กระผม, Apple Computer, และนายสตีฟ จ๊อบส์
เมื่อเริ่มตั้งบริษัทกราฟฟิค คำถามที่มักจะเจออันหนึ่งก็คือ ควรที่ต้องซื้อเครื่อง Apple Macintosh มั้ย เพราะราคาแพงกว่า และน่าจะใช้ยากกว่า (ก็คนมันเคยใช้แต่ Windows นี่นา) รวมถึงปัญหาเวลาทำงานข้าม Platform (คือโอนไฟล์ระหว่างเครื่องแม็ค และวินโดวส์) แต่เมื่อศึกษาและลองใช้แล้วก็หลงรักแม็ค รู้สึกว่า มันไม่ได้เจ๋งเพียงเพราะว่าทำงานกราฟฟิคได้ดีมาก-ก่อนวินโดวส์ (ในอดีตที่ไมโครซอฟท์ยังผลิตดอสที่ต้องใช้คนพิมพ์คำสั่ง
เครื่องแม็คก็มีระบบกราฟฟิคแล้ว) แต่มันทำงานอย่างอื่นๆได้อย่างเยี่ยมยอดด้วย (โอ้ว จอร์จ..)
เรื่องมันยาว รู้อยู่ว่ากระผมนั้นเป็นเอตทัคคะ (Specialist) ด้านความขี้เกียจ
1. X vs XP (En)
เอา OS X ของ Mac มาเทียบกับ Windows XP ในหลากหลายด้าน (โคตรๆ) แม้จะออกตัวว่า การเปรียบเทียบนั้น does suck! แต่ก็เปรียบเทียบได้ยิบย่อยจริงๆ ผลคือ OSX ชนะไปพอควร
2. Apple – Switch (En)
เว็บของ Apple เอง ยังไงก็ต้องเชียร์ Mac แต่ลองอ่านดูจะพบว่ามันเท่ห์จริงๆ
3. ประวัติที่เกี่ยวข้องกับ Apple และ Steve Jobs (Th)
เรียบเรียงประวัติโดยอาจารย์ปรัชญา ละเอียดจนอ่านแล้วเหนื่อย
แต่จะเห็นภาพพอควรว่า Steve Jobs เป็นคนอย่างไร
4. Pirates of Silicon Valley (En)
ภาพยนต์เกี่ยวกับ “โจรสลัดแห่งซิลิกอนวาลเล่ย์”ซึ่งหมายถึงการช่วงชิง และ ขโมยผลงาน+ไอเดีย โดยกล่าวถึงบริษัทดังๆในซิลิกอนวาลเล่ย์ยุคนั้น (ยุคเสื่อมของ IBM และ ช่วงก่อตั้งของ Apple และ Microsoft) ซึ่งดูสนุก และเห็นการขับเคี่ยวของคนหนุ่มยุค 70 ที่บ้างาน และบ้าคอมพิวเตอร์ โดยหนังจบลงตรงที่ Bill Gates สามารถทำให้ Windows โด่งดังเหนือ Mac และ Steve Jobs ถูกบีบให้ออกเพราะความหัวรั้นและก้าวร้าวของเขา เคยดูเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นดูเสร็จก็จะได้รับคำสอนว่า จงเป็นอย่างบิล เกตส์ผู้ร่ำรวย เพราะ ซึ้อ Dos มาราคาถูกๆ แล้วไปขาย IBM ราคาแพงๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้ (ขโมย) หรือซื้อไอเดียคนอื่น เพื่อสร้างของที่ถูกกว่า และพยายามผูกขาดตลาด และขยายฐานลูกค้าออกไปให้กว้างที่สุด แต่แล้วปัจจุบัน (ในสมัยทีี่มี Nich Market เพียบ ) เมื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า Steve ได้กลับเข้ามาบริหาร Apple อีก และสร้างผลงานใหม่ๆอีกจำนวนมาก ทั้ง Software (เช่น OSX, iTunes, iLife), Hardware (iPod, iBook, iMac, PowerBook, PowerMac) ฯลฯ และมาทำให้บริษัท Apple ซึ่งครั้งหนึ่งเกือบจะล้มละลาย กลายเป็นบริษัทโด่งดัง และบุคลิกชัดเจนได้ เพียงเวลาสั้นๆ รวมถึงการขยายฐานธุรกิจไปที่ Pixar Animation ที่เป็นสุดยอดบริษัททำอนิเมชั่นในตอนนี้ นึกย้อนแล้วกระผมก็กลับรู้สึกแจ่มชัดว่า Bill Gates นั้น ก็เป็นเพียงแค่พ่อค้ารวยๆคนหนึ่งที่กำลังทำการค้าอยู่ แต่ Steve Jobs นั้น คือผู้สร้างนวัตกรรม – ถึงแม้ว่าเค้าจะทำธุรกิจ แต่เค้าก็ยังสร้างนวัตกรรม!!
