ทริปนิวยอร์ค

วันที่: 15 พฤษภาคม 2003

บทคัดย่อ
ทริปนี้เกิดขึ้นจากโรเบิร์ต (ชาวอเมริกันผู้เป็น step-father ของกระผม เพราะแต่งงานกับแม่กระผม แม้ว่าจะหย่ากันไปแล้ว) ติดต่อมาว่า สนใจงานทางด้านวิศวกรรม+งานขายเกี่ยวกับระบบคอลโทรลแสงสว่างไหม? บางบริษัทของเพื่อนของเค้าอาจจะต้องการคนเอเชียมาทำงาน+ให้ทุนเรียน MBA แล้วส่งไปเอเชียเพื่อดูตลาดทางเอเชีย

ตอนแรกโรเบิร์ตให้ผม email resume ฝากเค้าไปให้บริษัทเหล่านี้ แต่ต่อมาหลังจากพูดคุยเพิ่มเติมและช่วยกันขัดเกลา Resume พอสมควรแล้ว โรเบิร์ตก็บอกว่า มางานแฟร์ที่นิวยอร์คเพื่อเจอบริษัทเหล่านั้นเลยดีกว่า เค้าจะแนะนำให้รู้จักกับโลกของ Lighting และผู้คนใน GE Lighting

5 พ.ค. 2546
ออกเดินทางจากบอสตันเวลาเจ็ดโมงเช้าที่ไชน่าทาวน์ ราคาตั๋วลดลงจาก $15 เหลือ $10 เหรียญ คงเพราะคนส่วนใหญ่กลัวตายด้วยโรค SARS ก็ไม่เลว เพราะกระผมไม่เคยคิดว่า กระผมจะเจอโรคร้ายในชีวิต (หากไม่นับ คลอเรสโตรอล เบาหวาน ตับแข็ง และหัวใจอ่อนแอ) แต่หากเจอ ก็เป็นเพราะกระผมสมควรต้องเจอ … ก็ช่างมัน :)

ถึงนิวยอร์ค ไปพิพิธภัณฑ์ทางทหารของอเมริกา INTREPID มีทั้งเครื่องบินรบ และเรือรบ รวมถึงเรือดำน้ำของสหรัฐ

แล้วก็ไปงานเลี้ยงและประกาศรางวัล GE Edison Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้สถาปัตยกรรมที่ออกแบบระบบแสงสว่างได้งดงามและเยี่ยมยอดที่สุดในแต่ละปี (แน่นอนว่า ต้องใช้หลอดไฟของ GE)

6 พ.ค. 2546
ไปงานเปิดตัวแกลเลอรี่ Targetti Light Art Collection ซึ่งเจ้าของเป็นเพื่อนของโรเบิร์ต คอนเซ็ปของงานเป็นผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับแสง-เงา

7 พ.ค. 2546
ไปงาน Lightfair ซึ่งว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในอเมริกา ที่ที่คนในธุรกิจแสงสว่างจะมาเสาะแสวงหาพันธมิตร หรือเจรจาธุรกิจ ระบบในงานจัดดีมาก ทั้งแผนที่และข้อมูลต่างๆ … ที่ประทับใจคุณคริสเห็นจะมี 2 เรื่องคือ
1. มีอาหารว่างตามซุ้มต่างๆให้ไม่อั้น ทั้งน้ำผลไม้คอกเทล และของว่างเช่นปลาแซลมอนชิ้นเท่าฝ่ามือ
2. เรื่องระบบข้อมูล ตอนลงทะเบียนครั้งแรกเสร็จ เราจะได้บัตรซึ่งมีบาร์โค้ดรหัสของเรา เวลาเข้าซุ้มไหน หากต้องการให้ทางบริษัทส่งโบรชัวร์หรือกรอกข้อมูลอะไร ก็เพียงแต่รูดบัตรนี้เลย บริษัทต่างๆก็จะได้ข้อมูลเรา… บวกกับข้อมูลว่า เราไปซุ้มไหนมาแล้วบ้าง!!

8 พ.ค. 2546
เดินทางกลับบอสตัน ระหว่างรอรถ (ด้วยความผิดพลาดและไม่ดิ้นรน) ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็อ่านหนังสือ อมตะ (Immotality) ของ มิลาน คุรเดอรา จบจนได้ (ขอขอบคุณคุณจ๋งที่ส่งมาให้ ณ ที่นี้ด้วยขอรับ) มันดี มันเจ๋ง มันคมคายและร้ายกาจ ขอแนะนำจริงๆ

ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนแปลง และ หาลู่ทางหลายๆอย่างในชีวิต บางครั้งก็อยากให้ชีวิตนั้นเรียบง่ายและมั่นคง ส่วนบางอารมณ์ก็ยังแสวงหาความเปลี่ยนแปลงและท้าทาย จำได้ว่าตอนที่ลาออกจากบริษัทที่เมืองไทยนั้น เจ้าของบริษัทเคยบอกไว้ว่า “เธออาจจะอยากหารายละเอียดในชีวิต แต่เฮียรู้ว่าเธอเป็นเสือ ยังไงเธอก็ต้องทำงานหนัก และเธอไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองสบายหรอก”

ก็คงต้องดูกันต่อไป ว่ากระผมจะสามารถขี้เกียจอยู่ได้ซักกี่น้ำ ฮี่ ฮี่ ฮี่

จากบันทึกของพี่จันทร์
ไสหัวไป ภาษาอังกฤษเค้าว่า
เคลียร์ เฮด โก !!

เข้าดู 1,487 ครั้ง

ความคิดเห็น