คุยกับน้องจูน (เพื่อนสนิทอดีตแฟน) และหมู เรื่องแต่งงาน เรื่องแฟน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบพอสมควร จูนก็กล่าวว่า
“เม่นไม่มีใคร ก็เพราะเม่นแต่งกับงานไปแล้วไม่ใช่หรอ…”
คุยกับไอ้จ๋ง ในวันที่มันกลุ้มใจเรื่องงาน บางทีมันอยากจะลาออก
“มึงมาทำงานกับกูไหม? กูค่อนข้างเชื่อว่าถ้ามึงมาทำงานกับกูแล้วไม่มีความสุข มึงถึงตัดสินใจได้ว่า ทำงานออฟฟิศที่ไหนก็ไม่มีความสุข” ผมกล่าวอย่างโอหัง ในฐานะเจ้าของบริษัทที่ให้เข้างาน 11 โมง หยุดทุกวันหยุด Training เรื่องใหม่ๆเกือบทุกสัปดาห์ และพยายามให้โบนัสมากเท่าที่บริษัทจะไม่เจ๊ง
“ไม่ล่ะ ผมคิดดีแล้ว” มันบอกผมอีกหลายวันต่อมา
“ผมไม่อยากเป็นแบบพี่ … ชีวิตพี่มีแต่งาน”
คุยกับเพื่อนหลายคน
“ไอ้เหี้ยเม่น ทำไมมึงมีเวลาดูหนังบ่อยจังวะ มึงว่างมากหรือไง”
“เปล่า แต่อาชีพครีเอทีฟอย่างกู การดูหนังก็คือการทำงาน การอ่านการ์ตูนก็คือการทำงาน การกินเหล้า เที่ยวเตร่ ก็คือการทำงาน”
เหมือนที่ รงค์ วงสวรรค์ บันทึกว่า “แม้แต่การมองออกไปนอกหน้าต่างของนักเขียน ก็เป็นการทำงานของนักเขียน”
คุยกับไอ้พัชร
“ไอ้พัชร บางทีกูก็สงสัยว่า หรือที่กูตกหลุมรักหรืออกหักนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเพลง?”
“กูตกหลุมรัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงรัก กูอกหัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงเศร้า”
เพราะผมไม่เคยบ่นในเรื่องงานหรือเรื่องชีวิต ผมมีความสุขในแต่ละวันที่ตื่นขึ้นมา ผมดำเนินชีวิตและจัดการอารมณ์ต่างๆได้อย่างไม่อนาทรร้อนใจ ผมไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่เบื่องาน และอยากจะหาเวลาอื่น – หรือใครคนอื่น – มาชดเชยการทำงาน …
บางทีผมคงทำงานหนักเกินไปใช่ไหม?




(2 votes, average: 4.50 out of 5)
มึงไม่ได้ทำงานหนักเกินไปหรอกเม่น … มึงแค่ไม่มีหัวใจ
ฟ้ากำลังกรองคน คนที่ไม่เคยหัดมองฟ้า ตะแกรงฟ้าร่อนคน คนรอดได้โดยการประพฦติธรรมมะ
Hope you r ok.
งานกับแฟนนี่มันแปรผันกันเนอะ
อันนี้แทงใจ ผมเลย^^
อย่าลืมเรื่องการประเมินประสิทธิภาพของการทำงานด้วยนะครับ การทำงานทุกครั้งต้องมีประเมินผลด้วยว่าได้ตามเป็าหรือเปล่า เช่น ถ้าอกหักเป็นเวลา 2เดือน ควรจะมีเพลงออกมากี่เพลง
ความจริงในโลก(และนอกโลก)
มันแห้งแล้วอย่างนี้แหละครับ.
เหมือนกับการทำงานจะมีความสำเร็จอยู่ทุกขณะ และทุกช่วงเวลาที่ทำนะครับ
[...] (อย่างที่เคยบันทึกว่า ผมเป็นพวกทำงานตลอดเวลา พักผ่อนตลอด…) มีอุดมคติสวยหรู (เช่น [...]
โอ้ว ขอบคุณครับ
ได้ปรัชญาชีวิตดีๆ
จากบล๊อกของพี่
ชอบที่ว่า “กูตกหลุมรัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงรัก กูอกหัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงเศร้า”
เหมือนกับคำว่าทำงานเพื่องานเลยครับ
แล้วจะแวะมาใหม่นะครับ
ทำงานจริงจังบ้าง เล่นให้เป็นงานบ้าง ผมว่าชีวิตก็มีความสุขดีนะครับ ถึงคนอื่นจะมองว่าบ้างานก็เถอะ
“กูตกหลุมรัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงรัก กูอกหัก เพียงเพื่อจะเขียนเพลงเศร้า”
ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ เป็นประโยคที่แสดงให้เห็นว่า “พี่เม่นแต่งกับงาน” นี่เรื่องจริง
ดำเนินชีวิต ลองมันทุกอย่างเพื่อการเขียนหนังสือเหมือนกัน
LOL คุณรมิดา่ อยากเป็นนักเขียนหรือครับ?