5. The Steve Jobs พ่อมดแห่งซีลิกอน วัลเล (Th)
เพิ่มเติมสำหรับคนอยากอ่านอะไรสั้นๆ บทความนี้สรุปว่า Steve คือนักสร้างสรรค์ และ Gate คือจอมก๊อปปี้
6. สัมภาษณ์คุณปุ้ม (Th)
ปุ้ม วงตาวัน – พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ.อยุธยา นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ ผู้กล่าวว่า “ถ้าส่งงานเป็นไฟล์เป็น PC มาให้ผม … ผมค่อนข้างจะรังเกียจนะ”
7. เรื่องเก่าๆ – สตีฟ จอปส์กับ Atari และ Apple (Th)
เรื่องสมัยแรกของ Steve ที่เริ่มงานกับ Atari เมื่ออายุ 17
8. ทำไมแอปเปิ้ลต้องแหว่ง (Th)
เรื่องของโลโก้ที่รูปแอปเปิ้ล ที่มีรอยกัด (Bite < -> Byte)
แล้วก็นึกถึงคำพูดเก่าๆของเพื่อนคนหนึ่งที่เคยบันทึกไว้
“กูว่า คนที่ซื้อของมา 5 บาท แล้วเอาไปขายราคา 10 บาทโดยไม่ได้ทำอะไร…ชีวิตมันไร้ค่าว่ะ “
มิได้จะกล่าวจาบจ้วง Bill Gates, Microsoft, และเหล่าสาวก(รวมถึงเหล่าพ่อค้าผู้มีฐานะดีทั้งหลาย)
ขอได้โปรดถือว่าเป็นทรรศนะส่วนตัวละกันนะขอรับ

Apple and i
Tags: ธุรกิจ, แรงบันดาลใจ
ณัฐพล ดำรงสิทธิ์
12 April 2005 เมื่อ 7:56 pmในแก้วที่คุณเม่นถือนั้นควรจะเป็นน้ำสีเหลืองนะครับ
เทพ
12 April 2005 เมื่อ 7:57 pmน้ำเก็กฮวยเหรอครับ?
artie
12 April 2005 เมื่อ 7:57 pmก็คนแถวนี้จริงๆด้วย ..
ในฐานะคนที่จบเศรษฐศาสตร์ แต่หลงมาทางแสงสีเสียง คงเลือกไม่คอมเม้นอะไรมากมาย (ทั้งๆที่เรื่องราวระหว่างหนุ่มสองคนนี้ถ้าจะให้เขียนคงลื่นไหลได้เรื่อยๆ)
สตีฟ จ๊อป เค้าไม่ได้หายไปไหนนิถ้าดูจากไทม์ไลน์ ช่วงที่เฮียเค้าหายไป ก็คือช่วงที่เค้ากำลังมันส์อยู่กับ พิกซาร์ เพราะจำได้ว่า toy story สร้างเกือบสามปี
Pirates of Silicon Valley เป็นหนังโปรดเรื่องนึงเหมือนกัน สตีฟ จ๊อปในเรื่องหน้าเหมือนคีนูเลย
สิ่งที่ สตีฟ จ๊อป กับ บิล เกต มีเหมือนกัน คือ “วิสัยทัศน์” โชคดีเท่าไหรแล้ว ที่ทั้งคู่เค้าไม่ได้ร่วมมือกัน
“กูว่า คนที่ซื้อของมา 5 บาท แล้วเอาไปขายราคา 10 บาทโดยไม่ได้ทำอะไร …
ชีวิตมันไร้ค่าว่ะ ” — อย่าตีค่าวิธีการดำรงชีวิตของคนอื่น โดยใช้ตัวเองเป็นฐาน .. มันไม่งาม (อี่ๆๆ)
iNiNGz
12 April 2005 เมื่อ 8:00 pmพี่เม่น … ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์ไป post ให้นิ้งได้คิดในอีกทางนึง
เป็นความคิดที่นิ้งเอามาคิดต่อได้อีก ดีทีเดียวเลยค่ะ
tatum
12 April 2005 เมื่อ 8:00 pmเรื่องมันยาวว่ะ
1
12 April 2005 เมื่อ 8:00 pmmenn is still the same cutie chubby boy…
สะบรุ๋ยส์ ณ บุรีรัมย์
12 April 2005 เมื่อ 8:01 pmไม่ได้เจอกันนานมั่ก ๆ
พี่เม่นอวบหนักเกินไปแล้ว
เอ๊ย สบายดีใช่ไหมคะ
tumME
12 April 2005 เมื่อ 8:01 pmชื่อภาพ น่าจะใช้ว่า
” Apple and i ” แทน ” Apple and me ” นะ
เพราะจะได้มีกลิ่นของ สินค้า ตระกูล ” i ” ทั้งหลายของ Apple ด้วย
den
12 April 2005 เมื่อ 8:02 pmโห เฮียเม้น พัฒนาที่ไม่หยุดยั้งขอให้รวย ๆ
Aodzilla
12 April 2005 เมื่อ 8:02 pmเจ๋งมากครับ
และดีใจด้วยกับการกลับมาอีกที กับ imenn.com
(เพิ่งรู้ครับ…..^^”)
KRISS
28 April 2005 เมื่อ 4:43 pmอ้วนนะครับ
Graham Perkins
5 December 2005 เมื่อ 10:39 pmHi there! Sorry but speak nidnoi Thai. I am Graham ex-Apple and great to see you spread great things about Apple!
Hope to meet you one day, next time I’m in BKK.
Graham