นั้นแหละ ;P</p>
<h3>2. ผมมาเกิดในประเทศศักดินา เพราะผมชอบทาสรับใช้</h3>
<p>คนจบนอกหลายคน เมื่อต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงเลือกกลับเมืองไทย มักจะมีวาระแอบแฝงจากคำพูด &#8220;ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนเมืองไทย&#8221; ว่า &#8220;เมืองไทยมีชนชั้น มีคนใช้ มีเด็กเสิร์ฟ โว้ย&#8221; ซึ่งหมายความว่า ลึกๆ เราก็ชอบให้คนขับรถ/คนใช้/เด็กเสิร์ฟ มาหมอบกราบเรา มากกว่าที่จะเป็นแบบเด็กเสิร์ฟเมืองนอกที่ &#8220;กูเสิร์ฟมึง มึงก็ทิปกู มึงกูเท่ากันเว้ยยย&#8221;</p>
<p>เราดึงดูดการแบ่งแยกชนชั้น รุ่นพี่รุ่นน้อง เราเลยมาเกิดรวมกันที่เมืองไทย ที่ที่เราซื้อเบ๊นซ์เพราะมันแสดงถึง &#8220;อำนาจ&#8221; ซื้อไอโฟนเพราะมัน &#8220;สูงส่งกว่า&#8221; ผมสบายใจที่ขึ้นแทกซี่แล้วเค้านอบน้อมด้วย ไปร้านอาหารต่างจังหวัดแล้วผู้คนกุลีกุจอต้อนรับ ผมก็ย่อมมาเกิดร่วมกับ ดร. หยิ่งยะโส, พณฯ ท่านที่ชอบปิดถนนเล่น, ลูกหลานคนรวยที่มีสิทธิมากกว่า ยิงคนตายไม่ผิด ขับรถชนคนเล่นได้ ขับเครื่องบินหลวงเล่นได้ หรือใครต่อใครที่โกงชาติบ้านเมืองแล้วผู้คนยกย่องคารวะ ฯลฯ เพราะว่าเราก็รู้ว่า เราอยู่เหนือใครบางคนเสมอ และนั่นก็คือความยุติธรรมแห่งประเทศสยามของเรา</p>
<h3>3. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมหลงใหลในภาษาไทย</h3>
<p>เหมือนจะเขียนแต่ข้อเสีย เดี๋ยวท่านทั้งหลายจะกล่าว &#8220;ไม่พอใจ ก็อย่ามาอยู่เมืองไทยสิโว้ย&#8221; อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย กระผมเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ และเข้าใจวาสนาตนเองที่เลือกมาอยู่ที่นี่</p>
<p>เมื่อวิเคราะห์ตนเองไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า ผมเองชื่นชอบในบทกวีไม่น้อย และคิดต่อว่า หากใครซักคนจะชื่นชอบบทกวีอย่างสุดจิตสุดใจ เค้าควรจะต้องมาเกิดเป็นคนไทย เพราะภาษาไทยนั้นรุ่มรวยถ้อยคำอย่างยิ่ง คำด่าของเรามีมากมายนัก (ภาษาที่ด่าได้แค่คำว่า &#8220;ฟัก&#8221; นั้นชิดซ้าย) คำไวพจน์ (synonym) ของไทยนั้นมีมหาศาลจนใช้ไม่หมด เช่น คำที่แปลว่า &#8220;สวย&#8221;, &#8220;ดอกไม้&#8221;, &#8220;ผู้หญิง&#8221; ฯลฯ คำคล้องจองของเรา เพราะพริ้งยิ่งกว่าภาษาใด (ภาษาอื่นจะแต่งบทกวีอย่าง &#8220;นกน้อยนอนแนบน้ำ ในนา&#8221; อย่างท่านศรีปราชญ์ &#8211; เจ้าของถ้อยคำ <a href="http://www.google.com/search?q=อย่าว่าเราเจ้าข้า+อยู่พื้นเดียวกัน" target="_blank">อย่าว่าเราเจ้าข้า อยู่พื้นเดียวกัน</a> - ได้ละหรือ?) และจะมีภาษาใดกำกวมได้ยิ่งกว่าภาษาไทย? ซึ่งผู้คน จะเอาถ้อยคำมาตีประเด็นอย่างไรก็ได้ เหมาะกับการเขียนกวียิ่งนัก (การยกย่องในความกำกวมนี้ ทำให้ผมมีปัญหากับการสอบ Writing ของ TOEFL พอสมควร จนมารู้ภายหลังว่าภาษาอื่นเค้าไม่กำกวมโว้ย จึงพอจะเขียน Writing ได้บ้าง)</p>
<h3>4. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมชอบ &#8220;กลิ่นฝน&#8221; แต่ไม่ได้กลิ่น &#8220;หิมะ&#8221;</h3>
<p>ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด โตมากับบ้านที่มีตุ่มรองน้ำฝน ชอบกลิ่นฝน ที่มาพร้อมกับลมสดชื่นที่พัดผ่านยอดหญ้า สมัยที่อยู่อเมริกา ผมก็ชอบเล่นหิมะในระยะแรก แต่แล้วก็ไม่ได้พิศมัยนัก</p>
<h3>5. ผมมาเกิดเมืองไทย เพราะผมเป็นคนไม่มีระเบียนวินัย เป็นคนตามแห่ โหยหากลุ่ม และไม่มีสำนึกด้านการเมือง</h3>
<p>ผมย่อมไม่ควรเกิดในประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้คนมีวินัย, ไม่ควรเกิดในประเทศแถบตะวันตก ที่ผู้คนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีทรรศนะ &#8220;ปลอดภัยเมื่ออิงกลุ่ม&#8221; แบบคนไทย, ไม่ควรเกิดเป็นคนเยอรมัน ฐานรากของกฎหมายมหาชนของโลก, ไม่ควรเกิดเป็นคนฝรั่งเศสรสนิยมวิไล ที่เฝ้าครุ่นคิดและใช้ปัญญาวิพากษ์ปัญหาส่วนรวม และใส่หน้ากากผู้ดี ฯลฯ เรามีนิสัยแบบใด เราก็ควรเกิดในเมืองที่ผู้คนเค้าเป็นแบบนั้น และนั่นก็ทำให้ &#8220;การติดยึด&#8221; นั้นยิ่งเข้มขึ้น เพราะเมื่อเราเกิดและโตในเมืองแบบนั้น เราก็ย่อมมีนิสัยแบบคนในเมืองนั้น</p>
