บทเพลงที่เศร้าที่สุดในโลก, รักแท้ และการขอขมา

29 สิงหาคม 2012 21:48 น. บทเพลง, บันทึก

บทเพลงที่เศร้าที่สุดในโลก

เคยจัดลำดับเพลงที่เศร้าที่สุดในโลกอยู่เหมือนกัน แล้วก็คิดว่า น่าจะเป็นเพลง “ยอมจำนน” ของสุรสีห์ เพลงนี้แหละ

ใครบางคนที่บนฟ้า ขีดมาแล้วทุกอย่าง ขีดให้เราได้มาพบ แล้วเราก็เดินแยกทาง
ฉันไม่รู้ต้องพูดยังไง ให้เธอหักใจได้บ้าง แต่ขอ ขอได้เพียงพูดไป
อันคนเราก็แค่นี้ อย่างที่เห็นกันอยู่ อยากให้เธอได้เรียนรู้ เรื่องราวจากคนมากมาย
คิดว่ารักจะมั่นคง ยังอาจจบลงง่ายๆ แตกสลาย ไม่ได้มีเพียงเรา

คงไม่ตาย หากไม่เหมือนดังเก่า คงไม่ตาย หากไม่มาพบเจอ
ถามว่าฉันไม่เจ็บเลยหรือ หรือฉันไม่รักไม่แคร์เธอ ขออย่าถามอะไรแบบนั้น
ยอมจำนน ให้บนฟ้า จับเราแยกกันห่าง สิ่งในใจที่ยังค้าง ให้เราอภัยให้กัน
ขอให้คิดว่าโชคชะตา ของเราไม่มีร่วมกัน เธอกับฉัน รักมันเกินเป็นจริง

แต่สิ่งที่น่าเศร้านั้นผมเห็นว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบทเพลง หากแต่เป็นทรรศนคติที่ยอมจำนนต่างหาก คนที่ยอมจำนนก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องมีความหวัง และมีพลัง

จะสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง ก็ช่างมันเถอะน่า 🙂

รักแท้

เคยรำพึงไว้เมื่อนานมา ยามที่ได้ยินใครต่อใครพยายามตามหารักแท้ ผมบอกพวกเค้าว่า

รักแท้ก็คือรักธรรมดาๆ นี่แหละ แค่ดูแลกันให้ดีเท่านั้นเอง
ดูแลความรักดี ความรักก็ข้ามภพข้ามชาติได้ ดูแลไม่ได้ ที่ทำบุญร่วมกันไว้ มันก็หมดโมเมนตัมไป

กระนั้นในช่วงที่ผ่านมา ผมและภรรยาก็ปล่อยให้โมเมนตัมของความรักหายไปพอสมควรทีเดียว

การขอขมา

เมื่อเช้าฟังธรรมะจากหลวงพ่อปราโมทย์ จับใจความได้ว่า คนที่กล้าหาญมากพอที่จะขอขมา จิตวิญญาณของเค้าจะสูงขึ้น และคนที่ให้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้น คือคนที่ให้อภัย

หมอตุ่นบอกกับผมว่า ชีวิตนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนลิขิตฟ้า (กรรมเก่า) 7 ส่วนมานะตน (กรรมใหม่)
แม้จะทำนายว่าบุญของผมและภรรยาที่ทำร่วมกันมาจะหมดโมเมนตัมไป 3 ส่วนแล้ว แต่ 7 ส่วนที่เหลือนั้นผมและภรรยาเป็นคนกำหนดมันต่างหาก

กรรมนั้นอินทิเกรตตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา คนที่ยอมจำนนก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องมีความหวัง และมีพลัง

จะสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง ก็ช่างมันเถอะน่า 🙂

ปล. ภรรยากล่าวว่า “ชีวิตแสนสั้น ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ด้วยกันถึงวันไหน” ฟังแล้วก็รู้สึกรักภรรยาขึ้นมาเป็นกอง 😀

ความเห็น