<p>ปัญหานี้ พอคิดแล้วสนุกดี เพราะจะพบถ้อยคำที่เรียกว่า &#8220;กงล้อประวัติศาสตร์&#8221; หรือมากกว่านั้นก็คือ &#8220;เวลาไม่ได้เดินไปเป็นเส้นตรง หากแต่เป็นวงกลม อดีตของเรา จะไปปรากฏเป็นอนาคตของเรา&#8221; (เปรียบเทียบกับการทอดลูกเต๋าก็คือ ลูกเต๋ามันก็วนออกมา 1-6 นั่นแหละ วนไปวนมา การได้ 1 ตอนเช้า ก็ตอนเย็น ไม่ได้ต่างอะไรกัน)</p>
<h3>6. ผมมาเกิดเมืองไทย ได้พบพระพุทธศาสนา เพราะผมนับถือพระพุทธศาสนา</h3>
<p>แล้วถ้อยคำก่นด่า ประชดประชันด้านบน ก็กลับกลายเป็นความวาบหวามโรแมนติคอย่างยิ่ง เมื่อจบท้ายด้วยการบอกว่า ผมรักพระพุทธศาสนา ซึ่งมีแต่การเกิดมาในสังคมไทยเท่านั้น ที่จะมีภูมิหลังมากพอที่จะเข้าถึงพุทธธรรมได้สะดวก และนั่นก็คุ้มค่ากับการเกิดมาเจอ &#8220;ด้านแย่ๆ ของความเป็นไทย&#8221; ทั้งหลาย หรือจะว่าไปแล้ว ต่อให้ชีวิตจะต้องเลวร้ายกว่านี้อีกกี่เท่า ต่อให้สังคมจะสาดโคลน สาดระเบิดใส่กันมากกว่านี้อีกสักเท่าไหร่ แค่ได้เกิดมาเจอพุทธศาสนา ก็คุ้มค่ากับความเลวร้ายทั้งปวงแล้ว</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">หลวงพ่อปราโมทย์</a> กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2551 ว่า</p>
<blockquote><p>คนไหนความจำดีๆ ระลึกชาติได้ จะรู้สึกเลยว่า ชาติไหนที่ไม่ได้เจอพระพุทธศาสนานั้น ชีวิตมันวังเวง</p>
<p>ก็ทำคุณงามความดีไปนั่นแหละ แต่ว่าไม่รู้เป้าหมายของชีวิต</p>
<p>พระพุทธเจ้ามาสอนเรานะ ให้เรารู้ว่า เป้าหมายของชีวิตเรา คืออะไร</p></blockquote>
<p>เขียนเรื่องแรงดึงดูดและกฎแห่งกรรมเพื่อรับใช้ &#8220;ความคิด&#8221;</p>
<p>เพื่อที่จะให้เกิดแรงส่งต่อ ให้ได้พบกับพุทธศาสนาอีกในอนาคต ย่อมต้องใช้ &#8220;การกระทำ&#8221;</p>
<p>ข้ามภพชาติมานานแสนนาน กว่าจะได้พบพระพุทธศาสนา กว่าจะได้พบกัน </p>
<p>หากท่านได้อ่านประโยคนี้ ย่อมแปลว่า เรามีวาสนาต่อกัน และท่านเองก็มีวาสนาต่อ พุทธธรรม</p>
<p>ลอง <a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">คลิกฟังธรรม</a> หน่อยดีมั้ย ขอให้ฟังซัก 1-2 คลิป หากไม่ถูกจริตก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>(นั่น ตอนจบดันฮาร์ดเซลซะงั้น <img src='http://www.imenn.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) </p>
<p>สวัสดี</p>
<p><a href="http://www.fungdham.com/sound/pramote.html" target="_blank">(คลิกจิ)</a></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.imenn.com/2009/04/superior-way/" title="วิถีแห่งเจ้าสำนัก">วิถีแห่งเจ้าสำนัก</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/02/great-computer-term/" title="คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที">คำศัพท์สวยๆ ในโลกไอที</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/08/imenn-at-my-design-fukduk-tv/" title="ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV">ออกรายการ My Design ณ FukDuk TV</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2009/07/finding-my-beloved-place/" title="ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า">ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า</a></li><li><a href="http://www.imenn.com/2007/09/watch-your-mind/" title="อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ">อย่ามัวแต่อ่านหนังสือ ให้อ่านใจ</a></li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.imenn.com/2008/11/law-of-attraction-karma-destin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
